
พลิกปูม "บิ๊กซัน" บนเส้นทางชีวิตที่พลิกผัน
พลิกประวัติ "บิ๊กซัน" พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก อดีตผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
นับเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญจากการจากไปอย่างสงบของ "บิ๊กซัน" พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก อดีตผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และอดีตสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดเลย ในวัย 89 ปี หลังล้มป่วยด้วยโรคประจำตัวและเข้ารับการรักษาตัวที่ โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย. 57 ที่ผ่านมา
บิ๊กซัน ถือเป็นบุคคลากรที่มีบทบาทสำคัญต่อทางการเมืองและ ด้านความมั่นคง มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องหนึ่งที่เป็นที่พูดถึงกันมากคือ การออกมาทักท้วงเรื่องการลดค่าเงินบาท ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ โดยสมหมาย ฮุนตระกูล รมว.คลัง ประกาศลดค่าเงินบาท จาก 23 บาท เป็น 27 บาท ต่อหนึ่งเหรียญสหรัฐซึ่ง ในวันที่ 5 พ.ย. 2527
ครั้งนั้น พล.อ.อาทิตย์ ในตำแหน่ง ผบ.ทบ. ควบ ผบ.สส.ได้ทำหนังสือขอให้รัฐบาลทบทวนนโยบายดังกล่าว และเรียกร้องให้ให้ปรับคณะรัฐมนตรี และออกอากาศทางสถานโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 และสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 กดดันในประเด็นดังกล่าวจน จนกระทั่ง ในวันที่ 9 พ.ย. 2527 นายไพจิตร เอื้อทวีกุล รมว.การคลัง ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง เพื่อยืนยันความถูกต้องในการตัดสินใจลดค่าเงินบาท
เหตุการณ์ครั้งนั้น ได้ทำลายสายสัมพันธ์ ระหว่าง พล.อ.อาทิตย์ และ พล.อ.เปรม ขาดสะบั้นลง ทั้งที่ก่อนหน้านั้น พล.ต.อาทิตย์ (ยศในขณะนั้น) ได้รับความไว้วางใจอย่างมากเมื่อครั้ง เคยดำรงตำแหน่งเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 2 และเป็นกำลังสนับสนุนให้พล.อ.เปรม หลังหลบหนีไปตั้งกองบัญชาการตอบโต้ฝ่าย “ยังเติร์ก” อยู่ที่กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา
หลังฝ่ายกบฎเข้ามอบตัว พล.ต.อาทิตย์ ได้ขยับเลื่อนยศเป็น พล.ท. ตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 1 คุมกองกำลังรักษาพระนคร และไต่เต้ามาเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. และ ผบ.ทบ.สืบต่อจาก พล.อ.ประยุทธ จารุมณี ที่เกษียณอายุราชการ จากนั้นดำรงตำแหน่ง ผบ.สส. ควบอีกตำแหน่ง ต่อจาก พล.อ.สายหยุด เกิดผล
ความขัดแย้งระหว่าง พล.อ.เปรม และ พล.อ.อาทิตย์ ปะทุหนักขึ้นอีกหลัง นายทหารที่รับราชการและที่เกษียณอายุราชการ ฝ่ายที่สนับสนุน พล.อ.อาทิตย์ กดดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มอิทธิพลทางการเมืองของฝ่ายกองทัพ จน พล.อ.อาทิตย์ ต้องเสนอให้เลิกเคลื่อนไหวเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ แต่พยายามล็อบบี้ให้มีการต่ออายุราชการของเขาในฐานะผบ.ทบ. จนถึงก.ย. 2530
ทว่า ในวันที่ 27 พ.ค. 2529 พล.อ.เปรม ได้ประกาศปลด พล.อ.อาทิตย์ จากการเป็น ผบ.ทบ. เหลือเพียงแค่ตำแหน่ง ผบ.สส. เพียงตำแหน่งเดียว กลายเป็นข่าวใหญ่ในเวลานั้น และให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ. แทน
หลังเกษียณอายุในเดือน ก.ย. 2529 พล.อ.อาทิตย์ เริ่มเบนเขมเข้าสู่ถนนการเมือง โดยเป็นผู้ก่อตั้งพรรคปวงชนชาวไทย สมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และได้รับการแต่งตั้งเป็น รมช. กลาโหมในรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ แต่ยังไม่ทันได้ปฏิบัติหน้าที่ ก็ถูกจี้จับตัวโดยคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ (รสช.) นำโดยพลเอกสุจินดา คราประยูร เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2534 ขณะกำลังเดินทางไปเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนที่จังหวัดเชียงใหม่
หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พรรคปวงชนชาวไทยของ พล.อ.อาทิตย์ ได้ยุบรวมกับพรรคชาติพัฒนา โดยมี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ซึ่งเดินทางกลับจากกลับจากการลี้ภัยในต่างประเทศ กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา
ประวัติ ส่วนตัว พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก มีชื่อที่เรียกเล่น ๆ โดยสื่อมวลชนว่า "บิ๊กซัน" เป็นบุตรของ ร.ต.พิณ และนางสาคร กำลังเอก ชีวิตครอบครัวสมรสกับ ท่านผู้หญิงประภาศรี กำลังเอก พล.อ.อาทิตย์ สำเร็จชั้นประถมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนพรหมวิทยามูล เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตรในปัจจุบัน สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยม 6 ในปี พ.ศ. 2484 และ โรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร เข้าศึกษาโรงเรียนเตรียมทหารบก รุ่นที่ 5 ระหว่าง พ.ศ. 2487 - 2491
เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก วิทยาลัยกองทัพอากาศวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ประกาศนียบัตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจมกิตติมาศักดิ์จากกองทัพเรือ และยังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ในสาขารัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขานิติศาสตร์ จากวิทยาลัยคณาสวัสดิ์สาขาเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเปรพเพอร์ไดร์ และสาขาการทหารจากมหาวิทยาลัยเคนชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา
ปี พ.ศ.2491ท่านเริ่มรับราชการทหารประจำกองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 5 จังหวัดเพชรบุรี นายทหารประจำกรมทหารราบที่ 21 จังหวัดสระบุรี ผู้บังคับกองร้อยอาวุธหนัก กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1มหาดเล็กรักษาพระองค์ หัวหน้าแผนกศูนย์การทหารราบ จังหวัดลพบุรีผู้บังคับกองพันบริการมณฑลทหารบกที่ 1 รองบังคับการกรมผสมที่ 23 จังหวัดนครราชสีมา ผู้บังคับกรมผสมที่ 23 จังหวัดนครราชสีมา รองผู้บังคับการกองพลที่ 3 กองทัพภาคที่ 2 ผู้บัญชาการกองพลที่ 3 กองทัพภาคที่ 2ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ รองแม่ทัพภาคที่ 2แม่ทัพภาคที่ 1 ผู้ช่วยผู้บังคับบัญชาการทหารบกและรักษาราชการแม่ทัพภาคที่ 1ผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการทหารสูงสุด
นอกจากนี้ ยังได้ทำงานในสนามและต่างประเทศ เช่น ได้รับราชการในกองกำลังทหารไทยประจำประเทศเกาหลี (ผลัดที่ 1) รับราชการตำแหน่ง ผบ.ที่พักกองพลทหารอาสาสมัครประจำประเทศเวียดนาม ผู้บังคับชุดควบคุมยุทธวิธีที่ 23 พื้นที่จังหวัดนครพนม นาแก และจังหวัดสกลนคร จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดหนองคาย ผู้บัญชาการหน่วยผสมพลเรือนตำรวจทหารที่ 1718 ในเขตจังหวัดเลย จังหวัดอุดรธานีและจังหวัดหนองคาย ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ดำรงตำแหน่ง ผอ.ปค.ภาคที่ 1 และแม่ทัพยุทธบริเวณตะวันออก ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาพระนคร และเป็น ผอ.ปค.รับผิดชอบการป้องกันประเทศในยุทธบริเวณภาคพื้นดิน และการบังคับบัญชาทั้ง 3 เหล่าทัพ
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับ ได้แก่ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดีชั้น “อัศวิน" "โยธิน" "มหาโยธิน" เครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.) มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก(ม.ป.ช.)ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ท.จ.ว.) และยังได้รับเหรียญเป็นที่ระลึก เช่น เหรียญรัตนาภรณ์ชั้นที่ 2 เหรียญชัยสมรภูมิ เหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้น 1 เหรียญราชการชายแดน เหรียญปฏิบัติงานสหประชาชาติเหรียญลีเจียน ออฟ เมอริท ดีกรี ออฟ คอมแมนเดอร์ จากประเทศสหรัฐอเมริกา และเหรียญทองอิล (Tong-Il Medal) จากประเทศเกาหลี







