
ยิ่งลักษณ์ล่องหน ไม่แจงถอดถอนจำนำข้าว
การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 16 ม.ค. นับว่าเป็นวันที่เกิดความวุ่นวายและความชุลมุน
การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 16 ม.ค. นับว่าเป็นวันที่เกิดความวุ่นวายและความชุลมุนมากที่สุดนับตั้งแต่มีการก่อตั้ง สนช.ขึ้นมาด้วยอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ภายหลัง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เดินทางมาชี้แจงข้อซักถามของ สนช. ในคดีถอดถอนจากความเสียหายของโครงการรับจำนำข้าวด้วยตัวเอง
ทั้งนี้ ตั้งแต่ในช่วงเวลา 09.00 น. ทีมทนายความนำโดย “พิชิต ชื่นบาน” และ “นรวิชญ์ หล้าแหล่ง” ได้เดินทางมายังรัฐสภาและแถลงข่าวกับผู้สื่อข่าวว่า อดีตนายกรัฐมนตรีจะไม่ได้มาเป็นผู้ตอบข้อซักถามของสมาชิก สนช. เนื่องจากข้อบังคับการประชุม สนช.กำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถมาตอบข้อซักถามได้ จึงได้มอบหมายให้อดีตรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวจำนวน 5 คน มาตอบคำถามแทน
ครั้นถึงเวลาเปิดประชุม สนช.ในฐานะผู้ยื่นข้อซักถามหลายคนต่างแสดงความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า การยื่นคำถามในคดีนี้มีความประสงค์ที่จะให้ยิ่งลักษณ์มาเป็นผู้ตอบคำถามเอง โดยไม่ต้องการให้บุคคลอื่นมาตอบ หรือไม่ก็ให้เลื่อนการประชุมออกไปก่อน
ทั้งนี้ “พรเพชร” พยายามอธิบายถึงความชัดเจนในเรื่องข้อบังคับการประชุม สนช.ว่า ข้อบังคับการประชุม สนช.ไม่ได้มีสภาพบังคับให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องมาตอบข้อซักถามด้วยตัวเอง จะมาหรือไม่มาชี้แจงก็เป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา และไม่มีผลต่อการประชุม
อย่างไรก็ตาม สนช.ต่างไม่เห็นด้วย จึงได้มีการเสนอให้ประชุมลับ โดยให้ตัวแทนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และยิ่งลักษณ์ ออกจากห้องประชุม และหลังประชุมลับเสร็จสิ้น คณะกรรมาธิการซักถามได้เริ่มซักถามตัวแทน ป.ป.ช. 11 คำถาม เกี่ยวกับกระบวนการไต่สวน
หลังจากนั้น “พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร” ประธานคณะกรรมาธิการซักถาม แจ้งกับที่ประชุม สนช.ว่า ผลการหารือของคณะกรรมาธิการและสมาชิก สนช.ที่ยื่นข้อซักถาม ต้องการที่จะให้อดีตนายกฯ มาตอบคำถามด้วยตัวเอง ดังนั้นจะดำเนินการซักถามโดยไม่มีคำตอบจากอดีตนายกฯ
คณะผู้แทนของยิ่งลักษณ์แสดงความไม่พอใจกับท่าทีของ สนช. โดยทีมทนายความยืนยันกลางสภาว่าอดีตรัฐมนตรีทั้ง 5 คน มีสิทธิจะชี้แจงข้อซักถามในสภาแทนยิ่งลักษณ์
“สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย” รองประธาน สนช. ในฐานะประธานในที่ประชุม ถึงกับต้องชี้แจงว่า อดีตนายกฯ ได้มีหนังสือมาถึงประธาน สนช. เพื่อแจ้งถึงการมอบให้ผู้แทนคดีมาเป็นผู้ตอบข้อซักถามแทน โดยไม่บอกถึงเหตุผลและความจำเป็นที่ไม่เดินทางมาชี้แจงด้วยตัวเอง ก่อนจะสั่งพักการประชุมเพื่อหารือกับทุกฝ่ายเป็นเวลา 10 นาที
การประชุม สนช.กลับมาดำเนินการตามปกติอีกครั้ง รองประธาน สนช.สั่งให้คณกรรมาธิการซักถามดำเนินการอ่านคำถามของสมาชิก สนช.ต่อไป
สำหรับประเด็นคำถามของ สนช.ที่ถามถึงอดีตนายกฯ มีทั้งสิ้น 35 คำถาม ซึ่งเนื้อหาเป็นการนำเอาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทุจริตในโครงการจำนำข้าวในหลายมิติทั้งภาระขาดทุน การระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ การนำข้าวจากต่างประเทศมาสวมสิทธิ มาถามย้ำกับอดีตนายกฯ ว่า ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ได้รับทราบถึงความเสียหายหรือไม่ และเหตุใดถึงไม่สั่งยุติโครงการเพื่อระงับยับยั้งความเสียหาย
ขณะเดียวกัน ยังสอบถามถึงตัวเลขการส่งออกข้าวไปต่างประเทศว่ามีจำนวนเท่าไหร่ และส่งออกไปยังประเทศใดบ้าง รวมทั้งต้องการทราบถึงเหตุผลที่ยิ่งลักษณ์ไม่ยอมแสดงความรับผิดชอบในทางการเมือง และคิดว่านโยบายพรรคกับความรับผิดชอบต่อประเทศสิ่งไหนสำคัญกว่ากัน ภายหลังใช้เวลาอ่านข้อซักถามเป็นเวลา 1 ชั่วโมงจนครบทุกคำถาม ประธานในที่ประชุมจึงได้กำหนดให้ ป.ป.ช.และยิ่งลักษณ์แถลงปิดคดีในวันที่ 22 ม.ค.ต่อไป ก่อนจะมีการลงมติถอดถอนในวันที่ 23 ม.ค.







