
พท.เล็งส่งปปช.สอบชวรัตน์เอื้อสนามกอล์ฟรุกที่สาธารณะ
เพื่อไทย"ตามบี้"ชวรัตน์"ส่ง ปปช.สอบสวน ฐานรู้เห็นเป็นใจสนามกอล์ฟ"ลูกสาว"รุกที่สาธารณะ เตรียมนำสื่อลงพื้นที่สัปดาห์หน้า
เพื่อไทย"ตามบี้"ชวรัตน์"ส่ง ปปช.สอบสวน ฐานรู้เห็นเป็นใจสนามกอล์ฟ"ลูกสาว"รุกที่สาธารณะ เตรียมนำสื่อลงพื้นที่สัปดาห์หน้า
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แถลงติดตามผลจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในเรื่องการสนามกอล์ฟ Rancho Charnvee (เรนโช ชาญวี)บุกรุกที่ดินสาธารณะประโยชน์ ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จำนวน500เมตรว่า จากพรรคฝ่ายค้านได้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาเรื่องกรณีสนามกอล์ฟดังกล่าวมีการบุกรุกและปิดทางสาธารณะรวมทั้งมีการปิดป้ายห้ามเข้า แต่หลังจากอภิปรายได้มีการรื้อป้ายออกไปแล้วก็ตาม
โดยที่ประชุมคณะกรรมการฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย มีมติให้ส่งเรื่องให้ ปปช.วสอบสวน พร้อมเรียกร้องนายกฯให้สอบสวน เพราะที่ผ่านมาได้ประกาศจะใช้หลักนิติรัฐในการปกครอง โดยเฉพาะ รมว.มหาดไทย ที่ดูแลแต่กลับรู้เห็นเป็นใจให้มีการบุกรุกที่สาธารณะ เพราะจากหลักฐานชัดเจนผู้บุกรุกเป็นลูกสาวของท่าน ถ้าตรวจสอบว่ามีการบุกรุกมที่สาธารณะจริง ท่านจะต้องแสดงความรับผิดชอบ ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้า ทางพรรคเพื่อไทยจะนำสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
นายชวลิต กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีมีการอภิปรายกล่าวหาถึงการทุจริตการจัดหาระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ประกอบตามโครงการการจัดทำระบบให้ บริการประชาชนทางด้านการทะเบียนและบัตรแบบใหม่ของกรมการปกครองวงเงินสูงถึง 3,490 ล้านบาทนั้น เรื่องนี้มีหลักฐานความชัดเจนโดยสำนักงานตรวจสอบการบริหารพัสดุ ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ได้มีหนังสือแจ้งตอบมายัง รมว.มหาดไทย ได้ระบุว่าพิจารณาแล้วเห็นควรใหทบทวนการจัดหาในกรณีดังกล่าวไม่เป็นไปตามทีโออาร์และระเบีบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อความถูกต้อง โปร่งใส และประโยชน์สูงสุดจากการใช้จ่ายเงินงบประมาณเป็นจำนวนมากและเพื่อประโยชน์ของประชาชนที่จะได้รับการบริหารที่ดี
ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าว คณะกรรมการฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย มีมติให้ส่งเรื่องให้ ปปช.และจะได้ส่งให้นายกรัฐมนตรี ในฐานประธานฯ ที่คุมเรื่องนี้ ในฐานะเป็นผู้นำรัฐบาล จะต้องหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ โดยเฉพาะ รมว.มหาดไทยไม่ปฎิบัติตาม ทีโอออาร์ จะต้องดำเนนการอย่างจริงจัง มิฉะนั้น จะถือเป็นความรู้เห็นของรัฐบาลที่ทำให้สูญเสียเงินงบประมาณของแผ่นดิน







