
‘เหนือ-อีสาน’หนาวสะท้าน
อากาศแปรปรวนฝนปนหนาวอุณหภูมิลดฉับพลันเหนือ-อีสานยะเยือก ใต้คลื่นกัดเซาะชายฝั่งพังยับ
อากาศแปรปรวนฝนปนหนาวอุณหภูมิลดฉับพลันเหนือ-อีสานยะเยือก ใต้คลื่นกัดเซาะชายฝั่งพังยับ
สภาพอากาศที่หนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่องมาแล้ว 2-3 วันในช่วงเช้ามีหมอก ฝนตก ลมแรง ไม่มีแสงแดดทำให้อุณหภูมิภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ลดลงฉับพลัน 2-3 องศาเซลเซียส ทำให้หลายจังหวัดอยู่ในพื้นที่หุบเขาอุณหภูมิลดเหลือ 14-16 องศา ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนหนักจากอากาศหนาวเย็นสะท้าน ต้องก่อผิงไฟคลายหนาวทั้งในช่วงเช้าและกลางคืน ส่วนคนชราและเด็กเล็กล้มป่วยโรคทางเดินหายใจจนล้นโรงพยาบาล ขณะที่หลายจังหวัดขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มกันหนาวเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานรัฐเข้าไปช่วยเหลือทั่วถึง
นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือสภาพอากาศยังคงมีความแปรปรวน มีพายุ ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกได้ ส่งผลให้อุณหภูมิลดลงอย่างกะทันหันหลังจากวันที่ 18 ม.ค.ความหนาวจะเริ่มลดลงและเริ่มอุ่นขึ้น จากนั้นในสัปดาห์หน้าจะไม่หนาวเท่าไหร่
“อุณหภูมิลดลงกะทันหันโดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน จะยังคงหนาวอยู่อย่างนี้ไปอย่างน้อย 2 วัน จากนั้นจะเริ่มอุ่นขึ้นเรื่อยๆ ส่วนสัปดาห์หน้าจะไม่หนาวเท่าไหร่” นายวันชัย กล่าว
ด้าน นายบุญธรรม ตั้งล้ำเลิศ หัวหน้าเวรพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า หลังวันที่ 13 ม.ค.อุณหภูมิจะลดลงอีก 2-3 องศา ส่งผลให้อากาศหนาวเย็นเพิ่มขึ้น ส่วนท้องฟ้าที่ครึ้มมีเมฆฝนช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาในหลายพี้นที่ของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็จะเริ่มลดน้อยลง
นายบุญธรรม กล่าวอีกว่า โดยปกติแล้วช่วงกลางเดือน ม.ค.ของทุกปี จะถือเป็นช่วงที่อากาศหนาวที่สุด ซึ่งในช่วง 1-3 วันนี้ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลงอีก 2-3 องศา ดังนั้นขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพมากขึ้น
ขณะที่ภาคใต้ในขณะนี้สถานการณ์คลื่นลมในทะเลอ่าวไทยจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงออกประกาศเตือนคลื่นลมแรงซัดชายฝั่งสูง 2-3 เมตร โดยเฉพาะชายฝั่ง จ.สงขลา ได้รับความเสียหายหนักหลายจุดจากคลื่นลมแรงกระหน่ำหลายระลอกในช่วงฤดูมรสุมที่ผ่านมา







