
แวดวงสงฆ์
สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร) กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระอารามหลวง
งาน 6 รอบเจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง
สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร) กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระอารามหลวง เป็นประธานในการทำบุญอายุวัฒนมงคล 6 รอบ พระเทพวิริยาภรณ์ (นรินทร์ ปิยะทัศน์) เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง พระอารามหลวง รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2558 ในเวลา 10.30 น. หลังจากพระสงฆ์ที่มีพระพรหมมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ เป็นประธานเจริญพระพุทธมนต์จบลง พระเทพวิริยาภรณ์ ได้ขอความเมตตาจากสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ พรมน้ำพระพุทธมนต์ให้ ซึ่งเจ้าพระคุณสมเด็จก็ไม่ขัดข้อง
ส่วนการพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้แก่พุทธศาสนิกชนที่นั่งในศาลา เป็นหน้าที่พระเทพรัตนากร (นพปฎล) เจ้าอาวาสวัดพนัญเชิง เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
บุคคลสำคัญในศาลาที่แต่งชุดขาวนั่งเป็นประธาน ได้แก่ พล.อ.ต.สุรินทร์ คุ้มจั่น และรัตนา สมสกุลรุ่งเรือง ประธานมูลนิธิร่วมกตัญญู
สำหรับผู้เขียน สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เมตตาให้คติธรรม เพื่อนำไปปฏิบัติว่า เมื่อมีศรัทธา ต้องมีปัญญาควบคู่ไปด้วย พระพุทธองค์ตรัสถึงศรัทธาครั้งใด จะตรัสถึงปัญญาตามมาด้วย เพราะเมื่อเกิดศรัทธา ถ้าไม่ปัญญา จะกลายเป็นความลุ่มหลง
เรื่องศรัทธาที่มากับปัญญา มีในธรรมหลายหัวข้อด้วยกัน เช่น พละ 5 เป็นต้น
1.ศรัทธาพละ ความเชื่อ กำลังการควบคุมความสงสัย
2.วิริยพละ ความเพียร กำลังการควบคุมความเกียจคร้าน
3.สติพละ ความระลึกได้ กำลังการควบคุมความประมาท การไม่ใส่ใจ ใจลอย ไร้สติ
4.สมาธิพละ ความตั้งใจมั่น กำลังการควบคุมการวอกแวกเขวไขว่ ฟุ้งซ่าน
5.ปัญญาพละ ความรอบรู้ กำลังการควบคุมเพิกเฉยไม่สนใจ หลงงมงาย
ดังนั้น เมื่อมีศรัทธาต้องมีปัญญา มิเช่นนั้นจะกลายเป็นความงมงาย
เรื่องเงินเผาศพสมเด็จเกี่ยว ที่ สตง.อยากรู้
การประชุมมหาเถรสมาคม วันที่ 8 ม.ค. 2558 ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรรมการ มส. เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเรื่องที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ติดตามเรื่องเงินงบประมาณ 67 ล้านบาท ที่รัฐบาลอนุมัติไปช่วยงานพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เมื่อเดือน มี.ค. 2557 ซึ่ง สตง.ได้มีหนังสือถวายสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ประธานผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชไปแล้ว และเรื่องนี้นำเข้าสู่การพิจารณาของ มส. ก่อนพิจารณาเรื่องนี้ กรรมการ มส.ขอให้พระพรหมสุธี เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ออกจากห้องประชุม และที่ประชุม มส.สรุปว่า ให้ยึดมติเรื่องการปกครองคณะสงฆ์ ปี 2544 ว่าเมื่อเกิดปัญหาในพื้นที่ใด ให้เจ้าคณะปกครองตามลำดับชั้นดำเนินการกับปัญหาให้เป็นที่เรียบร้อย
ดังนั้น วัดสระเกศ ขึ้นอยู่กับคณะสงฆ์หนกลาง จึงเป็นหน้าที่สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง
สมชาย สุรชาตรี โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ส่วน พศ.ในฐานะผู้จัดสรรเงินอุดหนุนจะประสานกับเจ้าอาวาสจัดทำรายละเอียดชี้แจง สตง. ในขณะที่ผู้แทนของ สตง.ได้มาเตรียมรายงาน แต่ไม่ได้รายงาน เนื่องจาก มส.เห็นว่าเป็นเรื่องของวัดสระเกศ จึงต้องให้เจ้าคณะปกครองเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการให้เป็นข้อยุติ ขณะนี้ผลการตรวจสอบของ สตง.ก็ยังไม่ได้ข้อยุติเช่นกัน
สรุปว่า มส.โยนเผือกร้อนใส่มือเจ้าคณะใหญ่หนกลาง เจ้าคณะภาค 1 และเจ้าคณะ กทม. หรือให้พระ อย.ดูแลกันเอง แต่จะได้ผลเป็นบวก หรือลบ หรือสวนกระแสสังคม ไม่ต้องสนใจ เพราะพระคุณเจ้ามีวิธีการของท่านครับ
217 วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา
เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2557 สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานในพิธีมอบประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานวิสุงคามสีมา แก่วัดต่างๆ ประจำปี 2557 จำนวน 217 วัด ณ ศาลาอเนกประสงค์ วัดไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม
พนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวถวายรายงานพอสังเขปว่า “วัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาต้องเป็นวัดที่มีความมั่นคงถาวร เพราะการได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เจ้าอาวาสจะต้องเป็นผู้มีศักยภาพในการบูรณปฏิสังขรณ์ และการพัฒนาวัดให้เป็นวัดที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ตามที่บัญญัติไว้ในกฎกระทรวง และสามารถกระทำสังฆกรรมได้ ซึ่งได้ถือว่าเป็นวัดที่มีความสมบูรณ์ ทั้งด้านพระธรรมวินัยและกฎหมายทุกประการ
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานมอบประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีให้กับทุกวัด และกล่าวสัมโมทนียกถาพอสรุปได้ว่า “ทุกวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แสดงว่าวัดนั้นมีความพร้อมทุกด้าน สามารถทำสังฆกรรมได้ทุกอย่าง อาทิ อุปสมบท รับกฐิน กิจกรรมของประชาชน เรื่องวิสุงคามสีมานี้ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงเป็นองค์ศาสนูปถัมภ์พระพุทธศาสนา พระองค์ทรงห่วงใยพระพุทธศาสนา และทรงตั้งทุนเล่าเรียนหลวงให้แก่พระภิกษุสามเณรและตั้งกองทุนพระธรรมบาลี
การที่วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเป็นการแสดงว่า ทรงพระราชทานพื้นที่วัดแห่งนี้ให้เป็นที่ของศาสนา เป็นที่ของพระสงฆ์ ใครจะเอาไปไหนไม่ได้ เราต้องรู้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ดังนั้นท่านเจ้าอาวาสทั้งหลายจงตั้งใจตอบสนองพระมหากรุณาธิคุณ จงตั้งใจทำคุณงามความดีเพื่อสนองพระราชศรัทธา ความกตัญญูต่อแผ่นดิน โดยสร้างวัดให้สะอาด สงบ ร่มรื่น เรียบร้อย และเป็นที่ศรัทธาของประชาชน เพื่อเป็นการตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานวิสุงคามสีมาให้”







