posttoday
'มธ.' มีเสรีภาพทุกตารางนิ้ว แต่ต้องอยู่ใต้อัยการศึก

'มธ.' มีเสรีภาพทุกตารางนิ้ว แต่ต้องอยู่ใต้อัยการศึก

04 มกราคม 2558

นอกจากจะใช้โอกาสนี้วิเคราะห์ทิศทางของประเทศไทยในปี 2558 ทั้งในเรื่องการเมืองและการปฏิรูปแล้ว

นอกจากจะใช้โอกาสนี้วิเคราะห์ทิศทางของประเทศไทยในปี 2558 ทั้งในเรื่องการเมืองและการปฏิรูปแล้ว สมคิด เลิศไพฑูรย์ในฐานะผู้บริหารหมายเลขหนึ่งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ยังพูดถึงการต่อสู้กันทางความคิดในเรื่องการเมืองที่เกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัยเช่นกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกรณีที่นักวิชาการและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งจะว่าไปก็เริ่มขึ้นตั้งแต่การก่อตั้งของกลุ่มนิติราษฎร์มาจนถึงกรณีการแสดงความคิดเห็นผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ของ “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ ซึ่งในฐานะที่ดำรงตำแหน่งอธิการบดียืนยันในหลักการว่า “ธรรมศาสตร์ยังมีเสรีภาพทุกตารางนิ้ว”

“ธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เป็นมหาวิทยาลัยการเมืองและกฎหมาย เป็นมหาวิทยาลัยที่ อาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ บอกว่ามีเสรีภาพทุกตารางนิ้ว ศิษย์เก่าศิษย์ปัจจุบันทุกคนยึดหลักการนี้มาตลอดว่าธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยซึ่งต้องมีสิทธิเสรีภาพในทางวิชาการ”

“ขณะเดียวกันธรรมศาสตร์ก็เป็นมหาวิทยาลัยเน้นการเมืองการปกครอง เน้นการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหลาย แต่ว่านี่ก็สิทธิของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ นักศึกษา เจ้าหน้าที่ แต่สิ่งที่ผมเห็นว่ามีปัญหาคือ การวิพากษ์วิจารณ์ชนิดที่ละเมิดสิทธิของคนอื่น โดยเฉพาะการไปพาดพิงถึงกรณีประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112”

ในที่นี้ อ.สมคิด บอกถึงกระบวนการตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งต่อเรื่องนี้ว่า “ผมวางตัวให้อยู่ตรงกึ่งกลางมากที่สุดในฐานะคนที่เป็นอธิการบดี หมายความว่าผมก็สวมหมวกหลายใบ ผมก็วิพากษ์วิจารณ์สังคม วันนี้ผมให้สัมภาษณ์คุณผมก็วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล แต่คุณต้องรู้ว่าการวิพากษ์วิจารณ์มีขอบเขตมากน้อยแค่ไหนบ้าง”

“ดังนั้นผมถึงพยายามพูดบ้าง คือ ในฐานะอธิการบดีไม่พูดเลยไม่ได้ เพราะท้ายที่สุดอธิการบดีจะได้รับการกดดันจากคนนอกคนในทั้งหมด ถามว่าทำไมมีคนพูดวิพากษ์วิจารณ์ขนาดนี้อธิการบดีไม่ลงมาจัดการ ผมก็บอกว่าผมจัดการได้บ้างแต่ไม่ได้ทั้งหมด ผมเตือนได้ ผมเคยเตือนแล้ว คือ กลุ่มนิติราษฎร์ที่เคลื่อนไหวเรื่องมาตรา 112 ผมก็โดนวิจารณ์อย่างหนัก แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะเป็นเรื่องหน้าที่ของคนเป็นอธิการบดี แต่ถ้าผมเป็นแค่ สมคิด เลิศไพฑูรย์ ธรรมดา ผมก็ไม่เตือนหรอก อยากไปทำอะไรก็ทำไป คุณก็ต้องรับผิดชอบไป”

อธิการบดี มธ. ย้ำว่า “ในฐานะเป็นอธิการบดีต้องออกมาเตือนคนทั้งหลาย วันนี้มีอาจารย์ นักศึกษาธรรมศาสตร์หลายคนที่ยังวิพากษ์วิจารณ์เรื่องพวกนี้อยู่ ผมก็บอก ผมไม่เห็นด้วยกับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ก็พยายามเตือนกันให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคนเหล่านี้มีความคิดของเขาเอง”

บทบาทของอธิการบดีต่ออาจารย์ของมหาวิทยาลัยที่ถูกตั้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา 112 คืออะไร? อ.สมคิด ยืนยันหนักแน่นว่า “ต้องยึดกฎหมายเป็นสำคัญ เพราะกฎหมาย คือ กติกากฎเกณฑ์ทั้งหลาย ใครที่ทำถูกก็ว่าไปตามถูก ใครทำผิดก็ว่าไปตามผิด แต่ขณะเดียวกัน ต้องคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของคนทั้งหลายที่เขามีสิทธิพูดด้วย เรื่องบางเรื่องเข้าใจว่าคนวิพากษ์วิจารณ์ก็ถูก บางเรื่องก็ผิด ก็ต้องแยกเป็นกรณีไป ผมมีความคิดว่าขอให้เจ้าหน้าที่ อาจารย์ และนักศึกษา ที่ใช้ชื่อในนามธรรมศาสตร์ คำนึงถึงธรรมศาสตร์ด้วยว่ากำลังทำอะไรอยู่”

“ผมย้ำอีกทีว่าผมไม่ได้ห้าม  ผมห้ามไม่ได้หรอก แต่เขาจะพูดอย่างไรก็แล้วแต่ เขาก็ต้องรับผิดชอบในคำพูดเขาเองทั้งในทางอาญาและแพ่ง แต่ในฐานะอธิการบดี ในฐานะผู้บังคับบัญชา ในฐานะหมายเลขหนึ่งขององค์กร ถ้าผมบอกว่าใครอยากพูดอะไรก็พูดไป ไปรับผิดชอบกันเอง ผมอยู่เฉยๆ ผมทำแบบนั้นไม่ได้”

 “ถ้าทำอย่างนั้น คือ เท่ากับไม่ได้เป็นอธิการบดี ไม่ได้เป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัย ผมถึงต้องเตือนและส่งสัญญาณบ้าง ผมก็มีโทรศัพท์ไปคุยบ้าง ผมก็บอกให้รองอธิการบดีให้ไปคุยบ้างไปเตือนบ้าง ผมก็ทำพอสมควรนะครับ ทำอยู่เยอะ ส่วนตัวผมไม่ได้คุยนะ ผมไม่รู้ว่าเขาอยู่ไหน แต่ผมก็ส่งสัญญาณผ่านคนกลางไปว่าทำไมคุณต้องวิพากษ์วิจารณ์หนักขนาดนี้ ทำไมคุณไม่ดูว่ามันผิดกฎหมายหรือไม่”

มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารมากดดันบ้างหรือไม่? อธิการบดี มธ. ตอบว่า “จะเรียกกดดันไม่ได้ เขามาทำหน้าที่ของเขา ผมก็เรียนว่ามีตำรวจ ทหาร มาหาผมหลายครั้ง ตำรวจก็มาถามว่าอาจารย์คนนี้อยู่ที่ไหน นักศึกษาคนนี้อยู่ไหน เขายังลงทะเบียนหรือไม่ เขายังรับเงินเดือนหรือไม่ ผมก็ตอบไปตามข้อเท็จจริงและตามกระบวนการ ทหารก็มาคุยบ้างครั้งคราว เป็นเรื่องเกี่ยวกับกิจกรรมของนักศึกษาและอาจารย์ในมหาวิทยาลัย” 

“ทหารเขาก็พูดกับผมตรงๆ ว่าเขาอยากให้นักศึกษามีสิทธิเสรีภาพ เขาพูดกับผมอย่างนี้เลย เขาบอกว่าสิ่งที่ธรรมศาสตร์ทำถูกต้องแล้ว คือ การที่เราเปิดให้นักศึกษาได้พูดได้บ้างอย่างไม่รุนแรง ยกตัวอย่างกรณีของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่เกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ทางผู้จัดเขามาขออนุญาตกับผม ผมก็อนุญาต แต่ทหารเขาขอดูหน่อยและขอไม่ให้จัด แต่ทางนั้นยังยืนยันจะจัด เขาถึงเข้ามา แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการเข้ามาและมาจับคนในธรรมศาสตร์”

อ.สมคิด เผยความในใจอีกว่า “วันนี้เราอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก ผมเห็นด้วยว่าคนธรรมศาสตร์ควรมีสิทธิพูด แต่คนธรรมศาสตร์ก็ต้องรู้นะว่าวันนี้ประกาศกฎอัยการศึกอยู่ และผมก็พูดชัดว่ากฎอัยการศึกไม่ได้ใช้เฉพาะนอกธรรมศาสตร์ แต่พื้นที่ธรรมศาสตร์ทั้งหมดนี้กฎอัยการศึกก็ยังใช้อยู่”

ถามถึงการดำเนินการกับกรณีของ อ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ ของมหาวิทยาลัย ได้คำตอบจาก อ.สมคิด ผู้ที่เป็นอธิการบดีว่า “ผมเองไม่ค่อยได้อ่านข้อความของอาจารย์สมศักดิ์เท่าไหร่ ยกเว้นจะมีคนอื่นส่งมาให้ผมอ่าน แต่เท่าที่ดูก็หมิ่นเหม่พอสมควร ผมถึงบอกว่าอาจารย์สมศักดิ์ก็ต้องดูให้ดีในการโพสต์ข้อความอะไรต่างๆ แต่ผมย้ำอีกทีว่าผมไม่มีสิทธิไปห้ามอาจารย์สมศักดิ์หรอก เพราะนี่เป็นเสรีภาพ แต่อาจารย์สมศักดิ์ต้องรับผิดชอบต่อทุกอย่างที่อาจารย์สมศักดิ์ทำลงไป”

“ผมอย่างนี้นะ สมมติอาจารย์สมศักดิ์เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อยู่ และอาจารย์สมศักดิ์ถูกดำเนินการตามมาตรา 112 ปกติตามระบบกฎหมายก็ว่ากันไป อาจารย์สมศักดิ์ก็ยังสอนหนังสือได้ อาจารย์สมศักดิ์ก็ต้องไปขึ้นศาลถ้าถูกฟ้องคดี 112 อันนี้เป็นเรื่องปกติไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ”

จะต้องตั้งกระบวนการตรวจสอบอะไรหรือไม่? อ.สมคิด ยืนยันว่า ไม่ได้คิดไปทำขนาดนั้น เรื่องคดีความเขาก็ต้องรับผิดชอบไป ส่วนสถานะในการเป็นอาจารย์ของอาจารย์สมศักดิ์ก็ต้องตรวจสอบดู ที่ผ่านมาได้ถามทางคณะว่าอาจารย์สมศักดิ์ได้ทำเรื่องลาตามระเบียบหรือไม่ ซึ่งทราบว่ายังไม่มีการทำเรื่องลาอย่างเป็นทางการ

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้