posttoday
โครงสร้างประชากรเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจ

โครงสร้างประชากรเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจ

02 มกราคม 2558

รัฐบาลทุกชุดมักจะให้ความสำคัญกับปัญหาระยะสั้นมากกว่าปัญหาระยะยาวทั้งที่ปัญหาระยะยาวเชิงโครงสร้างเป็นเรื่องที่จะชี้อนาคตของประเทศไทย โดยเฉพาะการวางโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า

รัฐบาลทุกชุดมักจะให้ความสำคัญกับปัญหาระยะสั้นมากกว่าปัญหาระยะยาวทั้งที่ปัญหาระยะยาวเชิงโครงสร้างเป็นเรื่องที่จะชี้อนาคตของประเทศไทย โดยเฉพาะการวางโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคม
เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้คาดการณ์จำนวนประชากรของไทย โดยใช้ข้อมูลปี 2553 เป็นฐาน พบว่าในปี 2567 ประเทศไทยจะมีประชากรมากที่สุดจำนวน 66 ล้านคน หลังจากนั้นแล้วจำนวนประชากรจะค่อยๆ ลดลง

นอกจากประชากรจะลดลงแล้ว สัดส่วนประชากรสูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปจะมีสัดส่วนถึง 15% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ส่วนประชากรวัยเด็กจะมีสัดส่วนเพียง 12% มีประชากรเกิดใหม่น้อยลง ในขณะที่ผู้สูงอายุมีอายุยืนยาวขึ้นตามวิวัฒนาการทางการแพทย์

ดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่ได้รับความสำคัญจากรัฐบาลใดๆ มากนัก ทั้งที่จะเป็นเรื่องชี้เป็นชี้ตายอนาคตของประเทศไทย เพราะผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากสังคมผู้สูงอายุมีมากทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม

แค่ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจมองไปก็น่าเหนื่อย เพราะการแบ่งภาคธุรกิจออกเป็นเครื่องยนต์ 4 ตัว ไม่ว่าจะเป็น การส่งออก การลงทุน การบริโภคในประเทศ และการลงทุนภาครัฐ ก็เริ่มจะใช้สูตรนี้ไม่ได้แล้ว เนื่องจากจำนวนประชากรที่จะไม่เพิ่มขึ้น ทำให้ขนาดของตลาดจำกัดลง ผู้ผลิตสินค้าสามารถผลิตได้ในอัตราที่จำกัดขยายกำลังผลิตไม่ได้ดังนั้นการหวังจะให้การบริโภคในประเทศเป็นเครื่องยนต์เร่งตัวของเศรษฐกิจไม่ได้อีกต่อไป

นอกจากนี้ จำนวนบุคลากรในวัยทำงานจะมีน้อยลงเรื่อยๆ ดังนั้นไทยจำเป็นต้องพึ่งแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันไทยมีแรงงานต่างด้าวประมาณ 2.5 ล้านคน แต่ในอนาคตอาจจะต้องการแรงงานต่างด้าวมากยิ่งขึ้นอีก ฉะนั้นการเพิ่มผลผลิตในประเทศจะเริ่มมีความเสี่ยงในเรื่องแรงงาน เศรษฐกิจอาจจะไม่เฟื่องฟูอีกต่อไป

และที่เป็นปัญหามากที่สุด คือ การที่รัฐบาลจะต้องใช้งบประมาณดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น ในขณะที่การออมระดับครัวเรือนของไทยยังต่ำมาก แต่หนี้ครัวเรือนกลับเร่งตัวสูงขึ้น การก่อหนี้เป็นไปเพื่อการบริโภคมากกว่าการกู้มาเพื่อสร้างทรัพย์สิน เมื่อเศรษฐกิจไม่ขยายการที่รัฐจะเก็บภาษีได้มากเพื่อมาจัดเป็นรัฐสวัสดิการให้ผู้สูงอายุจึงเป็นภาระมาก

เมื่อเห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นแล้ว รัฐบาลควรจะกำหนดนโยบายระยะยาวเพื่อรองรับไว้ล่วงหน้า ซึ่งยังไม่เห็นรัฐบาลเน้นให้ประชาชนออมภาคสมัครใจและออมภาคบังคับให้มากขึ้นเลย

โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ไทยต้องเตรียมรับมือปัญหานี้แต่เนิ่นๆ เพราะปัญหาประชากรสูงอายุจะทำให้การดำเนินนโยบายของรัฐบาลต้องเปลี่ยนแปลงใช้
รูปแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือ3 ปรับ และ 1 เลี่ยง

โฆสิต กล่าวว่า 3 ปรับที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ คือ 1.การปรับขีดความสามารถในการแข่งขัน รัฐบาลต้องสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาคุณภาพและความรู้ทั้งหลาย ปฏิรูปการศึกษาและบริการทางสังคม รวมทั้งสนับสนุนให้เอกชนทำการวิจัยและพัฒนา R&D

2.การปรับโครงสร้างผลผลิตอุตสาหกรรม ให้พึ่งพาการนำเข้าน้อยลง โดยเฉพาะเครื่องจักร หุ่นยนต์ อะไรต่างๆ ที่จำเป็นในภาคเอกชนเพื่อมาทดแทนแรงงาน

3.รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการออมภาคครัวเรือนมากขึ้น การกำหนดนโยบายดอกเบี้ยก็จะต้องคิดถึงผู้ออมด้วย ไม่ใช่คิดถึงแต่ผู้ทำธุรกิจ ที่ต้องการให้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้ต้นทุนลดลง  หากดอกเบี้ยไม่จูงใจให้ออมประชาชนก็จะไม่ออม ซึ่งจะส่งผลเสียในระยะยาว

สำหรับการหลีกเลี่ยงมีสิ่งเดียว คือ การหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้ที่เกิดการจากการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเกิดจากการไม่ประมาณตนใช้มากกว่าหาได้ เป็นต้น หนี้ที่ควรหลีกเลี่ยงไม่ใช่หนี้ครัวเรือนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นหนี้ทุกชนิดทั้งหนี้สาธารณะของประเทศ หรือหนี้อื่นๆ

ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง ระบุถึงเศรษฐกิจปี 2558 ว่า อัตราการขยายตัวปี 2558 ที่หลายค่ายคาดการณ์ไว้ประมาณร้อยละ 4 ถึง 4.5 นั้น เป็นไปได้ แต่อัตราดังกล่าวจะไม่เกิดเองอัตโนมัติ ต้องอาศัยแผนงานที่ดีของรัฐบาลผลักดันด้วย เพราะหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง จะทำให้กำลังซื้อจับจ่ายใช้สอยของประชาชนขยายตัวไม่มาก การส่งออกก็ยังคาดหวังมากไม่ได้ เพราะเศรษฐกิจของประเทศใหญ่ยังไม่ดี

ในความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เห็นว่า การป้องกันและแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งส่งเสริมวินัยทางการเงินแก่ภาคครัวเรือน รัฐควรให้ความสำคัญนโยบายการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพการผลิตของครัวเรือน รวมถึงส่งเสริมตาข่ายการรองรับความเสี่ยงภาคสังคม และการเข้าถึงเครื่องมือประกันภัยพื้นฐาน เพื่อพยุงระดับรายได้ของครัวเรือนเมื่อประสบปัญหาตกงาน เจ็บป่วย หรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ขณะที่ ธปท.พัฒนาฐานข้อมูลทางการเงินครัวเรือน การขยายสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ซึ่งให้สหกรณ์ร่วมเป็นสมาชิก และให้ความรู้ทางการเงิน

ไม่ว่าข้อเสนอแนะและผลการศึกษาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของไทยอย่างไร ก็ไร้ประโยชน์ หากรัฐบาลมองไม่เห็นปัญหาไปในทิศทางเดียวกันและวางแผนรับมือในระยะยาว ซึ่งเชื่อว่า
ยิ่งปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว จะยิ่งทำให้รัฐเลือกกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นมากกว่าจะมองปัญหาระยะยาว ที่จะเป็นหายนะต่อเศรษฐกิจในอนาคต

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI