
สิ่งที่รัฐบาลเลือกตั้งทำไม่ได้
มีใครสังเกตบ้างหรือไม่ว่า ในช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีการล่วงละเมิด จาบจ้วง ดูถูก ดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ค่อนข้างรุนแรงผ่านช่องทางต่างๆ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ดำเนินการอย่างจริงจังกับกลุ่มคนที่กระทำผิด หลังจาก คสช.ยึดอำนาจ การจาบจ้วง ล่วงละเมิด ดูถูก ดูหมิ่น หมิ่นประมาทสถาบันสูงสุดก็ไม่ได้ลดลงเลย แต่สิ่งที่เห็นความแตกต่างชัดเจน คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงไอซีที ซึ่งรับผิดชอบโดยตรงในการบังคับใช้กฎหมาย เอาจริงเอาจังในเรื่องนี้มากขึ้น
มีใครสังเกตบ้างหรือไม่ว่า ในช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีการล่วงละเมิด จาบจ้วง ดูถูก ดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ค่อนข้างรุนแรงผ่านช่องทางต่างๆ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ดำเนินการอย่างจริงจังกับกลุ่มคนที่กระทำผิด หลังจาก คสช.ยึดอำนาจ การจาบจ้วง ล่วงละเมิด ดูถูก ดูหมิ่น หมิ่นประมาทสถาบันสูงสุดก็ไม่ได้ลดลงเลย แต่สิ่งที่เห็นความแตกต่างชัดเจน คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงไอซีที ซึ่งรับผิดชอบโดยตรงในการบังคับใช้กฎหมาย เอาจริงเอาจังในเรื่องนี้มากขึ้น
คนไทยที่จาบจ้วงล่วงละเมิดจำนวนหนึ่งหนีไปอยู่ต่างประเทศ ไปร่วมกับคนไทยในต่างประเทศ กลุ่มหนึ่งดำเนินการจาบจ้วง ล่วงละเมิด ดูถูก ดูหมิ่นสถาบันสูงสุด จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศที่จะติดตามความเคลื่อนไหว ประสานกับรัฐบาลต่างประเทศให้ช่วยระงับพฤติการณ์ดังกล่าว แต่มักจะไม่ค่อยได้รับความร่วมมือ เพราะต่างประเทศอ้างว่าไม่ผิดกฎหมายของประเทศเขา เขาไม่มีกฎหมายแบบ ม.112 ของไทย
ล่าสุดคือ กรณีนายเอกภพ เหลือรา หรือ ตั้ง อาชีวะ ที่กล่าววาจาจาบจ้วงล่วงละเมิด ดูถูกดูหมิ่นสถาบันสูงสุดในการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน รัฐบาลชุดก่อนไม่ได้ดำเนินการทางกฎหมายต่อนายเอกภพ ปล่อยให้นายเอกภพหลบหนีไปได้ พร้อมกับมีตำรวจนอกเครื่องแบบให้การคุ้มกันด้วย เมื่อ คสช.ยึดอำนาจ นายเอกภพได้หลบหนีไปอยู่กัมพูชา เมื่อสัปดาห์ก่อนเขาได้เปิดตัวในเฟซบุ๊กโชว์หนังสือเดินทางนิวซีแลนด์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าตนเองได้รับสิทธิความเป็นพลเมืองนิวซีแลนด์เรียบร้อยแล้ว
คนไทยที่รักชาติ รักสถาบันสูงสุด มีคำถามมากมาย อาทิ นายเอกภพได้รับหนังสือเดินทางนิวซีแลนด์จริงหรือไม่ กระทรวงการต่างประเทศทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำชี้แจงากกระทรวงการต่างประเทศไทย เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศโดยตรงที่จะเชิญท่านทูตนิวซีแลนด์ประจำไทยมาขอคำชี้แจง และแจ้งให้เขาได้ทราบถึงพฤติกรรมของนายเอกภพ ซึ่งหนีหมายจับของศาล หรือสั่งให้ท่านทูตไทยหรืออุปทูตประจำกรุงเวลลิงตันไปขอทราบข้อเท็จจริงจากกระทรวงการต่างประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งคงไม่ยากนักหากทางการนิวซีแลนด์อยากจะให้คำตอบ ยกเว้นว่าจะไม่อยากจะตอบ โดยอ้างว่านิวซีแลนด์มีกฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของพลเมือง ซึ่งไม่น่าจะเป็นคำตอบที่มีเหตุผลนัก
เราเคารพในการตัดสินใจของทางการนิวซีแลนด์ ทางการนิวซีแลนด์มีอำนาจที่จะให้หนังสือเดินทางกับใครก็ได้ หากเข้าเงื่อนไขของทางการนิวซีแลนด์ ซึ่งเรื่องนี้เราคงไม่ไปแทรกแซงการตัดสินใจของนิวซีแลนด์ แต่ในฐานะเป็นมิตรที่ใกล้ชิดกัน ทางการนิวซีแลนด์น่าจะทราบดีว่า นายเอกภพได้ทำผิดกฎหมายของไทย ที่ทุกประเทศไม่ว่าจะเป็นประเทศประชาธิปไตย คอมมิวนิสต์ เผด็จการทหาร ย่อมมีกฎหมายที่ให้คุ้มครองประมุขของประเทศ ไม่ว่าประมุขนั้นจะเรียกว่าประธานาธิบดี กษัตริย์ จักรพรรดิ ฯลฯ จากการหมิ่นประมาท เราเชื่อว่านิวซีแลนด์ก็มีกฎหมายคุ้มครองประมุขของตนทำนองนี้เช่นกัน
ม.112 ของไทยเป็นกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองประมุขของประเทศไทย เช่นเดียวกับคนไทยทุกคนได้รับความคุ้มครองไม่ให้ถูกดูหมิ่น หมิ่นประมาท ที่สำคัญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระประมุขที่คนไทยให้ความเคารพ ยกย่อง นับถือ ประหนึ่ง “พ่อของชาติ” เราเชื่อว่าทุกคน แม้แต่คนนิวซีแลนด์ก็รักพ่อ และไม่ต้องการให้ใครมาดูถูกดูหมิ่นพ่อของตน คนไทยก็เช่นกัน ในหลวงเป็นพ่อของชาติ เป็นพ่อของคนไทยทุกคน เมื่อใครมาจาบจ้วง ดูถูก ดูหมิ่น คนไทยย่อมโกรธ ไม่พอใจ ใครที่ให้ความช่วยเหลือคนที่ด่าพ่อของเรา ก็เท่ากับทำร้ายจิตใจคนไทยทั้งประเทศด้วย
รัฐบาลนิวซีแลนด์น่าจะพิจารณาเรื่องการให้หนังสือเดินทางแก่นายเอกภพในทางการเมืองด้วย นอกจากด้านกฎหมายอย่างเดียว รัฐบาลนิวซีแลนด์จะเอาคนไทยคนเดียวที่คนไทยทั้งประเทศเกลียดชัง หรือจะเอาคนไทยทั้งประเทศ 65 ล้านคน ที่ผ่านมาสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีกันมาตลอด สถานทูตนิวซีแลนด์ในไทยน่าจะรายงานประวัติและพฤติการณ์ของนายเอกภพให้กับเวลลิงตันได้ทราบข้อเท็จจริง หากไม่รู้ก็สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยได้
เราไม่อยากให้เกิดรอยด่างในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์อันยาวนานของสองประเทศ คนไทยไม่อยากให้คนคนเดียวมาทำสิ่งที่กระทบต่อความสัมพันธ์ของสองประเทศ แต่คนนิวซีแลนด์ก็ควรเข้าใจความรู้สึกของคนไทย 65 ล้านคนที่รักพระเจ้าอยู่หัวด้วย
นี่เป็นกรณีแรกที่คนไทยที่ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์หนีไปอยู่ที่นิวซีแลนด์ เพราะส่วนใหญ่จะไปรวมตัวกันอยู่ที่สหรัฐ ซึ่งให้ความคุ้มครองกลุ่มล้มเจ้าอยู่แล้ว ทูตอเมริกันคนก่อนเข้าไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มล้มเจ้าในหลายโอกาสจนถูกคนไทยประท้วง และแสดงท่าทีเลือกข้างการเมืองไทยอย่างชัดเจน นักการทูตอเมริกันไปเยี่ยมเยียนหมู่บ้านเสื้อแดงในไทย ทูตอเมริกาไปเยี่ยมเยียนสื่อแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นแหล่งแพร่ข้อมูลจาบจ้วงสถาบันมาโดยตลอด และถ่ายรูปให้คนไทยได้เห็นกันชัดๆ ตัวทูตเองยังบินไปฟิลิปปินส์ขอให้ทางการฟิลิปปินส์ช่วยเหลือดูแลรักษานักการเมืองไทยที่ถูกข้อหา ม.112 ที่ไปป่วยอยู่ในประเทศนั้นเป็นกรณีพิเศษ เพราะตนเองเคยทำงานในฟิลิปปินส์มาก่อน จึงรู้จักผู้มีอำนาจในประเทศนั้นดี
รัฐบาล คสช.มีนโยบายชัดเจนเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ สตช. ไอซีที กสทช. กระทรวงการต่างประเทศต้องขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติที่ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างที่ประกาศไว้ นี่เป็นสิ่งที่รัฐบาลเลือกตั้งทำไม่ได้ เพราะไม่อยากทำ







