posttoday
จริยธรรมาภิบาลนักการเมือง กับการปฏิรูปประเทศไทย

จริยธรรมาภิบาลนักการเมือง กับการปฏิรูปประเทศไทย

25 ธันวาคม 2557

มีข้อสังเกตเพื่อให้การเมืองมีเสถียรภาพ ตอนที่เหลือ คือ (7) ทำอย่างไรที่จะออกแบบรัฐธรรมนูญไม่ให้เกิดรัฐบาลที่เข้มแข็งมากจนเกินไป หรือมีอำนาจมากจนเกินไป เพราะว่าเราได้ผ่านประสบการณ์มาแล้วว่ารัฐบาลยิ่งมีอำนาจมาก ก็ยิ่งคอร์รัปชั่นมาก ฉะนั้นควรออกแบบรัฐธรรมนูญให้เกิดระบบพรรคการเมืองหลายพรรคที่แข่งขันกันได้อย่างเป็นธรรม ไม่ให้พรรคการเมืองเป็นเพียงธุรกิจส่วนตัวของนักการเมืองบางคน

มีข้อสังเกตเพื่อให้การเมืองมีเสถียรภาพ ตอนที่เหลือ คือ (7) ทำอย่างไรที่จะออกแบบรัฐธรรมนูญไม่ให้เกิดรัฐบาลที่เข้มแข็งมากจนเกินไป หรือมีอำนาจมากจนเกินไป เพราะว่าเราได้ผ่านประสบการณ์มาแล้วว่ารัฐบาลยิ่งมีอำนาจมาก ก็ยิ่งคอร์รัปชั่นมาก ฉะนั้นควรออกแบบรัฐธรรมนูญให้เกิดระบบพรรคการเมืองหลายพรรคที่แข่งขันกันได้อย่างเป็นธรรม ไม่ให้พรรคการเมืองเป็นเพียงธุรกิจส่วนตัวของนักการเมืองบางคน

(8) การแก้ปัญหาการบริหารจัดการพรรคการเมืองอย่างมีธรรมาภิบาลจะทำอย่างไร จากรายงานขององค์กรเพื่อความโปร่งใส (Transparency International) ได้ระบุว่า พรรคการเมืองและองค์กรตำรวจของไทยมีการคอร์รัปชั่นสูงสุด คงต้องออกแบบกฎหมายเพื่อให้อำนาจแก่ กกต. และ ปปง. เข้าไปตรวจสอบระบบการเงินของพรรคการเมืองที่ใช้เงินที่ผิดกฎหมาย ไม่ให้สามารถนำมาใช้จ่ายเป็นเงินเดือนให้แก่ สส. และใช้จ่ายเงินที่ผิดกฎหมายให้แก่หัวคะแนนทั้งก่อนและในระหว่างการเลือกตั้ง

(9) การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของบุคคลสาธารณะตามที่กฎหมายกำหนดต่อ ป.ป.ช. ต้องให้ครอบคลุมทั้งสามี ภรรยา และลูกๆ ทั้งที่บรรลุนิติภาวะแล้วและยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วย (10) การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของบุคคลสาธารณะ ป.ป.ช. ต้องทำงานเชิงรุกโดยการสุ่มตรวจบุคคลที่น่าสงสัย โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้มาร้องเรียนก่อน

(11) สำหรับผู้จะสมัคร สส. สว. และนักการเมืองท้องถิ่น ต้องมีการรายงานและตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของบุคคลเหล่านี้ นอกจากนี้ควรเปรียบเทียบภาษีเงินได้กับรายได้โดยย้อนหลัง 5 ปี ว่าสอดคล้องกันหรือไม่

(12) การจัดซื้อจัดจ้างหรือการจัดหาพัสดุควรออกเป็น พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง หรือ พ.ร.บ.การจัดหาพัสดุ แทนที่การออกระเบียบสำนักนายกฯ ซึ่งเป็นอำนาจของ ครม. (13) ควรจัดตั้งศาลชำนาญการพิเศษที่เรียกว่า “ศาลควบคุมการคอร์รัปชั่น” ตามแนวคิดขององค์การสหประชาชาติ เพื่อเร่งรัดการพิจารณาคดีคอร์รัปชั่นให้เร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากผู้พิพากษาส่วนใหญ่มีความรู้และประสบการณ์เรื่องกฎหมายอาญา และกฎหมายแพ่งเป็นหลัก

แต่ความรู้เรื่องคอร์รัปชั่นเป็นศาสตร์ใหม่ที่ผู้พิพากษาที่จะทำหน้าที่วินิจฉัยในเรื่องนี้ควรต้องผ่านการศึกษา อบรมเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพราะเหตุว่าความรู้ แนวคิด ทฤษฎีการควบคุมการคอร์รัปชั่น มีการเปลี่ยนแปลงทั้งแนวความคิด ความหมาย และวิธีบริหารจัดการเพื่อควบคุมการคอร์รัปชั่น ผู้พิพากษาในศาลนี้จึงต้องมีความรู้เฉพาะ มีความชำนาญในเรื่องนี้ที่อยู่ในระดับมาตรฐานสากล ที่สำคัญศาลควบคุมการคอร์รัปชั่นต้องมีบทลงโทษต่อผู้ที่ทุจริตทั้งทางด้านอาญาและทางแพ่งด้วย

(14) การออก พ.ร.บ.เพื่อจัดตั้งองค์กรตรวจสอบคุณธรรมและจริยธรรมของบุคคลสาธารณะทั้งพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นักการเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ขอให้ใช้ความหมายการคอร์รัปชั่นขององค์การสหประชาชาติ ที่ครอบคลุมทั้งทางด้านคุณธรรม จริยธรรม และสิ่งที่เรียกว่า “ผลประโยชน์ของส่วนรวม” หรือ “ผลประโยชน์ของชาติ” หรือ “ผลประโยชน์สาธารณะ” (Public interest) ความหมายการคอร์รัปชั่นแบบนี้ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมทางสังคมที่ภาคประชาสังคม และองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ จะสามารถใช้ในการกำกับดูแลและควบคุมพฤติกรรมที่ฉ้อฉลของบุคคลสาธารณะได้ดียิ่งขึ้น

(15) ไม่ควรควบรวม ป.ป.ช. ป.ป.ท. และ ปปง. เข้าเป็นองค์กรเดียวกันตามที่คณะ กมธ. คณะหนึ่งใน สปช. นำเสนอ เนื่องจากทั้งสามองค์กรในปัจจุบันต่างมีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานเหมือนๆ กัน บางองค์กรเคยมีปัญหาเรื่องความโปร่งใส และเคยเป็นเครื่องมือทางการเมืองของนักการเมืองมาก่อน การปรับปรุงหน่วยงานทั้ง สามหน่วยงานให้มีหลักธรรมาภิบาลในการบริหารงานและให้รัฐธรรมนูญกำหนดให้ทั้งสามหน่วยงานต้องร่วมกันทำงานอย่างมีบูรณาการน่าจะเป็นทางออกในปัจจุบันได้ดีกว่า รวมทั้งต้องนำ สตง. และคณะกรรมการตรวจการแผ่นดินเข้ามาอยู่ในกระบวนการทำงานเพื่อควบคุมการคอร์รัปชั่นด้วย

(16) ควรออก พ.ร.บ.จัดตั้งกองทุนเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการให้การศึกษาและการรณรงค์ความรู้แก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป โดยตั้งเป็นองค์กรใหม่เน้นทำงานเรื่องการป้องกันเป็นหลัก ส่วน ป.ป.ช. ให้เน้นเรื่องการปราบปราม (17) ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ หากอยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้ ขอเสนอให้ระบุว่า คดีความใดๆ เกี่ยวข้องกับการทุจริต การคอร์รัปชั่น และการประพฤติมิชอบที่หมดอายุความไปแล้วก็ดี หรือหน่วยงานภาครัฐจงใจไม่อุทธรณ์คดีก็ดี ให้ประชาชนหรือภาคประชาสังคมสามารถร้องขอให้ ป.ป.ช.รื้อฟื้นคดีนั้นๆ ขึ้นมา พิจารณาใหม่ได้ แต่ให้พิจารณาได้เฉพาะความรับผิดทางแพ่ง เช่น คดีอัลไพน์ หรือคดีบ่อบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น

ประเด็นที่สอง การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม คือ องค์กรตำรวจ อัยการ และศาล เป็นส่วนที่สำคัญกับการปฏิรูปประเทศไทย และเกี่ยวโยงกับนักการเมืองด้วย ที่ผ่านมานักการเมืองได้แทรกแซงองค์กรตำรวจและอัยการ จนทำให้กระบวนการยุติธรรมกลายเป็นเครื่องมือของนักการเมือง

ปัญหาภายในของกระบวนการยุติธรรมในปัจจุบันคือ กระบวนการสอบสวน การฟ้องร้อง และการพิจารณาคดีถูกแยกออกเป็นส่วนๆ ทำให้กระบวนการยุติธรรมของไทยถูกตั้งข้อสงสัยเสมอว่ามีความ
น่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด

การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมต้องให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมให้มากที่สุด โดยหลักการแล้ว กระบวนการยุติธรรม คือการสอบสวน ฟ้องร้อง ต้องเป็นอำนาจเดียวที่แบ่งแยกมิได้กระบวนการยุติธรรมมี 2 ส่วน ส่วนแรกคือ ชั้นพนักงาน มีตำรวจ และอัยการ ส่วนชั้นที่ 2 คือ ชั้นศาล

สำหรับชั้นสอบสวนและฟ้องร้องควรโอนอำนาจของตำรวจไปไว้ที่อัยการ โดยให้ตำรวจทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลืออัยการ ในสากลประเทศล้วนแล้วแต่ให้พนักงานอัยการเข้ามาเป็นผู้ควบคุมการสอบสวนทั้งนั้น

ส่วนองค์กรตำรวจต้องสลายการเป็นกองทัพที่ 4 และให้ตำรวจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม โดยระบุไว้เป็นมาตรการหนึ่งในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เรื่องการปรับปรุงประสิทธิภาพต้องกระจายอำนาจของตำรวจออกไปเป็นตำรวจจังหวัด ถ้าการปฏิรูปประเทศในครั้งนี้ไม่มีการปฏิรูปตำรวจ ประชาชนคงผิดหวังกันมาก การปฏิรูปตำรวจควรเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดการปฏิรูปประเทศไทยว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่

สำหรับระบบศาลยุติธรรม สิ่งแรกที่ต้องกระทำคือ การทำให้ข้อเท็จจริงยุติที่ศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นต้องเปิดโอกาสให้มีการนำพยานมาสอบสวนได้เต็มที่ และทำให้การดำเนินคดีในศาลชั้นต้นรวดเร็วขึ้น ส่วนศาลชั้นอุทธรณ์และฎีกาสามารถอุทธรณ์และฎีกาได้เฉพาะข้อกฎหมายเท่านั้น ไม่สามารถอุทธรณ์และฎีกาข้อเท็จจริงได้ กระบวนการแบบนี้จะทำให้คดีจบเร็วขึ้น

การปฏิรูปประเทศไทยและการปฏิรูปทางการเมืองในครั้งนี้ ผมขอย้ำว่า เราไม่ควรไปสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันประชาธิปไตย คือรัฐบาลมากนัก เพราะทั้งรัฐบาลและสภาเป็นระบบที่ล้มเหลวคล้ายคลึงกันทั่วโลก เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักที่เราจะได้นักการเมืองที่เป็นคนดี และมีความรู้ความสามารถเข้าสู่การเมือง

สิ่งที่เราควรให้ความสำคัญมากยิ่งกว่า คือการสร้างระบอบประชาธิปไตยที่ทำให้ภาคประชาสังคมเข้มแข็งขึ้น มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะที่สำคัญมากขึ้น รวมทั้งมีอำนาจในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล รัฐสภา และหน่วยงานราชการให้มากยิ่งขึ้นต่างหาก

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน