
น้ำมันราคาตกทำให้หุ้นตก
พักนี้ใกล้เทศกาลปีใหม่ ผมมีโอกาสไปงานพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงเก่าๆ และแก่จริงๆ หลายงาน ส่วนใหญ่เวลาเจอกันก็มักคุยเรื่องเก่าเล่าความหลังตามประสาคนแก่ แต่ประเด็นที่ถูกหยิบขึ้นมาพูดทุกงาน คือ เรื่องหุ้นตกกับน้ำมันตกว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุนของผู้อาวุโสรุ่นราวคราวเดียวกันอย่างไร
พักนี้ใกล้เทศกาลปีใหม่ ผมมีโอกาสไปงานพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงเก่าๆ และแก่จริงๆ หลายงาน ส่วนใหญ่เวลาเจอกันก็มักคุยเรื่องเก่าเล่าความหลังตามประสาคนแก่ แต่ประเด็นที่ถูกหยิบขึ้นมาพูดทุกงาน คือ เรื่องหุ้นตกกับน้ำมันตกว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุนของผู้อาวุโสรุ่นราวคราวเดียวกันอย่างไร
ถ้าพูดอย่างนักวิเคราะห์ก็ต้องบอกว่า หุ้นราคาตกเพราะราคาได้ปรับตัวขึ้นไปสูง พี/อีเรโชทะลุ 25 เท่า ก็ต้องปรับตัวจากแนวรับสู่แนวต้าน ส่วนจะลงแค่ไหนขึ้นอยู่กับเซนดิเมนต์ในตลาด เมื่อลงมาถึงจุดหนึ่งแล้วก็จะรีบาวด์กลับฟื้นไปเอง เพราะปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่งอยู่ แนะนำว่าในช่วงนี้ให้มองหาซื้อหุ้นพื้นฐานดี มีการจ่ายเงินปันผล แทนที่จะซื้อหุ้นเก็งกำไร อะไรทำนองนี้ เป็นสูตรสำเร็จสุดแต่จะ
ใส่ตัวเลขอะไรลงไป
ความจริงผมว่าใครสามารถทำนายทิศทางหุ้นได้ก่อนที่ราคาหุ้นจะขึ้นหรือลงจริงๆ ต้องถือว่าเป็นเซียนที่หยั่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทร เพราะก่อนหน้านี้เศรษฐกิจไม่ดี ส่งออกไม่ได้ การบริโภคติดลบ มีการปฏิวัติรัฐประหารประกาศกฎอัยการศึก ซึ่งใครต่อใครออกมาติงว่าจะทำให้เศรษฐกิจพังพินาศยับเยิน ราคาหุ้นไทยก็ขึ้นเอาๆ ใช่ไหมครับ
เพราะฉะนั้น การที่ราคาหุ้นไทยจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง จึงดูเหมือนว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เรียกว่าปัจจัยพื้นฐานอะไรที่พูดกัน แต่มีเพื่อนคนหนึ่งอธิบายปรากฏการณ์เหนือธรรมชาตินี้ให้ฟังว่า ราคาหุ้นขึ้นอยู่กับเจ้ามือว่าสามารถจะสร้างสตอรี่ให้ดลใจคนได้แค่ไหน และมีหน้าตักที่จะบริหารราคาหุ้นที่เล่นอยู่มากน้อยเพียงใด ใครอ่านใจเจ้ามือถูกก็รวยไปตามระเบียบ เท็จจริงอย่างไรไม่ทราบเพราะผมไม่เล่นหุ้น แต่ที่แน่ๆ เพื่อนผมคนนี้ไม่ต้องทำงานทำการอะไรให้เหนื่อยยากลำบากกายเหมือนผม แต่มีเงินชวนเพื่อนฝูงไปเลี้ยงที่ร้านอาหารหรูๆ เป็นประจำ ใครไปถามเรื่องแนวรับแนวต้านคือ ปัจจัยพื้นฐานอัตราแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยอะไร แกบอกว่าไม่สนใจขอเอาเวลาไปศึกษาพฤติกรรมของเจ้ามือหุ้นแต่ละตัวดีกว่า รับรองว่าไม่เสียสตางค์แม้แต่ก่อนที่หุ้นจะตกครั้งล่าสุด แกก็เตือนเพื่อนฝูงก่อนล่วงหน้าให้ขายๆ หุ้นที่ถืออยู่ล้างพอร์ตเสีย เพราะเจ้ามือกำลังจะเลิกเล่นเพื่อพักยกชั่วคราว คนที่เชื่อแกก็รอดตัวไปมีเงินเหลือมาช้อนซื้อหุ้นที่ราคาตกไว้เก็งกำไรรอบต่อไป ใครไม่เชื่อก็ค้างเติ่งอยู่บนยอดดอย หวังว่าพบกันคราวหน้าคงยังอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ไม่ใช่ใครคิดสั้นเพราะติดหุ้น
เขียนอย่างนี้ต้องขออภัยคนที่อยู่ในวงการนี้อย่างมืออาชีพด้วย เพราะใช่ว่าหุ้นทุกตัวหรือคนที่ลงทุนในตลาดทุกคนจะมีพฤติกรรมอย่างที่ว่า แต่ที่เขียนอย่างนี้เพื่อสะกิดเตือนนักเล่นหุ้นมือสมัครเล่นว่า ให้ทำใจไว้ว่าการเล่นหุ้นแบบหวังกำไรเร็วๆ ก็เหมือนกับการเข้าบ่อนเล่นการพนัน ตาดีก็ได้ ตาร้ายก็เสีย อย่าคิดมากถ้าเสียหุ้น ส่วนนักลงทุนประเภทเน้นคุณค่าหรือวีไอ ถือหุ้นดีๆ ลงทุนแบบเจ้าของบริษัทนั้นไม่เกี่ยวครับ
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่คุยกันทุกงานคือเรื่องราคาน้ำมันที่มีข่าวว่าจะตกต่ำกว่า 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ว่าจะส่งผลดีผลร้ายต่อเศรษฐกิจอย่างไร และทำไมน้ำมันราคาตก กลับทำให้หุ้นราคาตก แทนที่หุ้นจะขึ้นเหมือนในอดีต ที่ราคาหุ้นจะตกเมื่อน้ำมันขึ้นราคา และขึ้นเพื่อน้ำมันลดราคา
เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่เข้าใจยาก ผมยังจำได้ว่าสมัยหนึ่ง เราเคยพูดว่าถ้าน้ำมันราคาทะลุ 80 เหรียญสหรัฐ และต่อมาขยับเป็น 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เพื่ออะไร เศรษฐกิจจะล่มสลายเพราะต้นทุนการขนส่งและการผลิตจะเพิ่มขึ้น สินค้าราคาจะแพงขึ้นจนคุมไม่ได้ เศรษฐกิจจะตกต่ำก็ปรากฏว่าเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกก็ขยายตัวไปตามปกติ ส่วนที่มามีปัญหาก็ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับราคาน้ำมัน แต่เป็นเรื่องของการกู้เงินมาใช้จ่ายเกินตัว หรือการปั่นราคาทรัพย์สินมากกว่า
ถ้าความจริงเป็นอย่างนั้น แล้วจะกลัวอะไรถ้าน้ำมันราคาตก อย่างน้อยจะได้ไม่มีใครเอาสาเหตุที่ราคาน้ำมันแพงมาขึ้นราคาสินค้าหรือค่าขนส่งต้นทุนการผลิตสินค้าจะได้ลดลงทำให้ส่งไปขายต่างประเทศได้ การบริโภคภายในประเทศอาจจะเพิ่มขึ้นเพราะคนจ่ายค่าน้ำมันรถน้อยลง คิดยังไงก็คิดไม่ออกว่า ถ้าราคาน้ำมันลดลงแล้วไม่มีผลต่อเศรษฐกิจตรงไหน
ส่วนเรื่องตัวนี่ราคาหุ้นตกลงเพราะราคาหุ้นบริษัทพลังงานอย่าง ปตท.ลดลงเพราะคาดว่า ถ้าราคาน้ำมันลดลง กำไรของบริษัทขุดเจาะและจำหน่ายน้ำมันจะลดลงนั้น คงไม่ต้องไปเป็นห่วงเป็นใยอะไรเพราะทำกำไรกันมาหลายรอบแล้ว บริษัทเองทำกำไรมหาศาลปีหนึ่งเป็นแสนล้านบาทมาหลายปี ถึงกำไรจะลดลงบ้างก็คงไม่ทำให้บริษัทกระทบกระเทือนหรือแข็งแกร่งน้อยลงกว่าที่เป็นอยู่
เพราะฉะนั้น แทนที่จะห่วงนั่นห่วงนี่ ห่วงรัสเซียเชียร์ปูติน วิเคราะห์ว่าโอเปกจะล่มสลายเพราะราคาน้ำมันจะลดลง เพราะไม่มีใครในกลุ่มยอมลดปริมาณการผลิตให้รับกับความต้องการน้ำมันของโลกที่ชะลอตัวลงตามเศรษฐกิจและซัพพลายน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากการขุดเจาะน้ำมันโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ของอเมริกา หรือวิเคราะห์แบบลึกซึ้งไปว่าเป็นการเจตนาลดราคาน้ำมันเพื่อทำลายอุตสาหกรรมน้ำมันเชลออยล์ของอเมริกาที่ต้นทุนการขุดเจาะสูงกว่าราคาน้ำมันโอเปก เอาเวลามาคิดถึงการบริหารความเสี่ยงของตัวเองและเงินในกระเป๋าดีกว่าครับ อย่างน้อยค่าใช้จ่ายลดลงเท่าไร อย่าไปใช้จ่ายเพิ่ม ถ้าไม่เอาเงินไปใช้หนี้เพิ่มก็เก็บใส่กระปุกฝากแบงก์ไว้ใช้ในอนาคตดีกว่า เพราะเอาเข้าจริงๆ ไม่มีใครรู้หรอกครับว่าราคาน้ำมัน ทองคำ หรือสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ จะขึ้นหรือลงน้อยมาก สั้นยาวเพียงใด ส่วนใหญ่จะทำนายเก่งตอนที่ราคาสินค้าเหล่านี้เปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ว่าจะขึ้นต่อไปหรือลงต่อไปเท่านั้นเท่านี้ ถูกบ้างผิดบ้าง เหมือนหมอดูทั่วไป
ที่พอจะน่าห่วงบ้างคือ ห่วงว่าคนไทยจะเผลอตัวว่าราคาน้ำมันจะลดลงตลอดไปชั่วกาลนานเหมือนก่อนหน้านี้ที่ทุกคนทำนายว่า ราคาน้ำมันจะต้องเพิ่มขึ้นตราบชั่วกัลปาวสาน เพราะน้ำมันใกล้จะถูกขุดขึ้นไปใช้จนหมดโลก ต้องเตรียมหาพลังงานทดแทนประเภทที่ไม่ใช่พลังงานสิ้นเปลืองมาใช้แทนอย่างพลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลม แต่พอเกิดความเชื่อว่าราคาน้ำมันจะลดลงต่อไปอีกนานหลายปีเลยหันกลับมาใช้น้ำมันกันอย่างฟุ่มเฟือยเหมือนในอดีต และละเลยโครงการแปรรูปผลผลิตการเกษตรให้เป็นพลังงาน เพื่อให้ประเทศสามารถพึ่งพาตนเองด้านพลังงานได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
ส่วนถ้าหุ้นจะตกเพราะราคาหุ้น ปตท.ตกก็ถือว่าเป็นการปรับฐานตามปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจดีไหมครับ ไปหาแนวรับแนวต้านเอาเองก็แล้วกัน
ทั้งหมดที่เขียนมาอยากสรุปนิดเดียวเท่านั้นแหละครับว่า การลงทุนมีความเสี่ยงและความสามารถในการรับความเสี่ยงของคนแต่ละคนไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นก่อนที่จะวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก เส้นตั้งเส้นนอน แนวรับแนวต้าน ราคาหุ้น ราคาน้ำมัน ลองวิเคราะห์ความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเองก่อนไม่ดีหรือครับเพื่อนเม่าทั้งหลาย







