posttoday
บอลโลกปลุกเศรษฐกิจฝันค้างของแอฟริกาใต้

บอลโลกปลุกเศรษฐกิจฝันค้างของแอฟริกาใต้

11 มิถุนายน 2553

สิ่งที่ทำให้น่าเชื่อได้ว่า “ความหวังก้อนโต” ของแอฟริกาใต้จะสลาย และค้างเติ่ง ส่อเค้าอยู่หลายอย่าง โดยเฉพาะปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญอย่างตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยว

สิ่งที่ทำให้น่าเชื่อได้ว่า “ความหวังก้อนโต” ของแอฟริกาใต้จะสลาย และค้างเติ่ง ส่อเค้าอยู่หลายอย่าง โดยเฉพาะปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญอย่างตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยว

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ฟุตบอลอาจจะเป็นเรื่องที่อยู่ในใจของคนจำนวนมหาศาล และฟุตบอลโลกที่เปิดฉากเริ่มต้นในวันนี้ พร้อมๆ กับการก้าวขึ้นเป็นเจ้าภาพบอลโลกของประเทศแอฟริกาใต้นั้น ไม่ได้ต่างจากการลากเอา “ความหวัง” ของคนทั้งประเทศไปห้อยแขวนไว้กับงานยักษ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 1 เดือนนับจากนี้

หนำซ้ำความหวังที่ว่ายังเป็นหวังก้อนมหึมา ในการผลักดันเศรษฐกิจของชาติ

แอฟริกาใต้ทุ่มเงินจำนวนมหาศาลมูลค่าราว 4,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ไปกับการสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน ไล่เรียงตั้งแต่การขยายถนน ปรับปรุงสนามบิน สร้างรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมไปยังสนามกีฬา และทั้งปรับปรุงและก่อสร้างสนามกีฬาอีกกว่า 10 แห่ง

บอลโลกปลุกเศรษฐกิจฝันค้างของแอฟริกาใต้

ไม่เท่านั้น สิ่งที่ทุ่มลงไปอีกมหาศาลก็คือ การสร้างระบบคุ้มครองความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

แต่ถ้านับย้อนไปตลอดช่วงที่มีการเตรียมการในช่วง 4 ปี รัฐบาลแอฟริกาใต้ควักเงินไปแล้วกว่า 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

เงินที่ราดลงไปทั้งหมด ล้วนแล้วแต่เป็นการ “กรุยทาง” เพื่อไปสู่ความหวังอย่างสุดใจว่าจะมีนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเยือนในช่วงเทศกาลฟาดแข้งที่เกิดขึ้นนี้ พร้อมกับการใช้จ่ายเงินให้สะพัดต่อเนื่อง

ไม่เพียงเท่านั้น แอฟริกายังหวังที่จะดึงนักลงทุนให้เข้ามาร่วมธุรกิจในประเทศอย่างเต็มสูบ

ทว่า ฟุตบอลโลกจะเป็นงานยักษ์ที่ทุกคนในแอฟริกาจะผูกติดความหวังไว้เคียงข้างขอบสนามได้จริงหรือไม่...?

นักวิเคราะห์ นักวิจารณ์จำนวนไม่น้อยที่ออกมาโวยว่า การสร้างสาธารณูปโภคในด้านกีฬาที่อาจจะไม่ได้ใช้ประโยชน์อื่นๆ แต่อย่างใดเลย เมื่องานฟุตบอลโลกปิดฉากลง เงินจำนวนดังกล่าวที่ถมลงไปนั้น ควรเอาไปใช้กับการแก้ไขปัญหาความยากจน และปรับปรุงระบบการศึกษาไม่ดีกว่าหรือ...

ตัวเลขจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า ผู้จัดงานใหญ่ๆ อย่างเช่นบอลโลกนี่เองที่มักจะประเมินถึงผลประโยชน์ที่จะได้กลับคืนมาสูงเกินไป และประเมินต้นทุนที่จะต้องควักจ่ายต่ำเกินไป

ตัวอย่างที่ต้องช้ำจากการฝากฝังความหวังไว้กับงานบอลโลกนี้ก็อย่าง เยอรมนี เจ้าภาพบอลโลกเมื่อครั้งก่อน ในปี 2006 เยอรมนีทุ่มเงินไปราว 7,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ด้วยความหวังว่าจะทำให้เศรษฐกิจประเทศโตขึ้นราว 1.6% แต่ก็ต้องคอตก

แน่นอนว่าเศรษฐกิจหลายๆ ด้านกระเตื้องขึ้น แต่เกิดขึ้นเพียงชั่วระยะชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น ก่อนที่ในเวลาต่อมาเศรษฐกิจจะดิ่งลงในเวลาอันรวดเร็วไม่แพ้ขาขึ้น

ตัวเลขจากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจเยอรมัน ระบุว่า 4 สัปดาห์ของการแข่งขันที่เยอรมนีมีนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้จ่ายในช่วงดังกล่าวราว 500 ล้านยูโร และธุรกิจต่างๆ มีรายได้เพิ่มขึ้นราว 2,000 ล้านยูโร ซึ่งส่วนมากจะเป็นธุรกิจในเรื่องอาหาร เครื่องดื่ม และจากของที่ระลึกต่างๆ

อัตราการจ้างงานก็ขยับดีขึ้น เพียงแต่เกือบทั้งหมดไม่ได้เป็นการจ้างงานในระยะยาว

เพราะเมื่อ บอลจบ ทุกอย่างก็จบ เหมือนกัน

สเตฟาน มูเอเซ นักเศรษฐศาสตร์จากเฮลาบา แฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี กล่าวว่า มีการลงทุนก่อนที่จะจัดเวิลด์คัพ และนักท่องเที่ยวซึ่งเดินทางมายังเยอรมนี ก็ส่งผลดีต่อภาคการค้าปลีก แต่ผลกระทบในภาพรวมค่อนข้างน้อย

สิ่งที่เยอรมนียังคงได้ผลประโยชน์ออกดอกออกผลกินเวลายาวนานจนถึงปัจจุบันก็คือ สนามกีฬาที่ได้รับการยกตำแหน่งให้เป็นสนามที่โมเดิร์นที่สุด ที่ยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวเท่านั้น

หรืออย่างประเทศกรีซ ที่กำลังมีปัญหาวิกฤตหนี้ระส่ำไปทั่วยุโรปในเวลานี้ หนึ่งในสาเหตุที่กรีซต้องท่วมท้นไปด้วยหนี้ ก็เพราะความพยายามในการสร้างภาพโอลิมปิกให้เป็นที่ยิ่งใหญ่อลังการและเป็นที่ตรึงใจชาวโลก

แต่กลับปราศจากวินัยทางการเงิน หรือหวังไกลเกินตัวไปหน่อย

กรีซทุ่มเงินสำหรับโอลิมปิกไปราว 1.55 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมากกว่างบประมาณรายจ่ายเดิมที่ตั้งไว้ถึง 2 เท่า

เมื่อ 6 ปีให้หลัง สิ่งที่ก่อสร้างราว 50% ที่โผล่ขึ้นมาในช่วงโอลิมปิกกลับไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้คุ้ม พร้อมกับปัญหาหนี้ของประเทศท่วมหัวเอาตัวไม่รอด

นี่หรือคือสิ่งตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ชาวกรีกเฝ้ารอ?

สิ่งที่ทำให้น่าเชื่อได้ว่า “ความหวังก้อนโต” ของแอฟริกาใต้จะสลาย และค้างเติ่ง ส่อเค้าอยู่หลายอย่าง โดยเฉพาะปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญอย่างตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยว

เดิมทีแอฟริกาใต้คาดการณ์ไว้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศราว 4.5 แสนคน ก่อนที่จะปรับลดลงมาอยู่ที่ราว 3.5 แสนคน

ก่อนหน้านี้ รอยเตอร์สสำรวจความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ 22 คน พบว่า บอลโลกอาจจะทำให้เศรษฐกิจของแอฟริกาใต้เติบโตขึ้นระหว่าง 0.1-0.7%

ในขณะที่แอฟริกาคาดการณ์ไว้จะมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 อยู่ที่ 4.0% และในไตรมาส 3 ราว 3.9%

โดยเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปีนี้เติบโตอยู่ที่ราว 4.9% แรงกว่าที่ทางรัฐบาลได้คาดการณ์ไว้

แต่มองให้ลึกลงไปกว่าเพียงแค่ตัวเลข เหตุผลสำคัญอยู่ที่ไตรมาสแรกที่ผ่านมาเป็นช่วงของการเตรียมการ และการเร่งรัดในการพัฒนาโครงสร้างพื้นที่ภายในประเทศ เพื่อให้ทันกับช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก

บอลโลกผลักดันให้อัตราเกิดการจ้างงานราว 1.3 แสนตำแหน่ง ช่วยเยียวยาตัวเลขการว่างงานที่จากเดิมอยู่ในอัตราส่วน 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศ แต่จะทำยังไงให้งานที่เกิดขึ้นนั้นยั่งยืน

“ผลกระทบล่าสุดของวิกฤตการเงินโลก และภาพลักษณ์ของแอฟริกาใต้ในสายตาต่างชาติ คือประเทศที่เต็มไปด้วยอันตรายของอาชญากรรม และนั่นก็เป็นปัจจัยในด้านลบที่ใหญ่ที่สุด” โนเอลานี คิง คอนคาดี นักเศรษฐศาสตร์ กล่าว
ผู้ที่เดินทางไปยังแอฟริกาใต้ในช่วงฟุตบอลโลกนี้ จะต้องได้รับคำแนะนำ เพราะอัตราการก่ออาชญากรรมยังอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง

นอกจากนี้ ความร้อนแรงของบอลโลกไม่ได้มากพอที่จะสยบกระแสรายงานที่เชื่อว่า ไนจีเรีย จะสามารถก้าวแซงหน้าประเทศผู้นำแห่งกาฬทวีป อย่างประเทศแอฟริกาใต้ไปได้ในอีกราว 10 ปีข้างหน้า

นั่นเป็นอีกหนึ่งกระแสที่แสดงให้เห็นว่า รายได้ และสิ่งที่ตามมาหลังจากโอกาสในช่วงบอลโลกนี้นั้น อาจจะไม่มากพอที่จะกลบความแรงของคู่แข่งที่พร้อมจะก้าวข้าม และขึ้นมาผงาดเคียงข้าง หรือไม่แรงพอที่จะทำให้เห็นแววว่าแอฟริกาใต้จะถีบตัวเองหนีห่างจากคู่แข่ง

ความหวังในการกอบกู้เศรษฐกิจในระยะยาว และยั่งยืนต้องมาจากการพัฒนาอย่างรอบด้านในประเทศ โดยไม่ฝากฝังความหวังของคนในประเทศ และอนาคตไว้กับช่วงสั้นๆ และทางลัดที่ไม่มีความแน่นอน และมองไม่เห็นแสงสว่าง
สิ่งที่มองเห็นและเป็นโอกาสที่แอฟริกาจะต้องไปให้ถึงฝั่งฝันให้ได้มากที่สุดในโอกาสนี้คือ การสร้างแบรนด์ใหม่ให้เป็นประเทศที่ปลอดอาชญากรรม น่าท่องเที่ยวมากที่สุดเป็นสิ่งสำคัญ...!

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน