
มนุษย์นีแอนเดอร์ธัล
หลายปีมานี้มีการขุดพบฟอสซิลหลายร้อยชิ้น ช่วยให้เรารู้ได้ชัดเจนว่ามนุษย์นีแอนเดอร์ธัลมีรูปร่างล่ำสันแข็งแรง
ยุคน้ำแข็งหล่อหลอมมนุษย์นีแอนเดอร์ธัล
หลายปีมานี้มีการขุดพบฟอสซิลหลายร้อยชิ้น ช่วยให้เรารู้ได้ชัดเจนว่ามนุษย์นีแอนเดอร์ธัลมีรูปร่างล่ำสันแข็งแรงเหมาะกับภูมิอากาศที่หนาวจัด ปี 1856 ครูสอนภาษาละตินชื่อ โยฮันน์ คาร์ล ฟูห์ลรอตต์ พบกระดูกโบราณกองอยู่แถบหุบเขาเนอานเดอร์ (Neander) ในเยอรมนี ตอนแรกคิดว่าเป็นกระดูกหมี แต่ต่อมาไม่นานผลการศึกษากระดูกดังกล่าวก็สร้างความตื่นเต้นฮือฮาเป็นอย่างมาก เพราะฟอสซิลที่พบเป็นของสิ่งมีชีวิตในวงศ์โฮมินิดที่ไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อน ที่ต่อมาถูกเรียกว่า มนุษย์นีแอนเดอร์ธัล (Neanderthal) ซึ่งเคยมีชีวิตอยู่บนโลกเมื่อกว่า 4 หมื่นปีมาแล้ว
ปัจจุบันนักพันธุศาสตร์มีเทคนิคใหม่ๆ ที่สกัดดีเอ็นเอจากเศษกระดูกได้ ไม่ว่าจะชิ้นเล็กหรือเก่าแก่เพียงใด การศึกษากระดูกจึงช่วยให้รู้ลักษณะทางสรีระ และความสามารถทางกายภาพอย่างไรบ้างของมนุษย์นีแอนเดอร์ธัล ซึ่งทำให้เห็นภาพมนุษย์นีแอนเดอร์ธัล และชีวิตประจำวันของพวกเขาในดินแดนยุโรปช่วงยุคน้ำแข็งได้อย่างชัดเจน
พบมนุษย์นีแอนเดอร์ธัล 70 จุดทั่วโลกนักวิทยาศาสตร์ขุดพบฟอสซิลของมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลกว่า 350 คน ใน 70 แห่งทั่วโลก ดินแดนที่พวกเขาเคยอยู่แผ่กว้างตั้งแต่มหาสมุทรแอตแลนติก ไปจรดเทือกเขาอัลไตในไซบีเรีย การค้นพบโครงกระดูกที่สมบูรณ์ในฝรั่งเศส และโครเอเชีย ช่วยให้ได้ข้อมูลลักษณะทางกายวิภาคของมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลเพิ่มขึ้นมาก โครงกระดูกที่พบมีความแข็งแรง บ่งบอกว่าเจ้าของมีรูปร่างกะทัดรัดแข็งแรง รูปร่างของมนุษย์สมัยใหม่เหมาะกับการเดินทางระยะไกล แต่ร่างกายของมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลนั้นเหมาะกับการออกแรงอย่างหนักเป็นช่วงเวลาสั้นๆ
มนุษย์มีเชื้อสายนีแอนเดอร์ธัลกันทุกคน
การนำสารพันธุกรรมจากฟอสซิลมาจัดลำดับ แสดงให้เห็นว่าโลกในอดีตมีโฮมินิดหลากสายพันธุ์อาศัยอยู่ร่วมกัน ได้มีการจับคู่ข้ามกลุ่มเกิดลูกผสมต่างสายพันธุ์ กลางดึกคืนหนึ่งในปี 1996 สวานเต พาโบ (Svante Paabo) เพิ่งผล็อยหลับได้ไม่นาน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น นักพันธุศาสตร์ชาวสวีเดนงัวเงียลุกขึ้นมาฟังสิ่งที่บุคคลทางปลายสายบอก “ไม่ใช่พวกเราครับ” ทันทีที่ได้ยินพาโบก็ตาสว่างทันที ผู้ที่โทรมาคือ มัตทิอัส คริง (Matthias Kring) นักศึกษาปริญญาเอกที่ทำวิจัยในแล็บของพาโบ เช้าวันนั้น คริงลงมือจัดลำดับดีเอ็นเอสารพันธุกรรมที่ได้จากกระดูกมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลอายุ 4-5 หมื่นปี
เมื่อพาโบไปถึงแล็บก็เห็นรหัสพันธุกรรมที่คริงเพิ่งถอดเสร็จ ถ้าเป็นคนทั่วไปคงคิดว่าเป็นตัวอักษรเรียงต่อกันสะเปะสะปะไม่มีความหมาย แต่คริงตื่นเต้นมาก เพราะลำดับอักษรที่ได้ไม่ตรงกับลำดับของมนุษย์สมัยใหม่ที่เคยนำมาถอดรหัส พาโบรู้ทันทีว่านี่คือฝันที่เป็นจริง สารพันธุกรรมจากโฮมินิดที่สูญพันธุ์ไปจากโลกได้ถูกนำมาจัดลำดับเรียบร้อยแล้ว
ดีเอ็นเอบอกสายสัมพันธ์ทางเครือญาติการจัดลำดับดีเอ็นเอแสดงให้เห็นว่ามนุษย์สมัยใหม่กับมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลได้พบกันอีกครั้ง หลังจากแยกจากกันไปเมื่อ 4 แสนปีที่แล้ว หลังจากสายพันธุกรรมของ 2 กลุ่มแยกจากกันเป็นเวลานาน และเกิดการผสมข้ามพันธุ์ด้วย เมื่อนักวิทยาศาสตร์นำจีโนมของมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลมาเปรียบเทียบกับสารพันธุกรรมจากมนุษย์ยุคปัจจุบัน ก็ได้ข้อสรุปว่าประชากรมนุษย์ที่อยู่นอกทวีปแอฟริกามีความใกล้ชิดทางสายเลือดกับมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลมากกว่าชาวแอฟริกา แสดงว่าโฮมินิดทั้งสองสายพันธุ์ต้องเคยผสมพันธุ์กันในช่วงที่อพยพออกจากแอฟริกา โดยนักวิทยาศาสตร์สามารถระบุได้ว่า โฮมินิด 2 กลุ่มนี้มาพบกันอีกครั้งเมื่อ 4-8 หมื่นปีมาแล้ว ณ ปลายทวีปแอฟริกา
มนุษย์นีแอนเดอร์ธัลมีพัฒนาการระดับเดียวกับมนุษย์สมัยใหม่ในหลายด้าน หากไม่สูญพันธุ์ไปก่อนก็อาจจะเกิดพัฒนาการแบบก้าวกระโดดสู่การสร้างงานศิลปะและเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ที่ถือกันว่าเป็นลักษณะเฉพาะของมนุษย์สมัยใหม่ก็เป็นได้







