
ดันค้าชายแดน1.5ล้านล้าน
พาณิชย์ชู 3 ยุทธศาสตร์การค้าหลังเปิดเออีซี พร้อมดันค้าชายแดนพุ่ง 1.5 ล้านล้านบาท
พาณิชย์ชู 3 ยุทธศาสตร์การค้าหลังเปิดเออีซี พร้อมดันค้าชายแดนพุ่ง 1.5 ล้านล้านบาท
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยภายในงานสัมมนา “ยุทธศาสตร์การค้าหลัง AEC 2015 และการสร้าง Regional Value Chain ของไทย” ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้วาง 3 ยุทธศาสตร์ทางการค้าหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) 2558 โดยดึงภาคเอกชนเข้ามาเป็นหุ้นส่วนสำคัญ
ทั้งนี้ ได้แก่ 1.หุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษและการค้าชายแดน 2.หุ้นส่วนเพื่อพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย และ 3.หุ้นส่วนเพื่อการขับเคลื่อนการค้าสู่เวทีโลก โดยใช้อาเซียนเป็นฐานการผลิต เพื่อส่งสินค้าออกไปยังตลาดโลก
นอกจากนี้ รัฐบาลจะใช้การค้าชายแดนและการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในแต่ละภูมิภาค โดยรัฐบาลจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้เชื่อมโยงกันภายในประเทศรวมถึงเพื่อนบ้าน รวมทั้งจะปรับปรุงต้นทุนโลจิสติกส์ให้ลดลงมาอยู่ที่ 13% ต่อจีดีพีในปี 2565
ขณะเดียวกัน จะเร่งส่งเสริมการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน โดยได้ตั้งเป้าหมายให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 ล้านล้านบาท ในปี 2558 จากปีนี้ที่คาดว่าจะมีมูลค่า 1 ล้านล้านบาท
“การค้าชายแดนจะมุ่งให้มีการเชื่อมโยงระหว่างเมืองหน้าด่านกับเมืองศูนย์กลางของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้เศรษฐกิจในภูมิภาคขยายตัว ลดความเหลื่อมล้ำ และจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย” นางอภิรดี กล่าว
สำหรับการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ กระทรวงจะพยายามให้ผู้ประกอบการพัฒนาการผลิต ตราสินค้า ยกระดับการผลิตทั้งห่วงโซ่การผลิต รวมทั้งจะรวมกลุ่มผู้ประกอบการเป็นคลัสเตอร์ ให้ผู้ประกอบการรายใหญ่พาผู้ประกอบการรายย่อยออกสู่ตลาดอาเซียน
ขณะที่กลยุทธ์การขับเคลื่อนสู่ตลาดโลก จะมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศ โดยใช้ประโยชน์จากการรวมตัวเป็นเออีซี เพื่อส่งสินค้าออกไปยังประเทศที่ 3 ซึ่งปัจจุบันมีตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เช่น ละตินอเมริกา รัสเซีย แอฟริกา เป็นต้น
นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากสำหรับผู้ประกอบการไทย คือ ไม่มีตราสินค้าเป็นของตัวเอง ไม่รู้ความต้องการของตลาด เป็นจุดด้อยที่ต้องเร่งปรับตัว







