
ต้องจัดการ
หลังจากคณะกรรมาธิการฝ่ายข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐออกรายงานกว่า 500 หน้า ยืนยันการกระทำอันอื้อฉาวของสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) ในการใช้วิธีการสอบสวนอย่างทารุณต่อผู้ต้องหาซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย จนส่งผลให้เกิดข้อเรียกร้องให้มีการพิจารณาดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ซีไอเอ
หลังจากคณะกรรมาธิการฝ่ายข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐออกรายงานกว่า 500 หน้า ยืนยันการกระทำอันอื้อฉาวของสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) ในการใช้วิธีการสอบสวนอย่างทารุณต่อผู้ต้องหาซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย จนส่งผลให้เกิดข้อเรียกร้องให้มีการพิจารณาดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ซีไอเอ
บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ ไฟแนนเชียล ไทมส์ ของอังกฤษ แสดงความเห็นว่า กรณีการทรมานผู้ต้องหาของซีไอเอได้สร้างความตกใจไปทั่วโลก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหลังเหตุการณ์ 9/11 จะมีการทรมานผู้ต้องหาเป็นประจำ และที่สำคัญคือ การกระทำของซีไอเออยู่ภายใต้คำสั่งของรัฐบาลวอชิงตัน
สื่อจากแดนอังกฤษ ยืนยันว่า เหตุการณ์เลวร้ายดังกล่าวเกิดขึ้นสมัยประธานาธิบดี จอร์จ บุช (ผู้ลูก) ระหว่างการทำสงครามต่อต้านการก่อการร้าย และยุติไปในสมัยประธานาธิบดี บารัก โอบามา ซึ่งมีแนวนโยบายต่อต้านการทรมานผู้ต้องหาอย่างเด็ดขาด
อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ซีไอเอหลายรายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวยังคงลอยนวล แม้แต่ จอห์น เบรนนัน ผู้อำนวยการซีไอเอ ยังกล้ายืนยันว่า การกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมายของสหรัฐ และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและหลักฐานที่บ่งชี้ถึงการทรมานนักโทษ
ไฟแนนเชียล ไทมส์ ระบุแบบไม่ต้องสงสัยว่า พฤติกรรมของซีไอเอนั้นผิดทั้งกฎหมายและหลักศีลธรรมอย่างแท้จริง ซึ่งหากมีทางใดที่รัฐบาลวอชิงตันจะสามารถดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องได้ สหรัฐก็ควรเดินหน้าต่อไป
ทั้งนี้ สหรัฐเป็นประเทศที่ก่อตั้งขึ้นมาบนหลักนิติรัฐโดยมีรัฐธรรมนูญเป็นพื้นฐานโครงสร้างประเทศ และความน่าเชื่อถือของสหรัฐก็อยู่ที่การยึดหลักของกฎหมายเป็นที่ตั้ง







