
ชงสูตรเลือกนายกฯทางอ้อม
ผุดทางเลือกที่ 3 เลือกนายกฯ โดยรัฐสภา
ผุดทางเลือกที่ 3 เลือกนายกฯ โดยรัฐสภา
นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สปช. เปิดเผยว่า ขอเสนอทางเลือกที่ 3 ด้วยการให้สมาชิกรัฐสภา ทั้ง สส.และ สว.เป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยกระบวนการคือ ให้บุคคลที่จะเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเข้ามาแถลงนโยบายในรัฐสภา ตอบข้อซักถามของสมาชิกรัฐสภาอย่างเปิดเผย และถ่ายทอดสดให้ประชาชนรับทราบด้วย เมื่อกระบวนการเสร็จสิ้นก็ให้สมาชิกรัฐสภาลงมติลับเลือกนายกฯ และ ครม.ที่เหมาะสม เชื่อว่าวิธีการดังกล่าวน่าจะแก้ไขปัญหาได้
“เนื่องจากระบบเดิมมีแต่ สส.เท่านั้นที่ทำหน้าที่โหวตเลือกนายกฯ เพียงฝ่ายเดียว และดีกว่าวิธีการเลือกแบบโดยตรงด้วย” นายไพบูลย์ กล่าว
นายวุฒิสาร ตันไชย โฆษกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ข้อเสนอเลือกตั้งนายกฯ และ ครม.โดยตรงของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง ยังไม่เป็นที่ยุติ การยกร่างรัฐธรรมนูญยังต้องรับฟังความคิดเห็นจากอีกหลายภาคส่วน เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาเป็นหลักการสำหรับการทำงาน
นายวุฒิสาร กล่าวอีกว่า จากนั้นกรรมาธิการยกร่างฯ ทั้ง 36 คน จะมาหารือร่วมกันเพื่อให้หลักการที่ได้มาตกผลึก และจะเริ่มต้นยกร่างรัฐธรรมนูญรายมาตรา เดือน ม.ค. 2558 ซึ่งจะเป็นรูปเป็นร่างภายใน 3 เดือน ซึ่งในระหว่างนี้ความคิดเห็นทุกอย่างไม่ว่าจะมาจากพรรคการเมือง ประชาชน ก็สามารถนำมาใช้ในการยกร่างรัฐธรรมนูญได้
นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิก สปช. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปช. กล่าวว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ควรมี 9 คนเช่นเดิม แต่ลดวาระการดำรงตำแหน่งจาก 9 ปี เหลือ 6 ปี และให้มีหน้าที่พิจารณาคดีเฉพาะโทษทางคดีอาญาที่เกี่ยวกับการทุจริตของข้าราชการและนักการเมืองเพียงอย่างเดียว
“นอกจากนี้ จะเสนอให้ข้าราชการทุกระดับต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ในตอนเข้ารับราชการครั้งแรก เพื่อแสดงความโปร่งใสและให้ ป.ป.ช.เก็บเป็นข้อมูลไว้เปรียบเทียบ หากมีปัญหาเรื่องความผิดปกติทางบัญชีทรัพย์สินในอนาคต จะได้ติดตามตรวจสอบได้ง่ายขึ้น” นายเสรี กล่าว







