posttoday
ทุกฝ่ายอยู่ได้

ทุกฝ่ายอยู่ได้

08 ธันวาคม 2557

ด้วยแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ผันผวนไปทางขาลง จากบาร์เรลละกว่า 100 เหรียญสหรัฐ ลงมาเหลือที่กว่า 70 เหรียญสหรัฐ ในทิศทางขาลงดังกล่าวทำให้ต้นทุนสินค้าหรือบริการต่างๆ ลดลงด้วย โดยเฉพาะราคาน้ำมันประเภทดีเซล ที่ล่าสุดลดราคาขายปลีกลงมาจากที่รัฐบาลกัดฟันตรึงไว้ไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท หรือขายปลีกที่ 29.99 บาท แต่เมื่อราคาขายปลีกลงมาเหลือลิตรละ 28.79 บาท หลายฝ่ายจึงกังขาว่า ทำไมสินค้าหรือค่าโดยสารต่างๆ ถึงไม่ลดราคาลงมาบ้าง

ด้วยแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ผันผวนไปทางขาลง จากบาร์เรลละกว่า 100 เหรียญสหรัฐ ลงมาเหลือที่กว่า 70 เหรียญสหรัฐ ในทิศทางขาลงดังกล่าวทำให้ต้นทุนสินค้าหรือบริการต่างๆ ลดลงด้วย โดยเฉพาะราคาน้ำมันประเภทดีเซล ที่ล่าสุดลดราคาขายปลีกลงมาจากที่รัฐบาลกัดฟันตรึงไว้ไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท หรือขายปลีกที่ 29.99 บาท แต่เมื่อราคาขายปลีกลงมาเหลือลิตรละ 28.79 บาท หลายฝ่ายจึงกังขาว่า ทำไมสินค้าหรือค่าโดยสารต่างๆ ถึงไม่ลดราคาลงมาบ้าง

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ออกมาบอกว่า กำลังศึกษารายการสินค้าที่ได้รับผลดีจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับลดลง เบื้องต้นพบว่า สินค้าที่มีน้ำหนักมาก และการบรรทุกต่อเที่ยวทำได้น้อย เช่น ปูนซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์เหล็ก ปุ๋ยเคมี จะได้รับผลดีที่ต้นทุนในการขนส่งลดลงมากกว่าสินค้าที่มีน้ำหนักน้อย ซึ่งอาจขอความร่วมมือให้ผู้ผลิตปรับลดราคาลงได้หรือไม่ แต่ถ้าไม่ได้ ก็ต้องถือว่าผู้ผลิตได้ประโยชน์จากตรงนี้ และต่อไปหากน้ำมันดีเซลปรับขึ้นราคา ก็ต้องยอมที่จะรับภาระไว้ก่อนด้วย

จากแนวคิดดังกล่าว คิดว่าไม่ควรปล่อยให้เกิดการบิดเบือนไม่ว่าจะเป็นต้นทุนขาขึ้นหรือขาลง เมื่อต้นทุนสินค้าหรือบริการลดลง ภาครัฐก็ควรดูว่าเป็นไปตามกลไกหรือไม่ หากไม่เป็น รัฐก็ควรเข้าไปบริหารจัดการให้เกิดขึ้น เมื่อต้นทุนดีเซลที่อ้างกันว่าเป็นต้นทุนทางตรงทางอ้อมกับการผลิต การขนส่งสินค้า หรือการขนส่งผู้โดยสาร มีการเปลี่ยนแปลงราคาขายปลีก ลดลงถึงลิตรละกว่า 1 บาท สินค้าหรือค่าโดยสารต่างๆ ก็ควรจะลดลง โดยสามารถตรวจสอบย้อนกลับข้อเรียกร้องขอขึ้นราคาสินค้าหรือค่าโดยสารต่างๆ ได้ ว่าเหตุผลในการขอขึ้นครั้งนั้นจากอะไร ในทางกลับกันเมื่อจะปรับลดราคาก็ใช้เงื่อนไขเดียวกัน

เช่น หากสินค้าหรือค่าโดยสารกลุ่มดังกล่าว เมื่อราคาขายปลีกดีเซลขอขึ้น ก็ยื่นเรื่องขอขึ้นราคาหรือค่าโดยสารทันที ในทางกลับกัน เมื่อดีเซลลด ก็ควรลดราคาหรือค่าโดยสารลงทันที ส่วนกลุ่มที่มีสต๊อกเวลาปรับขึ้นรอได้อีก 3-6 เดือน ตามสต๊อกที่มี สินค้าหรือค่าโดยสารกลุ่มดังกล่าวก็ควรจะยืดเวลาลดไปอีก 3-6 เดือนเช่นกัน

หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ควรปล่อยไว้ หากขอความร่วมมือให้ผู้ผลิตลดราคาลงไม่ได้ จะเป็นเหมือนการคาดโทษ เมื่อผู้ผลิตได้ประโยชน์จากตรงนี้ ไม่ยอมลดราคาหรือลดค่าโดยสาร ถ้าต่อไป หากดีเซลปรับขึ้น ก็ต้องยอมรับภาระไว้ก่อน หรือปล่อยให้เอกชนอ้างว่าจะเอางบดังกล่าวไปจัดโปรโมชั่นแทนลดราคา วิธีนี้ไม่ถูกต้อง

การบริหารจัดการในเรื่องต้นทุนสินค้าหรือบริการ น่าจะเป็นไปเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอยู่ได้ ผู้ผลิตก็มีกำไรพอดำเนินการต่อไปได้บนการแข่งขันตามกลไก ไม่ใช่ผูกขาดจากรายใหญ่หรือฮั้วกันไม่กี่ราย ขณะที่ประชาชนชาวบ้านก็ได้สินค้าหรือบริการเดินทางที่คุ้มกับราคา คุณภาพต่อหน่วยสินค้าที่ไม่โดนเอาเปรียบมาก วิธีนี้น่าจะเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI