
สงครามราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันที่ตกต่ำลงอย่างต่อเนื่องนั้นยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตากันต่อไป เพราะว่าในวันนี้อุตสาหกรรมน้ำมันโลกมีผู้เล่นใหม่อย่าง “เชลออยล์” หรือน้ำมันจากแหล่งหินดินดานเข้ามาในเกมนี้ และกำลังทำให้ยุทธศาสตร์ของราคาน้ำมันโลกสั่นสะเทือนอย่างแท้จริง โดยเห็นได้จากราคาน้ำมันลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่สหรัฐเริ่มโหมขุดเชลออยล์ อย่างเป็นล่ำเป็นสันในช่วงปีนี้
ราคาน้ำมันที่ตกต่ำลงอย่างต่อเนื่องนั้นยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตากันต่อไป เพราะว่าในวันนี้อุตสาหกรรมน้ำมันโลกมีผู้เล่นใหม่อย่าง “เชลออยล์” หรือน้ำมันจากแหล่งหินดินดานเข้ามาในเกมนี้ และกำลังทำให้ยุทธศาสตร์ของราคาน้ำมันโลกสั่นสะเทือนอย่างแท้จริง โดยเห็นได้จากราคาน้ำมันลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่สหรัฐเริ่มโหมขุดเชลออยล์ อย่างเป็นล่ำเป็นสันในช่วงปีนี้
การประกาศตรึงกำลังการผลิตน้ำมันไว้เท่าเดิม ของกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก (โอเปก) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่วนหนึ่งถูกมองว่า นอกเหนือจากที่สมาชิกกลุ่มโอเปกบางประเทศต้องการที่จะคงส่วนแบ่งตลาดในทวีปอเมริกาเหนือที่กำลังเกิดภาวะบูมของเชลออยล์แล้ว อีกส่วนหนึ่งก็คือ กลุ่มโอเปก ยอมที่จะเจ็บตัวเพื่อกดให้ราคาน้ำมันโลกต่ำลงไปกว่านี้อีก เพื่อเป็นการทำลายอุตสาหกรรมเชลออยล์ลงในทางอ้อม
ก็ต้องมาวัดกันว่า โอเปก หรือ เชลออยล์ จะมีความทนทานต่อราคาน้ำมันที่ดิ่งลงๆ ได้มากกว่ากัน
แน่นอนว่า กลุ่มสมาชิกโอเปกที่เป็นประเทศในอ่าวเปอร์เซียนั้นมีสถานะทางเศรษฐกิจที่มั่งคั่งและสามารถกันงบประมาณสำหรับศึกครั้งนี้ไว้ได้ ดังนั้นหลายประเทศในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียจึงมีท่าทีชัดเจนที่จะคงไว้ซึ่งกำลังการผลิต ณ ปัจจุบัน โดยไม่สนใจว่าราคาจะลดลงไปขนาดไหนครับ
ขณะที่จากข้อมูลของสำนักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) ล่าสุดนั้นบอกว่า บรรดาผู้ผลิตเชลออยล์ในสหรัฐซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในรัฐนอร์ทดาโคตานั้น ก็สามารถทนทานต่อการดิ่งลงของราคาน้ำมันได้ไม่แพ้กัน โดยคาดว่า ผู้ผลิตเชลออยล์นั้นสามารถรับได้จนราคาน้ำมันดิ่งลงไปถึง 42 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลทีเดียว จากราคา ณ ปัจจุบันที่ราวๆ 66 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล นั่นหมายความว่า ศึกนี้อีกยาวไกลครับ
แต่ทว่าสำหรับสมาชิกโอเปกอื่นๆ ที่ไม่ใช่กลุ่มประเทศรอบอ่าวเปอร์เซีย เช่น เวเนซุเอลา รวมไปถึงผู้ส่งออกน้ำมันชาติอื่นๆ อย่างรัสเซีย คงไม่ยินดีกับศึกครั้งนี้อย่างแน่นอนครับ เพราะประเทศพวกนี้รายได้หลักมาจากการขายน้ำมันซึ่งคิดเป็นสัดส่วนในงบประมาณชาติมากกว่า 60% โดยประเทศเหล่านี้ จะรับราคาน้ำมันได้ที่ราวๆ 90-100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
นอกเหนือจากนั้นแล้ว บรรดาบริษัทน้ำมันของสหรัฐเอง ที่ไม่ใช่ผู้ผลิตน้ำมันจากเชลออยล์นั้นก็อาจจะได้รับผลกระทบไปด้วย การลงทุนเพื่อการสำรวจ และขุดเจาะน้ำมันแหล่งใหม่ๆ อาจจะต้องเข้าสู่ภาวะชะลอตัวในไม่ช้านี้
สงครามของราคาน้ำมันในครั้งนี้ ต้องดูกันยาวๆ ครับ ว่าฝ่ายไหนจะอยู่ ฝ่ายไหนจะไป แต่ต้องบอกว่าอนาคตเชลออยล์นั้นไกลเหลือเกิน เพราะยังมีที่ให้สำรวจ และขุดขึ้นมาใช้อีกมาก ไม่ว่าจะทั้งในสหรัฐ ยุโรป และจีนซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในโลกครัับ







