
สร้างสำนึกแต่เด็ก
เรื่องทุจริต คอร์รัปชั่น ฉ้อโกง ฯลฯ เป็นเรื่องที่มีมานานแสนนานในสังคมไทย รัฐบาลต่างๆ
เรื่องทุจริต คอร์รัปชั่น ฉ้อโกง ฯลฯ เป็นเรื่องที่มีมานานแสนนานในสังคมไทย รัฐบาลต่างๆ ที่เข้ามาบริหารประเทศได้แต่ตั้งท่าว่าจะปราบอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เอาเข้าจริงก็ไม่มีผลงานที่จับต้องได้และถูกใจชาวประชาสักที
จนมารัฐบาลปัจจุบันดูเอาจังเอาจริง และเริ่มสำแดงผลงานออกมาเป็นรูปธรรม โดดเด่นสุดในช่วงนี้ก็คือการขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบในวงการตำรวจ
ถือว่าเป็นผลงานสะท้านกรุงถูกใจคนทั้งประเทศ แถมยังทำเอาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตประพฤติมิชอบในราชการคนอื่นๆ ที่ยังไม่ถูกจับดำเนินคดีต่างหนาวร้อนไปตามกัน
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าในบรรดาศีล 5 ศีลข้อ 2 ข้ออทินนาทาน ดูจะถูกละเมิดกันเป็นล่ำเป็นสัน ทุกหัวระแหง ทุกวงการ มิใช่เฉพาะข้าราชการและนักการเมือง
ในประชาชนทั่วไปก็ปรากฏให้เห็นเป็นข่าวทุกวัน รวมทั้งที่ยังไม่เป็นข่าวด้วย เกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่น ลักทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ ข่มขืนแล้วชิงทรัพย์ ลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฎหมาย หลีกเลี่ยงภาษี และอีกมากมาย
ตัวอย่างที่เห็นและอยากนำมาเล่าใหม่แม้ว่าเหตุการณ์จะผ่านมาแล้วหลายวันก็ตาม เหตุการณ์แรกเป็นคลิปรถบรรทุกเบียร์เต็มรถพลิกคว่ำลังเบียร์กระจายที่ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา
ต่อมามีประชาชนที่ขับรถผ่านไปมาเห็นต่างก็ลงจากรถยนต์ของตัวเองไปขนเอาเบียร์คนละลังสองลัง โดยไม่รู้สึกรู้สาเลยว่าของที่ตนเอาไปนั้นมีเจ้าของ
ถัดมาอีก 4 วันก็เกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ขึ้นอีกที่ จ.ตรัง รถบรรทุกข้าวสารประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ กระสอบข้าวสารกระจัดกระจายเต็มถนน
ชาวบ้านที่มาประสบเหตุตั้งแต่เช้ามืดได้มาขนข้าวสารคนละกระสอบสองกระสอบกลับบ้าน ทั้งที่คนขับรถบรรทุกได้ห้ามปรามขอร้องชาวบ้านที่มาไม่ยอมรับฟัง ตั้งหน้าตั้งตาขนข้าวสารกลับอย่างเดียว
ทั้งนี้ ตามข่าวยังรายงานด้วยว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจมาประจำการอยู่ในที่เกิดเหตุ ก็ยังมีชาวบ้านบางคนรอจังหวะจะขนข้าวสารจากรถบรรทุกอีกด้วย
ตามกฎหมายนั้นผิดแน่นอน สำหรับผู้ที่ลักทรัพย์ในบริเวณที่มีอุบัติเหตุ ซึ่งมีโทษหนัก 2 เท่า ตามประมวลกฎหมายมาตรา 355 (2) มีโทษจำคุก 15 ปี ปรับ 2,00010,000 บาท
ผมเชื่อว่าใครที่ได้ดูคลิปหรือติดตามข่าวจากเหตุการณ์ทั้งสองนี้คงต้องส่ายหัวแบบว่า “รับไม่ได้” กันมั่งล่ะ หรืออาจบ่นคนเดียวหรือกับคนข้างๆ อะไรกันเนี่ย นี่หรือคนไทย ทำไปได้
น่าตกใจก็คือว่า ทั้งสองเหตุการณ์นี้ผู้ใหญ่ทั้งนั้นที่ทำและเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเด็ก เยาวชน สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยขาดการปลูกฝังอบรมสิ่งที่ดีตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นจึงไม่รู้จักละอายชั่วกลัวบาป พอเห็นอะไรที่ไม่ใช่ของของตนก็อยากได้ ไม่รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา
อย่าลืมว่าการกระทำไม่ดีไม่ใช่แค่ลักทรัพย์เท่านั้นที่เข้าข่ายผิดศีลข้ออทินนาทาน แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมหรือการกระทำอื่นๆ ต่อไปนี้ด้วย ได้แก่
การฉก (ชิงเอาทรัพย์ต่อหน้าเจ้าของ) กรรโชก(ขู่ให้เจ้าทรัพย์กลัวแล้วให้ทรัพย์) ปล้น (รวมหัวใช้อาวุธเข้าแย่งทรัพย์) ตู่ (อ้างหลักฐานเท็จหักล้างกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น)
ฉ้อ (โกงเอาทรัพย์ของผู้อื่นที่ตนปกครอง เช่น โกงของฝาก) หลอก (ปั้นเรื่องให้เจ้าของทรัพย์หลงเชื่อแล้วให้ทรัพย์) ลวง (ใช้เล่ห์เอาทรัพย์ด้วยการลวง เช่น โกงตาชั่ง) ปลอม (ทำหรือใช้ของปลอม เช่น ธนบัตรปลอม) เบียดบัง (กินเศษกินเลย)
ตระบัด (ยืมของคนอื่นมาใช้แล้วยึดเอาเสีย) สับเปลี่ยน (สลับเอาของผู้อื่นซึ่งดีกว่ามีค่ากว่า) ลักลอบ (หลบหนีภาษี หรือลอบนำเข้าของหนีภาษี) และยักยอก (ยักเอาทรัพย์ของคนที่ถูกริบไว้ ยักยอกทรัพย์ที่ถูกฟ้องล้มละลายไว้)
ด้วยลักษณะโจรกรรมที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ถ้าใครทำ ไม่ว่าจะทำเองก็ดี หรือใช้ให้คนอื่นทำก็ตาม ถือว่าเป็นการละเมิดศีลข้อ 2 โดยแท้ ซึ่งในสังคมไทยเรามีให้เห็นทุกกรรมลักษณะ
ปัญหาการทุจริต คอร์รัปชั่นเป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าจะแก้อย่างยั่งยืนโดยให้คนไทยมีสำนึกในเรื่องนี้ เคารพในสิทธิของผู้อื่น ยินดีพอใจในของของตน ไม่ละโมบอยากได้ในของของคนอื่น ไม่คิดโกง ต้องเริ่มจากการปลูกฝังตั้งแต่เด็ก
สอนเด็กๆ ให้รู้ว่าการทุจริต คอร์รัปชั่น คดโกงนั้นไม่ดีอย่างไร ส่งผลเสียหายอะไรบ้าง คนที่ทำก็ต้องรับโทษตามกฎหมายบ้านเมือง ในทางศาสนาพุทธก็มีบาปติดตัว เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล เป็นที่รังเกียจของคนอื่น เป็นต้น
จงสอนทุกวัน ปลูกฝังทุกเมื่อที่มีโอกาส แล้วสำนึกที่ดีก็จะเกิดขึ้นในใจของเขา แล้วเมื่อเขาโตขึ้นสำนึกที่ดีก็จะคอยเตือนใจเขาไม่ให้ทำชั่วต่างๆ ตามที่ได้รับการพร่ำสอนมา







