
ไฟเขียวกม.อุ้มบุญสนช.ผ่านวาระแรกร่างกฎหมายอุ้มบุญ
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา มีมติรับหลักการวาระแรก ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ หรือ พ.ร.บ.อุ้มบุญ ด้วยคะแนน 177 เสียง ไม่เห็นด้วย 2 เสียง งดออกเสียง 6 เสียง พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ จำนวน 18 คน มาพิจารณาร่างต่อไป
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา มีมติรับหลักการวาระแรก ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ หรือ พ.ร.บ.อุ้มบุญ ด้วยคะแนน 177 เสียง ไม่เห็นด้วย 2 เสียง งดออกเสียง 6 เสียง พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ จำนวน 18 คน มาพิจารณาร่างต่อไป
ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวมีสาระสำคัญ คือ ให้มีคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (กคพ.) มีหน้าที่กำหนดนโยบายคุ้มครองส่งเสริม สนับสนุนการศึกษา วิจัยทางจริยธรรม รวมทั้งควบคุมและตรวจสอบการให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ กำหนดการตั้งครรภ์แทน
นอกจากนี้ หญิงที่รับตั้งครรภ์แทนจะต้องมีข้อตกลงเป็นหนังสือไว้ให้กับสามีภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมาย ว่าจะให้ทารกในครรภ์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ห้ามดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า และกำหนดบทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายฉบับนี้ มีโทษปรับไม่เกิน 2 แสนบาท และจำคุกไม่เกิน 10 ปี
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า บทลงโทษในร่างกฎหมายจะเอาผิดทุกคนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกฎหมายนี้มีความประสงค์หลักจะคุ้มครองเด็กและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เป็นปัญหาขณะนี้ พร้อมคุ้มครองคนมีบุตรยาก โดยเป็นการดำเนินโดยยึดหลักสิทธิมนุษยชน







