
ทีวีดิจิทัลป่วน
4รายสายป่านสั้นวิ่งหาผู้ร่วมทุนใหม่แกรมมี่โละบริษัทย่อยเจรจาพันธมิตร‘เสริมสิน’ขายเนชั่นเปลี่ยนผู้ถือหุ้น
4รายสายป่านสั้นวิ่งหาผู้ร่วมทุนใหม่แกรมมี่โละบริษัทย่อยเจรจาพันธมิตร‘เสริมสิน’ขายเนชั่นเปลี่ยนผู้ถือหุ้น
ทีวีดิจิทัลเริ่มออกอาการ 4 ค่ายดิ้นหาผู้ร่วมทุน แกรมมี่ทยอยขายกิจการ
นายมานะ ตรีรยาภิวัฒน์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้า ไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมการแข่งขันทีวีดิจิทัลที่ปี 2558 จะรุนแรงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการสายป่านสั้นเริ่มหาผู้สนใจธุรกิจทีวีดิจิทัลมาร่วมทุน หรือบางรายขายธุรกิจย่อยออกไป โดยขณะนี้อย่่างน้อยมีค่ายทีวีดิจิทัล 34 ช่อง เริ่มแบกต้นทุนไม่ไหว
แหล่งข่าวจากวงการทีวี เปิดเผยว่า แนวโน้มดังกล่าวเริ่มเห็นชัดตั้งแต่บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ทยอยขายและหยุดทำธุรกิจที่ไม่ทำเงินออกไป เช่น ธุรกิจซีดีเพลง ล่าสุดขายบริษัท จีเอ็มเอ็ม บี ที่ทำธุรกิจเพย์ทีวี ให้บริษัท ซีทีเอช แอลซีโอ บริษัทลูกของบริษัท ซีทีเอช
ทั้งนี้ การออกมาทยอยขายบริษัทย่อยของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ถ้าเป็นบริษัทที่ไม่เกี่ยวข้องกับทีวีดิจิทัลก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าขายธุรกิจที่เกี่ยวกับทีวีดิจิทัล เช่น ธุรกิจเพย์ทีวีเช่นนี้ ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ โดยกลุ่มแกรมมี่ 9 เดือน ขาดทุนสุทธิ 1,868 ล้านบาท ต้องเพิ่มทุนจดทะเบียน ตัดขายทรัพย์สินบางส่วน และกำลังเจรจาหาผู้ร่วมทุนใหม่ในทีวีดิจิทัล
“สาเหตุหนึ่งที่ทำให้กลุ่มแกรมมี่ขาดทุนจากทีวีดิจิทัล เพราะซื้อรายการ โดยเฉพาะจากต่างประเทศแล้วนำมาขายโฆษณาไม่ได้” แหล่งข่าวจากวงการทีวี ระบุ
นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กล่าวว่า หลังจับมือกับบริษัท ซีทีเอช เพื่อให้เข้ามาดูแลธุรกิจเพย์ทีวีของบริษัท ทำให้ขณะนี้บริษัทไม่มีปัญหาด้านรายได้ที่เป็นตัวแดงแล้ว ซึ่งหลังบริษัทออกมาทำธุรกิจทีวีดิจิทัลทั้งสองช่องอย่างจริงจัง มั่นใจว่าสิ้นปี 2558 บริษัทจะมีรายได้รวมมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท
แหล่งข่าวจากวงการทีวี เปิดเผยว่า นอกจากนี้ทางกลุ่มเนชั่นก็จะเปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหม่ หลังนายเสริมสิน สมะลาภา ทยอยขายหุ้นออกไป
อย่างไรก็ตาม ในวงการทีวีดิจิทัลก็มีผู้ประสบความสำเร็จ โดยอาร์เอสเป็นรายเดียวที่มีกำไร







