
"มาร์ค"ย้ำ กมธ.ยกร่างรธน. นิรโทษฯไม่เหมาเข่ง
"อภิสิทธิ์" ย้ำ กมธ. ยกร่างรธน. นิรโทษกรรมไม่เหมาเข่ง ละเมิดชีวิต ทรัพย์สิน และทุจริต ต้องถูกลงโทษ
"อภิสิทธิ์" ย้ำ กมธ. ยกร่างรธน. นิรโทษกรรมไม่เหมาเข่ง ละเมิดชีวิต ทรัพย์สิน และทุจริต ต้องถูกลงโทษ
เมื่อเวลา 13.30 น. ณ รัฐสภา พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงถึงข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า สิ่งสำคัญของการยกร่างรัฐธรรมนูญนอกจากการทำประชามติ เพื่อไม่ให้กลุ่มเห็นต่างบางส่วนนำมาใช้อ้างเพื่อการเคลื่อนไหว ยังจะต้องถามความเห็นว่าในอนาคตควรจะใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือใช้รัฐธรรมนูญฉบับก่อน(พ.ศ. 2550) ที่มีการครอบครองอำนาจ ขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องมีความเป็นประชาธิปไตยไม่น้อยกว่ารัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ทั้งเรื่องสิทธิเสรีภาพ การกระจายอำนาจสู่ประชาชน พร้อมกับให้มีช่องทางการตรวจสอบทั้งท้องถิ่นและส่วนกลาง คนที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาต้องตระหนักว่ามารับใช้ประชาชนไม่ใช่มาปกครอง รวมทั้งรัฐธรรมนูญนี้ต้องแก้ปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นในอดีต อย่างกรณีที่นักการเมืองใช้อำนาจโดยไม่ชอบใช้อำนาจรัฐข่มขู่ฝ่ายตรงข้าม แทรกแซงข้าราชการและสื่อมวลชน
นอกจากนั้นนายอภสิทธิ์มองว่า ยังต้องเพิ่มอำนาจในการตรวจสอบถ่วงดุล ให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตำแหน่งประธานและรองประธานที่สภาผู้แทนราษฎร ควรมาจากพรรคการเมืองที่มีคะแนนสูงสุดและลดลงตามลำดับ เช่น หากพรรคฝ่ายค้านได้คะแนนเป็นอันดับสองก็ให้ทำหน้าเป็นรองประธานสภา ขณะที่ตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญให้มาจาก ส.ส. พรรคฝ่ายค้าน เพราะจะทำให้การตรวจสอบดีกว่าเดิม นอกจากนี้นากยกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีต้องมาตอบกระทู้สดด้วยตนเอง รวมทั้ง ให้ ส.ว. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด แต่ฐานที่มาต้องเลือกมาจากสายวิชาชีพ และให้เพิ่มอำนาจ ส.ว.ในการเสนอและยับยั้งกฎหมายได้ อีกทั้งการผ่านกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญต้องใช้เสียงมติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสภา
ส่วนการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ นายอภิสิทธิ์เสนอว่าที่ผ่านมา องค์กรอิสระมีปัญหาความล่าช้าในการพิจารณาคดีและถูกแทรกแซงจากอิทธิพลภายนอก อาทิ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จึงควรให้องค์กรอิสระลดจำนวนเรื่องพิจารณาลงและให้กำหนดเวลาในการพิจารณา รวมทั้งให้มีการตั้งองค์คณะเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อป้องกันการแทรกแซงและไม่ให้ รู้ว่าใครเป็นผู้พิจารณาคดี ส่วนในเรื่องนโยบายประชานิยมนั้น ไม่ควรเขียนจนพรรคการเมืองดำเนินนโยบายหาเสียงไม่ได้ แต่ควรกำหนดให้รูปแบบเนื้อหาที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ และพรรคต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นภายหลัง
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวอีกว่า หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังได้แสดงข้อพึงระวังในการยกร่างฯ คือ เรื่องการแบ่งแยกอำนาจ หากให้คณะรัฐมนตรีหรือผู้บริหารที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง อาจทำให้ไม่สามารถยื่นถอดถอนในสภาได้ เนื่องจากบุคคลเหล่านั้นจะอ้างว่ามีที่มาจากเสียง ส่วนใหญ่ของประชาชน ส่วนแนวคิดในการให้พรรคการเมืองเป็นรัฐบาลแบบผสมนั้น อาจทำให้เป็นเผด็จการ รัฐสภาเกิดปัญหาการทุจริตบานปลาย ไม่สามารถตรวจสอบกันเองได้ หรือแนวคิดที่ ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมืองนั้นก็อาจทำให้เกิดการไร้ระเบียบในสภา มีข้อเสียมากกว่าเพราะจะเกิดการเรียกร้องผลประโยชน์จากรัฐบาล
ทั้งนี้ประเด็นการปรองดองต้องไม่ใช่การนิรโทษกรรมในทุกกรณี เพราะการละเมิดต่อชีวิตและทรัพย์สินหรือแม้แต่การทุจริตก็ไม่ควรที่ได้รับการนิรโทษกรรม อีกทั้งหากจะมีการนิรโทษกรรมก็ควรระมัดระวังในการเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญต้อง กำหนดช่วงระยะเวลาให้ชัดเจนว่าจะเริ่มต้นและสิ้นสุดในช่วงใด หรือจะให้เริ่มนับหนึ่งตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ เนื่องจากปัจจุบันยังมีผู้กระทำผิดกฎหมายภายใต้กฎอัยการศึกอยู่







