
ผนึกเวิร์คพอยท์‘โพสต์ทีวี’ผลิตรายการผู้หญิง
เวิร์คพอยท์ร่วมโพสต์ทีวีผลิตรายการผู้หญิง วันจันทร์ศุกร์เสริมทัพผังปีหน้า
เวิร์คพอยท์ร่วมโพสต์ทีวีผลิตรายการผู้หญิง วันจันทร์ศุกร์เสริมทัพผังปีหน้า
นายปัญญา นิรันดร์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ เปิดเผยว่า บริษัทได้จับมือร่วมกับโพสต์ทีวีเพื่อผลิตรายการผู้หญิงป้อนให้กับช่อง 1 เวิร์คพอยท์ ซึ่งจะเริ่มออกอากาศเดือน ม.ค.ปีหน้า ทุกวันจันทร์ศุกร์ เวลา 08.00-09.00 น. ส่วนชื่อรายการจะสรุปร่วมกันอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม นอกจากให้โพสต์ทีวีผลิตรายการผู้หญิงเพื่อออกอากาศในช่อง 1 เวิร์คพอยท์แล้ว บริษัทอยู่ระหว่างหารือให้โพสต์ทีวีผลิตรายการให้อีกหลายรายการ ซึ่งเบื้องต้นโพสต์ทีวีได้นำเสนอรายการที่มีความถนัดมาให้บริษัทพิจารณาอีกหลายรายการคาดจะสรุปได้เร็วๆ นี้
สำหรับแผนของเวิร์คพอยท์ปี 2558 จะลงทุนกว่า 800 ล้านบาท ขยายธุรกิจช่อง 1 เวิร์คพอยท์ แบ่งเป็นลงทุนสตูดิโอใหม่ 7 สตูดิโอพื้นที่ 3 ไร่ ประมาณ 150 ล้านบาท คาดเสร็จเดือน ส.ค. 2558
ขณะที่งบอีก 8090 ล้านบาท จะใช้ลงทุนอุปกรณ์และอีกประมาณ 556 ล้านบาท จะใช้ลงทุนด้านคอนเทนต์ ซึ่งปีหน้าจะมีประมาณ 20 รายการ เน้นคอนเทนต์โลคัล 80-90% และจากจำนวนรายการใหม่ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทเหลือช่วงเวลาที่เป็นรายการรีรันแค่ 01.00-04.00 น. จาก 24 ชั่วโมง
“จากจำนวนรายการใหม่ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งล้วนแต่เป็นรายการคุณภาพ ประกอบกับตลาดระยะเวลาที่บริษัทหลังจากบริษัทได้ออกอากาศในระบบทีวีดิจิทัลตั้งแต่เดือน เม.ย.เป็นต้นมา ช่อง 1 เวิร์คพอยท์ มีจำนวนผู้ชมรายการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเริ่มต้นธุรกิจเดือน เม.ย. มีเรตติ้งเพียง 0.2 ตอนนี้เดือน พ.ย. มีเรตติ้งขึ้นมาอยู่ที่ 0.4 เป็นที่เรียบร้อย” นายปัญญหากล่าว
ทั้งนี้ จากผลการตอบรับที่ดีดังกล่าว ส่งผลให้ช่อง 1เวิร์คพอยท์ สามารถขึ้นมามาเป็นอันดับ 1 ในช่องทีวีดิจิทัลได้ในระยะเวลาเพียง 8 เดือน และอยู่ในอันดับ 3 ในช่องทีวีรวม รองจากช่อง 3 ที่เป็นอันดับ 2 และช่อง 7 ที่เป็นอันดับ 1 ซึ่งจากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวบริษัทจึงมีแผนที่ปรับค่าโฆษณาเพิ่มขึ้นตามค่าความนิยมในรายการ หรือ ซีพีอาร์พี (Cost perRating Points) จาก 1 หมื่นบาทต่อ 10 วินาที เป็น 2.5 หมื่นบาทต่อ 10 วินาที
นายปัญญา กล่าวว่า หลังปรับแผนช่อง 1 เวิร์คพอยท์ เชื่อปี 2558 จะมีรายได้จากช่อง 1 เวิร์คพอยท์ 1,800 ล้านบาท จากสิ้นปีนี้มี 550 ล้านบาทแม้ว่าจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่ก็ถือว่าบริษัทประสบความสำเร็จเร็ว เนื่องจากสามารถอยู่ในอันดับ 3 ของช่องทีวีรวมได้สำเร็จในระยะเวลาเพียง 8 เดือนเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม จากความสำเร็จดังกล่าวบริษัทคาดว่าภายในปี 2560 บริษัทจะมีรายได้รวมอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 2,300 ล้านบาท ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวบริษัทมั่นใจว่าจะมีกำไรสิทธิกลับมาอยู่ที่ 400 ล้านบาทได้อีกครั้งนับตั้งแต่ปี 2551







