
สธ.เผยชาวเซียร์ลาลีโอนที่หายตัวแข็งแรงดี
รองปลัดสธ.ระบุชายแอฟริกาแค่หายตัวจากกระบวนการควบคุมโรค-ไม่เข้าโรงแรมตามปกติ ยันตรวจรอบแรกพบอาการแข็งแรง
รองปลัดสธ.ระบุชายแอฟริกาแค่หายตัวจากกระบวนการควบคุมโรค-ไม่เข้าโรงแรมตามปกติ ยันตรวจรอบแรกพบอาการแข็งแรง
เมื่อวันที่ 24 พ.ย. นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบชายชาวเซียร์ล่าลีโอน ที่สธ.ได้แจ้งความให้ติดตามตัวนั้น ได้ผ่านการตรวจสอบประวัติและวัดอุณหภูมิแล้วว่าไม่เข้าข่ายผิดปกติ แต่ได้พบว่าชายคนดังกล่าวไม่ได้เข้าพักในโรงแรมตามที่รายงานเจ้าหน้าที่ไว้ รวมถึงหายจากการติดตามตัวของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จึงใช้อำนาจตามมาตรา 8 ของ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2523 แจ้งความกับตำรวจ เพื่อใช้อำนาจในการเรียกตัวชายคนดังกล่าวมารายงานตัว ตามมาตรการควบคุมป้องกันโรค
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากชายคนดังกล่าวสุขภาพแข็งแรง แต่ไม่ปฏิบัติตามกฎเฝ้าระวังโรคติดต่อของไทยเท่านั้น จึงต้องแจ้งความให้ช่วยติดตามตัว โดยหากพบตัวแล้วจะต้องมีการเสียค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท
รองปลัดสธ. กล่าวอีกว่า ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากแอฟริกาจำนวนกว่า 3,000 คน ซึ่งทุกรายได้ผ่านการตรวจสอบประวัติ ตรวจวัดอุณหภูมิ และจัดส่งตัวถึงที่พักทุกราย ทั้งนี้ จากการติดตามการเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ พบว่า อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ 70% ภูเก็ต 10% จันทบุรี 7% และชลบุรี 5% โดยสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้เดินทางเข้าประเทศไทย 8 คน โดยชายจากเซียราลีโอนหายไป 1 คน ส่วนอีก 7 คนปฏิบัติตามกฎการเฝ้าระวังโรคติดต่อเป็นอย่างดี
ขณะที่องค์การอนามัยโลก ได้รายงานสถานการณ์เชื้อไวรัสอีโบลาท่วโลก พบว่าเริ่มชะลอตัวในไลบีเรีย และกินี โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพียง 100-200 คนต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม เซียร์ราลีโอนยังน่าเป็นห่วง โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงถึง 1,000 คนต่อสัปดาห์ ขณะที่ เมืองบามาโก ของประเทศมาลี พบการติดเชื้อรอบที่ 2
ขณะที่ นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อทั่วไป กล่าวว่า ชายคนดังกล่าว แจ้งว่ามาทำธุรกิจ ซึ่งจากการประสานงานกับผู้กำกับการ สน.ยานนาวา เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมายังไม่พบแหล่งที่อยู่ แต่เชื่อว่ายังอยู่ในประเทศไทย และอยู่ในกรุงเทพฯ
ด้าน นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้รับทราบเรื่องที่ชายชาวเซียร์ล่าลีโอน ที่ยังอยู่ระหว่างการควบคุมโรคหายตัวไปแล้ว และได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวมาตรวจร่างกายและเข้าสู่ระบบการติดตามตามมาตรการป้องกันการระบาดการติดเชื้ออีโบล่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้วางไว้







