
นัยสำคัญ
การเปิดเผยรายงานการประชุมของคณะกรรมการผู้กำหนดนโยบายทางการเงินของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) มักมีบางคำที่ใช้ความหมายที่คลุมเครือ อาทิ เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเมื่อถึง “ช่วงเวลาที่เหมาะสม” เป็นต้น กลายเป็นคำที่นักวิเคราะห์นำไปตีความได้หลากหลายถึงแนวโน้มทิศทางนโยบายทางการเงิน
การเปิดเผยรายงานการประชุมของคณะกรรมการผู้กำหนดนโยบายทางการเงินของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) มักมีบางคำที่ใช้ความหมายที่คลุมเครือ อาทิ เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเมื่อถึง “ช่วงเวลาที่เหมาะสม” เป็นต้น กลายเป็นคำที่นักวิเคราะห์นำไปตีความได้หลากหลายถึงแนวโน้มทิศทางนโยบายทางการเงิน
โมฮัมเหม็ด เอล อีเรียน คอลัมนิสต์ของบลูมเบิร์ก แสดงความเห็นว่า การจะทำความเข้าใจกับรายงานการประชุมของเอฟโอเอ็มซีต้องเข้าใจความหมายโดยนัยที่ซ่อนเร้นอยู่ เพื่อจะได้ทราบถึงแนวคิดที่แท้จริงของเอฟโอเอ็มซี
เมื่อวานนี้ ทางธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้เปิดเผยรายงานการประชุมของคณะกรรมการผู้กำหนดนโยบายทางการเงินของเฟดเมื่อวันที่ 28-29 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยประเด็นหลักคือ ทางเอฟโอเอ็มซีเห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะที่อัตราการจ้างงานกำลังเติบโต แม้ว่าเศรษฐกิจต่างประเทศจะอยู่ในช่วงขาลงก็ตาม กระนั้นทางเฟดยังแสดงความกังวลต่อภาวะความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดทุน และอัตราเงินเฟ้อนั้นเติบโตในอัตราที่ช้าเกินไป
เอล อีเรียน แสดงทัศนะว่า รายงานการประชุมดังกล่าวมีความหมายโดยนัยซ่อนอยู่ คือ เฟดกับตลาดการเงินยังคงมีความสัมพันธ์แบบต้องพึ่งพิงกัน ทำให้ตลาดการเงินเมืองลุงแซมมีความสำคัญต่อเฟดในฐานะช่องทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สำคัญ
ขณะที่เฟดมีความสำคัญในฐานะผู้ค้ำชูตลาดการเงินในสหรัฐมาตลอด โดยการอัดฉีดเงินจำนวนมหาศาลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นในตลาดมาก ถึงแม้ขณะนั้นจะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทั้งในการเมืองกับเศรษฐกิจโลกก็ตาม
คอลัมนิสต์ทิ้งท้ายไว้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเฟดกับตลาดการเงินจะต้องดำเนินต่อไป เนื่องจากถ้าหากความสัมพันธ์ดังกล่าวยุติลง ย่อมทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐชะงักงัน ซึ่งหมายรวมถึงระบบเศรษฐกิจที่ไม่มีความมั่นคง ตลาดทุนที่มีความผันผวนสูง







