posttoday
จับตาบิ๊กตู่ยกเส้นทางรถไฟตาก-มุกดาหารให้ญี่ปุ่น

จับตาบิ๊กตู่ยกเส้นทางรถไฟตาก-มุกดาหารให้ญี่ปุ่น

20 พฤศจิกายน 2557

จับตารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ยกรถไฟทางคู่สายใหม่ ตากมุกดาหาร เชื่อมอีสต์เวสต์ ให้ญี่ปุ่น

จับตารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ยกรถไฟทางคู่สายใหม่ ตากมุกดาหาร เชื่อมอีสต์เวสต์ ให้ญี่ปุ่น

แหล่งข่าวจากระดับสูงจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในเดือน ธ.ค.นี้ คาดว่าจะมีการเจรจาข้อตกลงความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ขนาดรางมาตรฐาน 1.43 เมตร ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นเส้นทางสายใหม่ จาก จ.ตากมุกดาหาร เพื่อเชื่อมฝั่งตะวันตกไปตะวันออกและเป็น 1 ใน 2 เส้นทางที่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำหนดเอาไว้

“ก่อนที่คณะของนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปเยือนญี่ปุ่นนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานที่ปรึกษานายกฯ จะเดินทางไปเจรจาเบื้องต้นก่อน จึงคาดว่าไทยจะให้ญี่ปุ่นเข้ามาดำเนินโครงการรถไฟสายใหม่ ตากมุกดาหารแน่” แหล่งข่าวเปิดเผย

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม กล่าวว่า เส้นทางรถไฟสายใหม่ ตากมุกดาหาร เป็นรถไฟทางคู่ รางขนาดมาตรฐาน 1.435 เมตร ความเร็ว 160180 กม./ชม. ซึ่งรัฐบาลต้องการผลักดันเพื่อให้ต่อเชื่อมจากฝั่งตะวันตกซึ่งเป็นที่ตั้งนิคมอุตสาหกรรมแม่สอด จ.ตาก เชื่อมไปยัง จ.มุกดาหาร ที่จะต่อเข้าไปยัง สปป.ลาว ส่วนแนวทางที่จะให้ญี่ปุ่นเข้ามาดำเนินการนั้นยังไม่ได้มีข้อตกลงที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีเพียงญี่ปุ่นเพียงรายเดียวที่แสดงความสนใจลงทุน นอกเหนือจากรถไฟทางคู่จากทวายบ้านพุน้ำร้อน เพราะญี่ปุ่นสนใจเส้นทางที่จะเชื่อมต่อกับโครงการทวายอยู่แล้ว

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า นี่เป็นทางรถไฟสายใหม่ของ คสช. ที่กำหนดแนวทางการพัฒนารถไฟทางคู่ที่จะเชื่อมจากฝั่งตะวันตกฝั่งตะวันออก กับเส้นทางที่เชื่อมอีสานตอนบนกับอีสานตอนล่าง บรรจบกับเส้นทางกรุงเทพฯนครราชสีมา และกรุงเทพฯแก่งคอยมาบตาพุดหนองคาย

ขณะนี้เส้นทางตากมุกดาหาร ถือว่ายังเปิดกว้างทุกประเทศที่สนใจ แต่หากในที่สุดมีเพียงญี่ปุ่นที่ตอบตกลงจะเข้ามาร่วมศึกษาความเป็นไปได้ ก็น่าจะเป็นความร่วมมือระหว่างไทยกับญี่ปุ่น

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ทางรถไฟสายใหม่นั้นได้มอบหมาย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม เป็นผู้รับผิดชอบและจะเดินทางไปกับคณะในการเยือนญี่ปุ่นครั้งนี้ และอาจร่วมเดินทางไปกับคณะของพล.อ.ประวิตรที่จะเดินทางไปหารืออย่างไม่เป็นทางการล่วงหน้าด้วย

นอกจากนี้ ได้ชี้แจงถึงความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนในการดำเนินโครงการรถไฟทางคู่สายกรุงเทพแก่งคอยมาบตาพุดหนองคายว่า เป็นผลสืบเนื่องจากรัฐบาลก่อนหน้านี้เมื่อปี 2553 และรัฐบาลในเวลาต่อมามีการทำความตกลงบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู)กับทางรับบาลจีนว่าจะร่วมมือกันพัฒนารถไฟสายนี้ และจีนได้เข้าร่วมในการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการด้วย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธ ในขณะแผนพัฒนารถไฟสายไหมของจีนผ่านลาวมาไทยและเชื่อมต่อไปยังมาเลเซียในอนาคตก็ ทำให้การเจรจาครั้งนี้ได้ข้อสรุปอย่างรวดเร็ว

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ในที่ประชุม ครม.วันที่ 18 พ.ย.เป็นการรายงานข้อมูลความร่วมมือในการการพัฒนารถไฟทางคู่ไทยจีน แบบรัฐต่อรัฐ ภายในวันที่ 21 พ.ย.นี้ แต่จะมีการสรุปกรอบความตกลงที่จะลงนามในบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ซึ่งจะเสนอขออนุมัติจาก ครม.ในวันที่ 25 พ.ย.นี้ ก่อนที่จะนำเข้าที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยจะเป็นเพียงการวางกรอบแนวทางเบื้องต้นและมอบอำนาจให้รมว.คมนาคมเป็นหัวหน้าคณะในการเจรจาในรายละเอียดของความร่วมมือต่อไป ส่วนเงื่อนไขรายละเอียดข้อตกลงนั้นจะมีการตกลงของผู้แทนทั้งสองฝ่ายและต้องได้รับความเห็นชอบตามขั้นตอนจากระดับประธานาธิบดีของจีนและ ครม.ของไทย ก่อนที่จะเปิดเผยรายละเอียดได้

แหล่งข่าวจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า แผนการดำเนินโครงการรถไฟทางคู่ รางมาตรฐาน 1.43 เมตร ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า ตามแผนเดิมนั้นมี 5 เส้น โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วนมี 2 เส้นทาง คือ 1.เส้นทางหนองคายนครราชสีมา (โคราช) สระบุรีแหลมฉบังมาบตาพุด ระยะทาง 737 กม. วงเงินก่อสร้าง 392,570ล้านบาท และ 2.เส้นทางเชียงของเด่นชัยบ้านภาชี ระยะทาง655 กม. วงเงินก่อสร้าง 348,890ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ คาดว่าจะเริ่มดำเนินก่อสร้างได้พร้อมกันทั้ง 2 เส้นทางในปลายปี2558 และกำหนดแล้วเสร็จในปี 2564

ในส่วนระยะที่ 2 มี 3 เส้นทาง คือ1.ตากพิษณุโลกบ้านไผ่ เป็นเส้นทางที่เน้นเชื่อต่อการเดินทางจากฝั่งตะวันตกมายังฝั่งตะวันออกของ ไทย เป็นการเชื่อมต่อประตูการค้าจากฝั่งพม่าไทยลาว 2.หนองคายอุบลราชธานี จะเน้นเชื่อมต่อประตูการค้าด้านอีสานตอนบนกับตอนล่าง เพื่อต่อไปยังประเทศเวียดนามและกัมพูชา และ3.บ้านภาชีกรุงเทพฯปาดังเบซาร์ เป็นการเชื่อมต่อลงภาคใต้ตอนล่างไปยังประเทศมาเลเซีย จะดำเนินการช่วงปี 2565-2572

ส่วนเส้นทางแรกที่ตกลงให้รัฐบาลจีนเข้ามาดำเนินการ เส้นทางกรุงเทพแก่งคอย และ หนองคายแก่งคอยมาบาตาพุด ระยะทางรวม 867 กม.

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน