
ท่อก๊าซทะเลรัดคอปตท.
ปตท.เจอดี สตง.ยันท่อก๊าซกลางทะเลเป็นสมบัติชาติ คืนให้คลังยังไม่ครบ
ปตท.เจอดี สตง.ยันท่อก๊าซกลางทะเลเป็นสมบัติชาติ คืนให้คลังยังไม่ครบ
นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดเผยว่า สตง.ได้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการแบ่งแยกทรัพย์สินในส่วนที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน (ท่อก๊าซกลางทะเล) ของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยแล้ว ขอยืนยันว่าท่อก๊าซกลางทะเลเป็นสาธารณสมบัติเนื่องจากตั้งอยู่กลางทะเลหลวงและได้ส่งเรื่องให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาตามนี้
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2557 สตง.ยังได้ทำหนังสือถึงสำนักงานกฤษฎีกาเพื่อขอให้พิจารณาเรื่องนี้แล้ว คาดว่าจะได้ข้อสรุปในไม่ช้านี้
นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เองก็เห็นชอบตามข้อเสนอของ สตง.ในเรื่องนี้แล้ว และได้สั่งการเพิ่มเติมให้ชะลอและทบทวนเรื่องท่อก๊าซหรือการจัดตั้งบริษัทใหม่ไว้ก่อน
“ดังนั้นผู้ที่ได้ประโยชน์จากสาธารณสมบัติ จึงต้องนำไปคิดคำนวณเป็นต้นทุนด้วยจึงจะเป็นธรรมมากที่สุด” นายพิศิษฐ์ กล่าว
ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบของ สตง. พบว่าทรัพย์สินที่บริษัท ปตท. แบ่งแยกให้กระทรวงการคลัง มูลค่า 1.61 หมื่นล้านบาท เป็นแนวท่อก๊าซธรรมชาติที่อยู่บนบกเพียงบางส่วนเท่านั้น ยังมีแนวท่อก๊าซทั้งบนบกและในทะเลที่ ปตท.ยังไม่ได้แบ่งแยกและส่งมอบให้รวมมูลค่า 3.26 หมื่นล้านบาท จึงถือไม่ได้ว่า ปตท.ได้แบ่งแยกทรัพย์สินให้กระทรวงการคลังถูกต้องตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด
ขณะนี้ สตง.ได้แจ้งผลการตรวจสอบไปให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง และ ปตท. เพื่อดำเนินการบังคับคดีในส่วนที่ยังไม่ได้แบ่งแยกให้เป็นไปตามคำพิพากษา
นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. กล่าวว่า ไม่ขอออกความเห็นใดๆ คงต้องรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนว่า จะชี้ขาดในเรื่องท่อก๊าซในทะเลเป็นอย่างไร
สำหรับหุ้นบริษัท ปตท. วันที่ 18 พ.ย. ปิดที่ 387 บาท บวก 3 บาท
ทั้งนี้ เนื่องจากยังมีความเห็นต่างระหว่างกระทรวงการคลัง ที่มีหนังสือยืนยันว่าการแบ่งแยกและโอนทรัพย์สินของ ปตท. ให้กระทรวงการคลัง เป็นอันเสร็จสิ้นครบถ้วนตามคำพิพากษาตามที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีดุลพินิจในคำร้องดังกล่าวแล้ว
เมื่อปี 2552 ขณะที่ผลการตรวจสอบของ สตง. พบว่า ทรัพย์สินที่ บริษัท ปตท. แบ่งแยกให้กระทรวงการคลัง มูลค่าทรัพย์สินอยู่ที่ 1.61 หมื่นล้านบาท เป็นแนวท่อก๊าซธรรมชาติที่อยู่บนบนเพียงบางส่วนเท่านั้น ยังมีแนวท่อก๊าซทั้งบนบกและในทะเลที่ ปตท. ยังไม่ได้แบ่งแยกและส่งมอบให้กระทรวงการคลังรวมมูลค่า 3.26 หมื่นล้านบาท จึงถือไม่ได้ว่า ปตท. ได้ดำเนินการแบ่งแยกทรัพย์สินให้กระทรวงการคลังถูกต้องตามนัยคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด โดย สตง. ได้แจ้งผลการตรวจสอบให้ไปเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง และ ปตท. เพื่อดำเนินการบังคับคดีในส่วนที่ยังไม่ได้แบ่งแยกให้เป็นไปตามคำพิพากษาต่อไป
นอกจากนี้ ได้ทำหนังสือถึง คสช. เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2557 และเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2557 สำนักเลขา คสช. ได้ทำหนังสือรับทราบผลตรวจสอบและให้ สตง. เดินหน้าตามที่ร้องขอมา จนเมื่อวันที่ 14 ต.ค 2557 ที่ผ่านมา สตง.ได้ทำหนังสือถึงสำนักงานกฤษฎีกาให้พิจารณาเรื่องนี้ใหม่ทั้งหมดแล้ว คาดว่าจะได้ข้อสรุปในไม่ช้านี้
“ยังต้องรอผลการพิจารณาของกฤษฎีกาในชั้นสุดท้ายว่าจะออกมาเป็นอย่างไร แต่ในส่วนของ สตง. ได้ยืนยันแนวคิดที่ยึดหลักในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก เพราะการดำเนินการธุรกิจนี้ไม่ใช่เอกชนทั่วไปจะทำได้ ต้องมีอำนาจรัฐเข้ามาเกี่ยวข้องในการอนุญาตเรื่องสัมปทาน ส่วนผลที่ออกมาหากมีเหตุมีผลเพียงพอก็คงต้องยอมรับและให้เป็นข้อยุติไป” นายพิศิษฐ์ กล่าว







