posttoday
ลอยกระทงนักการเมืองเลว

ลอยกระทงนักการเมืองเลว

06 พฤศจิกายน 2557

โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

วันนี้ที่ 6 พ.ย.จะเป็นจุดเดือดทางการเมืองอีกครั้งหนึ่ง สังคมเฝ้าจับตาดูว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รับพิจารณาข้อกล่าวหา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ และ นายนิคม ไวรัชพาณิช หรือไม่อย่างไร และจะไป “พีค” เอาในวันที่ 12 พ.ย.ที่ สนช.จะพิจารณารับหรือไม่รับเรื่องของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ ป.ป.ช.ส่งเรื่องมาให้ สนช. พิจารณาถอดถอนในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในโครงการจำนำข้าว จนทำให้ชาติบ้านเมืองเสียหายอย่างยับเยินที่สุดในประวัติศาสตร์ ในขณะที่กองเชียร์ทั้งสองฝ่ายเชียร์กันเสียงดังอึงมี่ ผลที่ออกมาไม่ว่าเป็นอย่างไรย่อมมีผลกระทบทางบวกหรือลบแก่ คสช.และรัฐบาล

การรับไว้พิจารณาเป็นการให้โอกาสแต่ผู้ถูกกล่าวหาในการชี้แจง เพราะนี่เป็น “การไต่สวนสาธารณะ” ที่วุฒิสภาได้ออกแบบไว้ โดย ป.ป.ช.เป็นผู้กล่าวหา มีการแถลงเปิดคดี ให้ผู้ถูกกล่าวหามีโอกาสมาชี้แจง มีสมาชิก สนช.เป็นผู้ไต่สวน โดยพิจารณาทั้ง”ข้อเท็จจริง” และ “ข้อกฎหมาย” อย่ามาอ้างว่า ฟ้องร้องไม่ได้เพราะรัฐธรรมนูญปี 2550 ไม่มีแล้ว เรื่องนี้คงไม่ต้องพูดอีกเพราะนักกฎหมายระดับเซียน อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ฯลฯ ต่างออกมายืนยันตรงกันว่า ทำได้ ส่วน สนช.ได้รับ “เอกสิทธิ์และความคุ้มกันทางกฎหมาย”อยู่แล้วเมื่อปฏิบัติหน้าที่ในสภาอย่าไปกลัวคำขู่กองเชียร์

นี่ไม่ใช่เรื่อง “ความปรองดอง” หรือ “การแก้แค้น” แต่เป็นหลักการแห่งความถูกต้อง ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก อีกทั้ง เป็นการสร้างบันทัดฐานว่า นักการเมืองหากทำผิดพลาด แม้พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ก็ต้องถูกลงโทษได้ ไม่ใช่ทำผิด คดโกง พอพ้นจากตำแหน่งหรือลาออกก็ลอยตัวไป สนช.มีคำตอบอย่างไรต้องชี้แจงสังคมได้ด้วย

ทั้งสองกรณีเกี่ยวพันกับนักการเมืองทั้งสิ้น เวลานี้ เราได้ 36 อรหันต์ที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญแล้ว มีเสียงแสดงความห่วงกังวลต่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของไทยอย่างน้อย 2 ประเด็น คือ ให้ร่างดีอย่างไร หากนักการเมืองไม่ปฏิบัติตามเสียอย่าง ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น และ อย่าบ้าทฤษฎีตะวันตกมากเกินไป เราใช้ทฤษฎีตะวันตกมาตั้งแต่ปี 2475 บัดนี้ผ่านไปแล้ว 82 ปี ประชาธิปไตยไทยยังก้าวไปไม่ถึงไหน เราน่าจะใช้หลักคิดหรือปรัชญาทางตะวันออกดูบ้าง หรือเอาปรัชญาตะวันตกผสมผสานกับปรัชญาตะวันออก เช่น ญี่ปุ่น อินเดีย จีน เป็นต้น ที่สำคัญคือ ใช้ปรัชญาพุทธนี่แหละ เอามาผสานกับสภาพแวดล้อม ความรู้สึกนึกคิด วัฒนธรรมของไทย ก่อให้เกิดปรัชญาทางการเมืองของไทย เราต้องค้นหาตัวเองให้เจอ ฝรั่งกินขนมปัง ไทยกินข้าว แต่ต้องกินเหมือนกัน ฝรั่งใส่สูทผ้าหนาเพราะอากาศหนาว คนไทยใส่เสื้อผ้าบาง ๆ หรือตัดรองเท้าให้เข้ากับเท้าเรา ที่ผ่านมา เราเอาเสื้อผ้าฝรั่งมาใส่จึงดูรุ่มร่าม เอารองเท้าฝรั่งมาใส่จึงเดินเหมือนชาลี แชปลิน พยายามกินขนมปัง พิซซ่า แฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งไม่อร่อยเหมือนกินข้าว

ที่สำคัญ จะทำอย่างไรให้นักการเมืองไทยมี “จิตสำนึกทางการเมือง” เหมือนกับญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ก่อนหน้านี้ นักการเมืองญี่ปุ่นก็เป็นมาเฟียการเมืองเหมือนกัน เป็นนักจัดตั้งรัฐบาล มีการทุจริตคอรัปชั่น เวลาลงมติกฎหมายสำคัญมีการแจกเงิน “มูนเค็ก” ให้ ส.ส.คนละ 2 ล้านเยน หัวหน้ามุ้งการเมืองได้พิเศษอีกคนละ 1 ล้านเยน ต่อมา คนญี่ปุ่นและสื่อมวลชนญี่ปุ่นทนไม่ไหว จึงร่วมกันใช้ “ โซเชียล แซงชั่น” หรือ “การตั้งข้อรังเกียจจากสังคม” และใช้เวลาหลายปีจนปัจจุบัน นักการเมืองญี่ปุ่นไม่กล้าทุจริตคอรัปชั่น ใครถูกกล่าวหาหรือมีเรื่องอื้อฉาวจะลาออกพร้อมกับขอโทษประชาชนทันที

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีรัฐมนตรีหญิงญี่ปุ่น 2 คนในรัฐบาลชุดปัจจุบันลาออก โดยสารภาพว่า ใช้เงินทางการเมืองที่ ก.ก.ต.สนับสนุนไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง คนหนึ่งเอาเงินไปซื้อเมคอัพให้กับทีมงานผู้หญิง อีกคนหนึ่งยอมรับว่าเอาเงินนี้ไปซื้อพัดแจกคนที่มาฟังการหาเสียง หากเมืองไทยก็ถือเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่นักการเมืองญี่ปุ่นมีจิตสำนึก ตัดสินใจได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องถามพรรค เพราะจะได้คำตอบว่า “รัฐมนตรีเป็นนักการเมือง ท่านรู้ว่า ควรจะทำอย่างไร” นักการเมืองญี่ปุ่นมีหิริโอตัปปะ มีความละอาย เกรงกลัวต่อบาป นักการเมืองญี่ปุ่นถือว่า “นายที่แท้จริงของนักการเมือง คือ ประชาชน” ข้าราชการญี่ปุ่นถูกห้ามไม่ให้เล่นกอล์ฟกับคู่สัญญาของรัฐ กินข้าวกันก็ไม่ได้ แต่อาจดื่มคอคเทลในงานเลี้ยงด้วยกันได้

ในเกาหลีใต้ก็เช่นกัน การเมืองในเกาหลีใต้ครั้งหนึ่งสกปรกมากไม่แพ้เมืองไทย แต่คนเกาหลีใต้และสื่อมวลชนช่วยกันตรวจสอบนักการเมืองของเขาอย่างจริงจัง และตั้งข้อรังเกียจทางสังคมกับนักการเมืองเลว และรณรงค์ไม่ให้ประชาชนเลือกนักการเมืองโสโครกซึ่งได้ผลมาแล้ว อดีตประธานาธิบดีคนหนึ่งซึ่งรู้กันว่าเป็นคนมือสะอาดกระโดดหน้าผาตายหลังจากรู้ภายหลังว่าภรรยาของตนรับเงินใต้โต๊ะ นักการเมืองหลายคนลาออกจากเรื่องอื้อฉาว บางคนกระโดดตึกตาย

ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ได้สร้าง “พลังทางสังคม” เพื่อคุมการใช้จ่ายเงินทางการเมืองให้โปร่งใส ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งในการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น ส่วนรัฐบาลจีนนั้นเพิ่งประกาศว่าจะเอาคนจีน 120 คนที่หนีไปต่างประเทศเพราะคดีคอรัปชั่นกลับมาลงโทษให้ได้

เมื่อไทยจะปฏิรูปการเมือง ก็ขอให้ช่วยปฏิรูปจิตสำนึกของนักการเมืองไทยให้สร้างประโยชน์สุขให้กับประชาชน ไม่ใช่สร้างความร่ำรวยให้กับตนเองและพวก ทำให้เกิดความโปร่งใสในการใช้เงินทางการเมืองเพื่อขจัดปัญหา “มันนี่ โพลิติคส์”

วันที่ 6 พ.ย.ตรงกับวันลอยกระทง ซึ่งเราถือว่าเป็นการลอยความทุกข์ ลอยสิ่งไม่ดีออกไป หาก คสช.สามารถจับใส่นักการเมืองเลว ๆ ที่สร้างความทุกข์ให้กับคนไทยใส่กระทงลอยไปกับสายน้ำให้ออกทะเลไปเลย อย่าให้กลับมาอีกเท่านี้ก็ทำให้คนไทยมีความสุขเพิ่มขึ้น

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน