
ปรองดองส่อเหลว
“การทำรัฐประหารมักจะเริ่มด้วยดอกไม้แต่จบลงด้วยก้อนหิน” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวเตือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
“การทำรัฐประหารมักจะเริ่มด้วยดอกไม้แต่จบลงด้วยก้อนหิน” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวเตือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไว้เมื่อวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งดูเหมือนว่าจากคำเตือนที่เป็นลมปากของพ่อใหญ่จิ๋ว ผู้เก๋าเกมทางการเมืองจะค่อยๆ แปรสภาพสู่ความเป็นจริงเข้าซะแล้ว เพราะปัญหาที่กำลังก่อตัวเป็นไฟเผาทรวง พล.อ.ประยุทธ์ ได้เริ่มเกิดสะเก็ดไฟขึ้นมาให้เห็นอยู่กันบ้างแล้ว
นับตั้งแต่วิกฤตทางความเชื่อ ความศรัทธา ความนิยมชมชอบที่ประชาชนมีต่อ คสช.และรัฐบาลเริ่มลดลง เนื่องจากประชาชนยังรู้สึกและสัมผัสได้ถึงผลกระทบและความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ สังคม ทั้งหมดนี้รัฐบาลลายพรางยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด
รวมทั้งปัญหาการเมืองที่รุมทึ้ง คสช.และรัฐบาลอยู่ขณะนี้ โดยหยิบเอาปม “ถอดถอน” ทั้งในส่วนที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เตรียมจะพิจารณาถอดถอน “นิคม ไวยรัชพานิช” อดีตประธานวุฒิสภา และ “สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์” อดีตประธานรัฐสภา ในคดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 เกี่ยวกับที่มาของ สว.โดยมิชอบ ในวันที่ 6 พ.ย.
ทว่าปมที่ใหญ่กว่าหรือจะเรียกว่า ปมเชื้อเพลิง ก็ว่า ที่ประธาน สนช.สั่งบรรจุวาระพิจารณาสำนวนถอดถอน “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานไม่ระงับยับยั้งการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ตามคำฟ้องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในวันที่ 12 พ.ย.นี้
ทันทีที่ปมถอดถอนใกล้ถึงจุดขยี้ เกมการเมืองก็เริ่มเดินเครื่องทันที เริ่มจากความขัดแย้งของคนใน สนช.กันเองก่อน เพราะการพิจารณาเรื่องอำนาจของ สนช. ว่าด้วยการถอดถอนในคดีนี้ เป็นเรื่องที่คาราคาซังใน สนช.มาเป็นระยะเวลานาน จนก่อให้เกิดแผลในใจกันระหว่าง สนช.สายทหาร และ สนช.สายอดีต สว. โดยจับอาการได้เมื่อวันประชุม สนช.ในทางลับเมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา สนช.ทั้งสองฝ่ายได้มีการถกเถียงกันอย่างหนัก
ขณะเดียวกันสองพี่น้องตระกูลชินวัตรหรืออดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณยิ่งลักษณ์” เล่นเกมลอยตัว ออกเดินสายเที่ยวพักผ่อนต่างประเทศอย่างสบายใจ ทำกิจกรรม อุ้มหมี ดูม้า กินเบอร์เกอร์ ซื้อเพชรก็ว่ากันไป และให้ทีมงานคอยส่งทั้งภาพข่าว และรายงานความเคลื่อนไหวขึ้นโซเชียลมีเดียและให้สื่อมวลชนนำมาเผยแพร่
มุขนี้จับทางได้เลยว่าเป็นกลยุทธ์ของเจ้าพ่อการตลาดประชาสัมพันธ์เก่าอย่าง ทักษิณ แน่นอน และการฉายภาพเล่นหน้าสื่อแบบนี้ต้องมีนัยแบบไม่ธรรมดา อย่างน้อยๆ ต้องการสร้างกระแสกดดันการทำงานของ คสช.และรัฐบาล ขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทยเองก็ส่งฝ่ายบุ๋นออกมาโดยให้ทีมทนายงัดข้อกฎหมายมาคัดค้าน
ขณะที่แกนนำมวลชน 2 กลุ่ม ทั้งฝั่งคนเสื้อแดง และฝั่ง กปปส. ต่างขยับอย่างต่อเนื่อง ให้สัมภาษณ์เชิงข่มขู่ จะออกมาเคลื่อนไหวแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เชิดใส่กฎหมายพิเศษอย่าง “กฎอัยการศึก” อย่างไม่แยแส หาก สนช.ไม่ทำตามความต้องการ หรือตามความถูกต้องในความหมายของฝั่งตัวเอง
จากพัฒนาการในการตอบโต้ซึ่งกันและกันของกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทยที่เกิดขึ้นรายวันในสถานการณ์ขณะนี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า นโยบายปรองดองของ คสช.ที่ได้ทำมาก่อนหน้านี้ล้มเหลว เพราะกลุ่มการเมืองต่างๆ ยังคงเคลื่อนไหวกันอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญสื่อทีวีของทั้งสองฝ่ายต่างวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายตรงกันข้ามทุกวัน เพียงแต่ว่าสถานการณ์ยังไม่สุกงอมเพียงพอที่จะทำให้กลุ่มต่างๆ ออกมาชุมนุมตามท้องถนนเหมือนในอดีต
งานนี้บิ๊กตู่ถึงกับออกอาการเครียด ขอร้องสื่อไม่ให้เสนอภาพข่าว “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” เท่านั้นยังไม่พอบิ๊กตู่ยังได้สั่งการในที่ประชุมร่วมระหว่าง คสช.และคณะรัฐมนตรี เมื่อวานนี้ (4 พ.ย.) ให้ติดตามความเคลื่อนไหวกลุ่มคลื่นใต้น้ำ อย่างใกล้ชิด พร้อมขู่ว่า หากทำความเข้าใจไม่ได้ ต้องใช้กฎหมายจากเบาไปหาหนักตามกฎอัยการศึก รวมถึงให้นำมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาบังคับใช้เพื่อให้ประเทศสงบสุข
จากท่าทีที่แข็งกร้าวของบิ๊กตู่ในการขู่จะใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งมีอำนาจสั่งการ ระงับยับยั้ง หรือกระทำการใดๆ ได้ ไม่ว่าการกระทำนั้นจะมีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ และให้ถือว่าคำสั่งหรือการกระทำรวมทั้งการปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว เป็นคำสั่ง หรือการกระทำ หรือการปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญนี้และเป็นที่สุด เพื่อมาจัดการกับคลื่นใต้น้ำนั้น แสดงให้เห็นว่า บิ๊กตู่และ คสช.เริ่มวิตกกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม จากนี้ต้องติดตามว่า คำขู่ของบิ๊กตู่จะทำให้กลุ่มการเมืองต่างๆ ลดราวาศอกลงหรือไม่ อีกไม่นานคงรู้กัน และที่สำคัญหากคุมไม่อยู่ ทุกอย่างก็กลับคืนสู่ความขัดแย้งและจะรุนแรงกว่าเดิม







