
มีกลไกตรวจสอบ
อย่างช้าที่สุดก็ภายในสิ้นปีนี้ ประเทศไทยจะประกาศใช้แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ หรือ พีดีพี 2015 (พ.ศ. 2559-2579) ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบเบื้องต้นจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ก่อนจะเสนอที่ประชุม กพช.เห็นชอบอีกครั้ง
อย่างช้าที่สุดก็ภายในสิ้นปีนี้ ประเทศไทยจะประกาศใช้แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ หรือ พีดีพี 2015 (พ.ศ. 2559-2579) ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบเบื้องต้นจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ก่อนจะเสนอที่ประชุม กพช.เห็นชอบอีกครั้ง
ภายใต้แผนพีดีพีระยะเวลา 20 ปี กำหนดโครงสร้างการใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าใหม่ โดยลดสัดส่วนการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเหลือ 30% เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงถ่านหินเป็น 30% เพิ่มการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านเป็น 30% และเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเป็น 10%
แน่นอนว่าเป้าหมายหลักของแผนพีดีพีฉบับใหม่ จะมุ่งลดการพึ่งพาการใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าที่ปัจจุบันมีสัดส่วนสูงถึง 70% ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงสูง หากแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่รัฐบาลสามารถจัดหาก๊าซมาได้ในต้นทุนที่ถูกหมดไป ประเทศไทยจะพึ่งพาก๊าซธรรมชาตินำเข้าที่มีราคาสูงกว่าเท่าตัว ค่าไฟฟ้ามีโอกาสเพิ่มขึ้นเป็น 67 บาท/หน่วย จากปัจจุบัน 4 บาท/หน่วย ซึ่งส่งผลกระทบในวงกว้างและใหญ่หลวง
ทางออกที่ถูกกำหนดไว้ในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ คือ การเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าถ่านหินจากปัจจุบัน 10-15% เป็น 30% แม้ว่าการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินยังมีข้อเคลือบแคลงและข้อกังขาจากสังคมในหลายประเด็น เช่น มาตรฐานการควบคุมมลพิษ ความปลอดภัยของโรงไฟฟ้า ตลอดจนผลกระทบที่มีต่อชุมชนรอบโรงไฟฟ้า
เช่นเดียวกัน การที่ประเทศไทยได้มุ่งเน้นนโยบายการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านในย่านนี้เพิ่มขึ้นจากประมาณ 10% ในปัจจุบันเป็น 30% ก็ยังมีข้อกังวลใจอยู่ไม่น้อย หากเกิดกรณีพิพาทที่นำไปสู่สถานการณ์ที่คาดไม่ถึง ตลอดจนการพึ่งพาพลังงานทดแทนอื่นๆ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจควบคุมได้ 100% ซ้ำยังมีต้นทุนการผลิตที่สูง
ดังนั้น การนำแผนพีดีพีไปสู่การปฏิบัติให้ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างความเข้าใจ ให้ความรู้แก่ประชาชนในภาพรวมและระดับชุมชนให้เห็นพ้องถึงประโยชน์และความจำเป็นร่วม กัน โดยเฉพาะกรณีโรงไฟฟ้าถ่านหิน จะต้องมีกลไกตรวจสอบโดยอาจเป็นในรูปคณะกรรมการชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ต้องกำหนดมาตรการลงโทษที่รุนแรง เช่น ตั้งแต่ชดเชยค่าเสียหายไปจนกระทั่งสั่งปิดโรงไฟฟ้า หากโรงไฟฟ้าไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ ต้องมีกระบวนการที่สร้างให้เกิดความไว้ใจซึ่งกันและกันระหว่างโรงไฟฟ้าและชุมชน







