posttoday
"อย่าให้เหมือนคดีเพชรซาอุ" สุรพงษ์ กองจันทึก

"อย่าให้เหมือนคดีเพชรซาอุ" สุรพงษ์ กองจันทึก

03 พฤศจิกายน 2557

คำต่อคำ "สุรพงษ์ กองจันทึก" หัวหน้าคณะทำงานช่วยเหลือผู้ต้องสงสัยคดีเกาะเต่า

โดย...อินทรชัย พาณิชกุล

การเข้ามารับหน้าที่ช่วยเหลือทางด้านกฎหมายแก่สองผู้ต้องสงสัยชาวพม่าในคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวบนเกาะเต่า จ.สุราษฎ์ธานี ท่ามกลางสถานการณ์แหลมคม ส่งผลให้ สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมถ์ ถูกจับตามองจากคนทั้งประเทศทันที

คดีนี้ถือเป็นคดีใหญ่ระดับชาติ มากด้วยเงื่อนงำซับซ้อน สร้างความเคลือบแคลงสงสัย  ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมมากที่สุดคดีหนึ่งในรอบหลายปี

วันนี้ สุรพงษ์ กองจันทึก ประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานช่วยเหลือผู้ต้องสงสัยคดีเกาะเต่า จะมาตอบคำถามเกี่ยวกับภารกิจอันหนักอึ้งที่อาจพลิกโฉมวงการยุติธรรมไทย

จุดที่ทำให้สภาทนายความตัดสินใจยื่นมือเข้ามารับทำหน้าที่ดูแลคดีนี้คืออะไร

สภาทนายความเป็นองค์กรที่ทำงานด้านกฎหมาย โดยพ.ร.บ.สภาทนายความ พ.ศ.2528 กำหนดให้เราทำหน้าที่ตามกฎหมาย หน้าที่เขียนไว้ชัดเจนคือช่วยเหลือประชาชนทางด้านกฎหมาย หากมีการละเมิดสิทธิ์ และคนผู้นั้นมีฐานะยากจน ไม่ทำไม่ได้จะถือว่ามีความผิดตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เหมือนหน่วยงานรัฐทั้งหลาย ทำไม่ดีเขาก็ฟ้องร้องเราต่อศาลปกครองเหมือนกัน

คดีนี้มีการร้องเรียนเข้ามาถึง 2-3 ช่องทาง สุดท้ายทางผู้ต้องสงสัยก็เซ็นแต่งตั้งให้ทางเราเป็นทนายความหลังจากที่เราเข้าไปตรวจสอบแล้วพบว่าน่าจะมีปัญหาเรื่องการละเมิดสิทธิ์ เราแค่เข้าไปตรวจสอบ ไม่ได้เข้าไปช่วยให้ผู้กระทำผิดพ้นผิด ถ้าเขาทำผิดจริง เราก็แนะนำให้เขารับสารภาพ โทษทัณฑ์ทั้งหลายจะได้ลดน้อยลง ถ้าเกิดเขาไม่ได้ทำผิด เราก็ต้องหาหลักฐานมายืนยันว่าเขาไม่ได้กระทำผิด ขณะเดียวกันถ้ามีการกล่าวหาว่าเขากระทำผิด เราก็มีหน้าที่ดูว่าข้อกล่าวหานั้นเป็นความจริงไหม ถ้าจริงก็สนับสนุน ถ้ามีข้อสงสัยว่าไม่จริงเราก็มีหน้าที่ทักท้วง เพื่อให้ศาลตัดสินต่อไป

ทำไมดูเหมือนรัฐบาลพม่าก็ให้ความสำคัญกับคนของเขาเป็นพิเศษ

เมื่อ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา เอกอัคราชทูตพม่าประจำประเทศไทยยกทีมใหญ่พร้อมพ่อแม่ผู้ต้องสงสัยเข้ามาหาเราที่สภาทนายความ เขาบอกว่ามาในฐานะของรัฐบาลพม่า ในฐานะของสถานฑูตพม่า และในฐานะของประชาชนชาวพม่าที่จะมอบอำนาจให้สภาทนายความดำเนินการในเรื่องกฎหมาย

ก่อนหน้านี้เขาตรวจสอบแล้วว่า คดีนี้ควรจะมีใครเข้ามาดูแลรับผิดชอบหาความเป็นธรรมให้คนของเขา และพบว่าที่ผ่านมาสภาทนายความได้ช่วยเหลือชาวพม่าด้วยความเป็นธรรมจนสามารถนำความสำเร็จในการช่วยเหลือคนพม่าให้พ้นข้อกล่าวหาได้เป็นจำนวนมาก เขาจึงไว้วางใจเราจากผลงานที่ผ่านมา

คดีนี้เขายอมรับว่าผู้ต้องสงสัยทั้งสองเป็นคนของเขา ผมเข้าใจว่าเขาไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของเรา จึงติดตามอย่างละเอียดถึงขนาดตั้งทีมงานเพื่อมาดูแลเรื่องนี้ด้วยกันถึง 2 ชุด ประกอบด้วยชุดติดตามคดีกับชุดสังเกตการณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ไทย  เขาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ซึ่งไม่เคยทำขนาดนี้มาก่อน ถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่ผมทำงานด้านนี้มาเลย สภาทนายความก่อตั้งมา 30 กว่าปี ไม่เคยมีที่เอกอัครราชทูตคนไหนเดินทางมาถึงสำนักงานสภาทนายความเลย เขาคือตัวแทนของประเทศ ไม่เฉพาะพม่า อังกฤษเองก็ให้ความสำคัญมากเช่นกัน

กรณีข่าวที่ผู้ต้องสงสัยกลับคำรับสารภาพ อ้างว่าถูกซ้อม จนทำให้เกิดกระแสสังคมตราหน้าว่ามีการจับแพะ มีความคิดเห็นอย่างไร

กว่าที่กระแสสังคมจะมาพูดคำว่า "แพะ" ต้องมีที่มาที่ไป พูดง่ายๆว่าเขาอาจมีข้อสงสัยในหลายๆเรื่องไม่ใช่แค่เรื่องเดียวที่ทำให้สังคมไม่ไว้วางใจ

ต้องขอเรียนให้ทราบว่าผู้ต้องสงสัยไม่ได้กลับคำนะ สังคมเรามีวิธีการมองคน ให้ค่าของคนไม่เสมอกัน เรายังคิดว่าผู้ต้องสงสัยไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์ มีชนักติดหลัง และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่รัฐเป็นฝ่ายถูกต้อง แทนที่จะชั่งน้ำหนักทั้งสองฝ่ายระหว่างฝ่ายที่กล่าวหาและฝ่ายที่ถูกกล่าวหา

ยกตัวอย่างเช่น คำว่า 'กลับคำ' เราไม่รู้ว่าที่ผ่านมา ผู้ต้องหาให้การว่าอะไร มีสื่อมวลชนเคยเห็นไหมว่าผู้ต้องหาพูดว่ายังไง ไม่มีครับ มีแต่คำที่ตำรวจกล่าวอ้าง แต่ว่าสิ่งที่ผู้ต้องหาให้การยืนยันตลอดมาหลังจากที่ทนายความเข้าไปพบเขา เขาพูดผ่านทนายความด้วยการเขียนออกมาเป็นเอกสารปั๊ม ลงลายมือชื่อยื่นหนังสือถึงอัยการจังหวัดเกาะสมุย ต่อมาพ่อแม่เข้าไปเยี่ยม เขาก็ยืนยันคำเดิมฝากพ่อแม่เขามา สถานทูตพม่าเขาไปเยี่ยม เขาก็ฝากสถานทูตพม่าออกมาอีก โดยยืนยันว่าเขาไม่ได้ทำ เขาบริสุทธิ์ 

ถ้าดูจากถ้อยคำเหล่านี้ จะพบว่าเขายืนยันตลอดมาเป็นเสียงเดียว ไม่มีเสียงอื่นเลย ไม่ใช่เขาเคยรับว่าทำแล้วกลับคำว่าไม่ทำ ซึ่งเขาก็ยืนยันในข้อมูลว่าเขาถูกบังคับให้เซ็นโดยที่ไม่รู้เรื่องเลย ล่ามก็ไม่ถูกต้อง กระบวนการก็ไม่ถูกต้อง ทนายที่ไหนก็ไม่รู้ แล้ลวก็ไม่ได้แสดงตัวว่าเป็นทนายให้เขารู้เลย นี่คือข้อเท็จจริง

ที่ผ่านมาปัญหาเรื่องการซ้อมทรมานให้รับสารภาพยังมีอยู่เยอะไหม

จากการทำงานของสภาทนายความพบว่า มีเคสที่ผู้ต้องหาถูกซ้อมทรมานเป็นจำนวนมาก ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่มาจากเจ้าหน้าที่ ทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือแถวกาฬสินธุ์ ภาคกลางแถวอ่างทอง ภาคใต้ในสี่จังหวัดชายแดน นี่คือเรื่องจริง ทนายความที่พยายามพูดเรื่องเหล่านี้ว่ามีการซ้อมทรมานอย่างคุณสมชาย นีละไพจิตร ก็ยังถูกอุ้มหาย

ประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านทรมานและการบังคับคนให้สูญหาย ถือว่าดีขึ้นมาขั้นนึง ปัจจุบันเรากำลังอยู่ระหว่างการร่างพรบ.ป้องกันการทรมานและการถูกบังคับให้สูญหาย ให้เป็นกฎหมายของประเทศไทย

กลับมาที่คดีเกาะเต่า ผู้ต้องสงสัยอ้างอยู่ตลอดเวลา ทั้งยังทำหนังสืออัยการจังหวัดเกาะสมุย รวมทั้งอัยการสูงสุดด้วยว่าเขาถูกซ้อมทรมาน ขั้นตอนการสอบสวนไม่ถูกต้อง ล่ามก็ไม่ใช่ล่ามที่เป็นคนเผ่าพันธุ์เดียวกับเขา นับถือศาสนาเดียวกันเขา ทนายก็ไม่ใช่คนของเขา เรียกร้องให้มีการสอบสวนใหม่ ใช้ล่ามที่พูดคุยภาษาเดียวกันกับเขา ใช้ทนายที่เป็นกลาง เขามีพยานอื่นๆอีกที่จะมายืนยันว่าตัวเขาไม่ได้กระทำ จะสอบพยานเพิ่มได้ไหม หลังจากเรียกร้องไป วันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบใดๆ

"อย่าให้เหมือนคดีเพชรซาอุ" สุรพงษ์ กองจันทึก

ก่อนรับทำคดี จากที่ดูข่าว ข้อมูลหลักฐานต่างๆ รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลไหม

เราเป็นหนึ่งในกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ตัวความ ไม่รู้หรอกว่าข้อเท็จจริงเป็นยังไง เรามีหน้าที่นำความจริงออกมา แล้วความจริงในเรื่องนี้มันก็มีรายละเอียดอยู่เยอะมาก แม้กระทั่งตอนนี้เองผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก็พูดไม่ได้ว่าเขากระทำความผิด หลักการทางกฎหมายคือคนที่ศาลยังไม่ตัดสินเป็นที่สิ้นสุดถือเป็นผู้บริสุทธิ์ ดังนั้นใครที่มาพูดว่าเขาไม่บริสุทธิ์ เป็นการเหยียบย่ำรัฐธรรมนูญ เหยียบย่ำศักดิ์ศรีเขา ยิ่งเป็นคนพูดเป็นผู้มีอำนาจตำแหน่งสูงๆก็อาจเป็นการชี้นำทางศาล ชี้นำทางสังคม ถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง

ต้องขอเรียนว่าคดีนี้มีผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมากมารับรองว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำถูกแล้ว ทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ แม้กระทั่งนายกรัฐมนตรีก็มาพูดแบบนี้ไม่ได้ ตำรวจที่ทำคดีนี้โดยหลักการจะบอกว่าตัวเองเชื่อไม่ได้ ตำรวจพูดได้แต่เพียงว่า 'จากหลักฐานที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนเชื่อได้ว่า เขาเป็นผู้กระทำผิด' ย้ำว่า 'จากหลักฐานเชื่อ' นะ ไม่ใช่ 'ตัวตำรวจ' เชื่อ ส่วนคนที่เหลือเขาไม่รู้หรอกครับ พูดได้แค่ว่าตามกฎหมายเขาถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ เราพูดได้แค่นี้

ทำไมแรงงานข้ามชาติถึงตกเป็นแพะอยู่เรื่อย

กรณีแรงงานข้ามชาติทั่วไป ตัวของแรงงานเอง สถานะทางกฎหมายเขาถึงแม้โดยหลักการจะเท่าเทียมกับคนไทย มีสิทธิ์ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายเท่ากัน รัฐไม่สามารถเลือกปฏิบัติได้ แต่ในข้อเท็จจริง การให้ค่าคนของสังคมมันไม่เท่ากัน ยกตัวอย่างเช่น คนที่เป็นประธานาธิบดีสหรัฐมาเมืองไทย การคุ้มครองดูแลก็ขั้นนึง นายกรัฐมนตรีอังกฤษโดนคนวิ่งชนนิดเดียวเป็นข่าวใหญ่ทั่วโลก ถ้าเกิดชาวบ้านโดนคนวิ่งชนไม่เป็นข่าว อันนี้คือศักดิ์ศรีเท่ากัน แต่การให้ค่าแตกต่างกัน

ข้อที่เอื้อให้แรงงานข้ามชาติถูกละเมิดสิทธิ์ได้ง่าย หนึ่ง แรงงานอาจเข้ามาโดยผิดกฎหมาย ไม่กล้าเรียกร้อง สอง พูดภาษาไทยก็ไม่ได้ สื่อสารไม่ได้ โดนจับให้เซ็นอะไรเขาก็ไม่รู้ สาม แรงงานพวกนี้ไม่ค่อยมีญาติ ไปจับปุ๊บเพื่อนฝูงวิ่งหนีกระเจิงหมด ไม่มีใครกล้าช่วย กล้าประกันตัว หากถามว่าปัญหาใหญ่ของประเทศไทยมีปัญหาอะไรบ้าง ผมเชื่อว่าปัญหาแรงงานข้ามชาติก็จะถูกหยิบมาพูด เมื่อทัศนคติเป็นแบบนี้มันก็เกิดเหตุได้ง่าย

นอกจากนี้แรงงานจำนวนมากเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ความที่เป็นคนเข้าเมืองผิดกฎหมายก็อาจเอื้อในหลายๆเรื่อง ประกอบกับสื่ออาจมองว่าจะเข้ามาสร้างปัญหาให้บ้านเมืองเรา เราจึงเห็นการพาดหัวข่าว พม่าโหด กะเหรี่ยงเหี้ยมอยู่เรื่อยๆ ทั้งที่เคยมีการห้ามปรามกันแล้วว่าคุณไม่มีสิทธิ์ไปเหยียดหยามเขาแบบนี้ได้

ประกอบกับการคุ้มครองของประเทศต้นทางก็ไม่ได้ดีมากเหมือนประเทศที่เจริญแล้ว เช่น คดีที่คนอังกฤษถูกตัดสินจำคุกข้อหายาเสพติดที่ลาว ประเทศอังกฤษเขารณรงค์ทั่วโลกเพื่อเอาคนของเขากลับ แต่ถ้าเกิดกับแรงงานพม่า มีรัฐบาลพม่า มีหน่วยงานไหนออกมาร้องเรียนไหม ไม่มี นี่จึงทำให้สถานะของแรงงานต่างชาติเอื้อต่อการถูกละเมิดสิทธิ์ เป็นกลุ่มคนที่ถูกละเมิดสิทธิ์มากที่สุดกลุ่มหนึ่ง เหตุเหล่านี้อาจส่งผลทำให้แรงงานต่างชาติกลายเป็นแพะ ต้องมารับกรรมในหลายๆเรื่องที่ตัวเองไม่ได้ก่อ

ยกตัวอย่างคดีจอบิ ชาวกะเหรี่ยงที่ถูกกล่าวหาว่ายิงรถโดยสารเด็กนักเรียนที่กิ่งอำเภอบ้านคา จ.ราชบุรี จนทำให้มีผู้เสียชีวิต เมื่อสิบกว่าปีก่อน จับใครไม่ได้ แล้วมีการมาจับ 'จอบิ' สื่อทั้งหมดก็เชื่อเจ้าหน้าที่ จอบิรับสารภาพ จอบิถือปืนมาทำแผน มีสื่อเพียงช่องเดียวที่เข้าไปตรวจสอบว่าวันเกิดเหตุพบว่าจอบิไปเก็บพริก มีพยานรู้เห็นเยอะแยะหลายสิบคนบ่งชี้ว่าจอบิไม่ได้ทำ ไม่เคยมีประวัติรบราฆ่าฟันใคร ก็นำหลักฐานออกมาตีแผ่ให้แก่สังคม ทนายความก็เอาข้อมูลเหล่านี้ไปยืนยันกับศาล ปรากฎว่าท้ายที่สุดก็ยกฟ้องให้พ้นโทษ ทุกวันนี้คดีจบลง ยกฟ้องเสร็จ แต่ก็ไม่มีการหาคนผิดจริง จบแล้วจบเลย

ที่ผ่านมามีการช่วยเหลือผู้ต้องหาในคดีแพะเยอะไหม

โดยหลักการ ถ้าเกิดมีแพะ อาจมีการรื้อคดีขึ้นมาใหม่ในกรณีที่ตัดสินไปแล้ว แต่เท่าที่ผมทราบมีคดีเดียวที่มีการรื้อใหม่คือ คดีเชอรี่แอน ดันแคน เพราะเป็นคดีใหญ่ของประเทศ ดังมาก คดีอื่นๆก็รื้อใหม่ แต่ไม่มีรื้อเลย

สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าทางศาลกลัวว่าถ้ารื้อกันง่ายๆ ความศักดิ์สิทธิ์ของศาลจะลดค่าลง เรื่องนี้อาจต้องมานั่งคุยกันทางวิชาการว่าแท้จริงแล้ว ความศักดิ์สิทธิ์มันจำเป็นไหม ความยุติธรรมความจริงมันน่าจะมีค่าเหนือกว่าความศักดิ์สิทธิ์ของศาลหรือเปล่า

วัดจากกระแสสังคม ดูเหมือนคนจะสงสัยการทำงานของเจ้าหน้าที่ในคดีเกาะเต่า

โดยหลักการแล้ว ตำรวจมีหน้าที่สืบสวนหาข้อมูล มีมาตรฐานที่บ่งบอกว่าชัดเจนเชื่อถือได้ว่าคนผู้นั้นกระทำผิดจริงจึงจะส่งสำนวนทั้งหมดให้อัยการสั่งฟ้อง แต่หากเป็นคดีสำคัญมาก ถูกจับตามาก ถูกโต้แย้งมาก  ตำรวจก็อาจต้องทำงานละเอียดขึ้น เหมือนปกติเราเดินก็ต้องระวังอยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดเราเป็นนางสาวไทยไปเดินบนเวทีประกวด อาจต้องระวังมากขึ้น เพราะคนทั้งประเทศกำลังจับตาดูเรา

สภาทนายความทำหน้าที่ตามกฎหมายที่กำหนดให้เราทำ ไม่ทำไม่ได้ หลายครั้งเราก็อยู่ฝ่ายเดียวกับตำรวจช่วยกันทำคดี บางครั้งก็อาจจะอยู่คนละฝ่ายกัน ตำรวจเป็นฝ่ายหาข้อมูลมาปรักปรำ ชี้ว่าผู้ต้องหากระทำผิด เราก็มีข้อมูลว่าเขาไม่น่าจะผิด ถ้ายังไม่มีคำตอบก็ต้องไปดูหลักฐานว่าที่ตำรวจพูดมาจริงไหม ถ้าจริงเราก็ไม่ค้าน ถือเป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องถ่วงกันตามกฎหมาย ตำรวจรวบรวมข้อกล่าวหาทั้งหมดส่งให้ทางอัยการ อัยการก็จะเป็นทนายความฝ่ายโจทย์ หรือทนายความแผ่นดิน บางครั้งเราก็อาจเป็นทนายฝ่ายโจทย์ร่วมกันก็ได้ บางครั้งเราก็อาจเป็นทนายให้กับฝ่ายจำเลยก็ได้ ก็อาจจะอยู่คนละข้างกันในศาล สุดท้ายศาลจะเป็นผู้ตัดสิน

ต้องเรียนว่าเราไม่มีผลประโยชน์ที่ต้องมาทะเลาะกัน ไม่ใช่เรื่องของเรา คดีแพ้คดีชนะก็ไม่ได้ทำให้อัยการมีเงินเดือนสูงขึ้น เราช่วยเหลือฟรี จะแพ้หรือชนะก็ไม่ได้ค่าตอบแทน

เห็นว่าสก็อตแลนยาร์ดจากอังกฤษชื่นชมการทำงานของตำรวจไทย

หนึ่ง สก็อตแลนด์ยาร์ดมาจริง ตามที่เป็นข่าวนะ สอง มาได้แค่สังเกตการณ์ ไม่มีหน้าที่เก็บอะไรไปมากนัก ส่วนข่าวที่บอกว่าสก็อตแลนด์ยาร์ดชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ไทย สก็อตแลนด์ยาร์ดไม่เคยให้สัมภาษณ์นะครับ มีแต่ตำรวจพูดเอง

มองอย่างไรกรณีที่หลายประเทศแสดงความกังวลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนของสื่อไทย

ต้องเรียนว่าถ้าไม่มีผลกระทบจริงๆ ต่างชาติเขาคงไม่ขยับเข้ามาในบ้านเราขนาดนี้ มันต้องมีมูล มีสาเหตุพอสมควร ที่ผ่านมาสื่อไทยมีความระมัดระวังในเรื่องเหล่านี้น้อย ทั้งเรื่องการเอาไปแถลงข่าว ไปทำแผนยังที่เกิดเหตุ เอาตัวผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ไปเปิดเผยอย่างปกติ โดยไม่มีการคุ้มครองสิทธิ์อะไรทั้งสิ้น ทั้งที่กฎระเบียบ มารยาท จริยธรรมของวิชาชีพสื่อมวลชนก็พูดไว้ตลอดเวลา แต่พอปฏิบัติจริงๆ เรายังมีเรื่องการละเมิดสิทธิ์ของทั้งตัวผู้ต้องหา หรือตัวผู้เสียหายอยู่เป็นจำนวนมาก

อย่าว่าแต่สื่อเลย ผู้บริหารระดับสูงของเราก็ยังให้สัมภาษณ์แนวๆนี้ตลอดมา เช่น นุ่งบิกินีเอื้อต่อการข่มขืน พวกนี้เขามามีเพศสัมพันธ์กัน คนเห็นเกิดอารมณ์ก็เลยเข้ามาทำร้าย อะไรทำนองนี้ คือยังมีทัศนะที่ไปซ้ำเติมคนเหล่านี้ตลอดเวลา ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันมานี้สื่อยักษ์ใหญ่ยังพาดหัวอีกว่าพม่าโหด มันเป็นข้อเท็จจริงที่สั่งสมมานานจนเป็นเรื่องปกติ ซึ่งอาจทำให้ต่างประเทศเขาทนไม่ไหว ลุกขึ้นมาตักเตือน

แล้วเรื่องกระบวนการพิสูจน์ดีเอ็นเอที่ถกเถียงกันอย่างหนักล่ะ

มันอยู่ที่ว่าคุณได้ดีเอ็นเอมาโดยวิธีการถูกต้องไหม เก็บตรงไหน ยังไง วิธีการเก็บ วิธีการประเมินผล ส่งข้อมูล ความน่าเชื่อถือ ถ้าทุกอย่างมันถูกต้องหมดมันก็น่าเชื่อถือ เพราะความจริงก็คือความจริง แต่ถ้าเกิดมีการบิดพลิ้วในบางส่วนก็อาจทำให้ดีเอ็นเอนั้นไม่น่าเชื่อถือก็เป็นไปได้ ไม่ใช่ดูแค่ ‘ผล’ ต้องดู ‘กระบวนการ’ ด้วยว่าชอบธรรมถูกต้องไหม

เพจเฟซบุ๊กCSI LA มีน้ำหนักที่ควรรับฟังแค่ไหน

ผมมองว่าประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย เสียงทุกเสียง ความเห็นทุกความเห็นมีความหมายหมด ถ้าเขาทำด้วยความสุจริต ไม่มีการปั้นแต่งเรื่องขึ้นมา ทุกคนก็ต้องฟัง ใครว่าอะไร มีเหตุผลอะไร ก็ต้องฟังเขา

ตอนนี้เรามีหน้าที่หาข้อเท็จจริง เราเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม อยากทำให้เรื่องนี้โปร่งใส ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย แต่เราจะทำงานจริงจังอย่างเต็มประสิทธิภาพได้ก็ต่อเมื่อมีการส่งฟ้องแล้วศาลรับฟ้อง ศาลก็จะส่งสำนวนให้เรา ตรงนั้นแหละที่เราเริ่มจะทำงานอย่างจริงจัง เขาฟ้องข้อหาอะไร หลักฐานเป็นยังไง ทุกวันนี้ทั้งหมดยังเป็นความลับอยู่ โดยหลักการแล้วสำนวนคดีของตำรวจถือเป็นความลับที่ไม่สามารถเปิดเผยได้นะครับ แต่ที่ผ่านมา นักข่าวก็ไปได้มาจากตำรวจมาได้ยังไงก็ไม่รู้ แล้วสื่อเอง โดยหลักการก็ไม่สามารถเปิดเผยได้ด้วย

สุดท้ายคิดว่าคดีนี้จะให้บทเรียนอะไรแก่วงการยุติธรรมไทยบ้าง

ขออนุญาตเทียบกับคดีเพชรซาอุ จากข่าวรายงานว่าคนไทยไปขโมยเพชรเขามา เขาก็ตามมาเอา เพราะเป็นสิ่งของที่มีค่าต่อเขามาก แต่เราก็ไม่สามารถหาเพชรให้เขาได้ เจ้าหน้าที่เขาที่ถูกส่งตรงเพื่อมาดูแลเรื่องนี้ถูกอุ้มหาย เจ้าหน้าที่ทูตประจำประเทศไทยที่ช่วยประสานงานโดนยิงตายไป 3 คน ผลก็คือซาอุดิอาระเบียตัดความสัมพันธ์กับประเทศไทย คนไทยที่จะไปทำงานยังประเทศเขาก็ไม่รับแล้ว ความช่วยเหลืออะไรต่อมิอะไรก็เลิกคุยกัน กลายเป็นว่าเขาเลิกยุ่งกับประเทศไทย

นี่คือตัวอย่างที่เราดำเนินกระบวนการยุติธรรมที่ไม่สามารถให้ความยุติธรรมกับเขาได้ คนเขาตายแต่จับใครไม่ได้ เมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรม เขาก็เลิกคบเรา เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆแค่เรื่องของพม่าสองคนมาฆ่าคนอังกฤษในบ้านเรา กระบวนการตอนนี้ถ้าพูดแบบตรงไปตรงมาก็คือ เรายังไม่สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ทั้งอังกฤษและพม่า ดูจากท่าทีทางทูตของเขา ทางรัฐบาลของเขาแสดงต่อของเรา ไม่เพียงแค่สองประเทศนี้ รวมไปถึงประเทศอื่นๆด้วย

นี่เป็นเรื่องระดับชาติไปแล้วที่หลายประเทศกำลังจับตามองอยู่ ถ้าเราไม่ทำเรื่องเหล่านี้ให้โปร่งใสชัดเจน ให้เกิดความยุติธรรม ความเสียหายจะเกิดกับประเทศเราเป็นอย่างมาก พม่าเป็นประเทศที่ติดกับเรามากที่สุด คนพม่ามาอยู่เมืองไทยมาก คนไทยไปลงทุนในพม่าก็มาก ความสัมพันธ์ก็หมด แล้วกำลังจะเปิดอาเซียนร่วมกันในปีหน้าด้วย อังกฤษก็มีเครือข่ายเขาที่ใช้ภาษาอังกฤษมากมายทั่วโลก ลองคิดดูว่าถ้าคนเหล่านี้ไม่คบเราเหมือนที่ซาอุดิอาระเบียทำ ประเทศไทยเราจะอยู่ยังไง สถานการณ์ปกติถ้าไม่มีเรื่องนี้ก็ถือว่าน่าเป็นห่วง นักท่องเที่ยวก็ลดลง เศรษฐกิจก็ยังไม่พัฒนานัก เหมือนเรากำลังจะลุกฟื้นขึ้นมาใหม่ แต่กลับมีเรื่องนี้เข้ามาซ้ำเติม

ผมมองว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่ใหญ่ธรรมดา แต่ใหญ่มาก

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI