posttoday
"แม่บ้านญี่ปุ่น" กับอาชีพ "เทรดอัตราแลกเปลี่ยน"

"แม่บ้านญี่ปุ่น" กับอาชีพ "เทรดอัตราแลกเปลี่ยน"

30 ตุลาคม 2557

คุณผู้อ่านหลายต่อหลายท่านคงเคยมีโอกาสได้พบปะกับแม่บ้านชาวญี่ปุ่นกันมาบ้าง ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักจะพบว่า แม่บ้านญี่ปุ่นจะมีนิสัยค่อนข้างเขินอายง่าย ไม่ชอบพูดจากับคนแปลกหน้า และเป็นคนอนุรักษนิยมแบบสุดโต่ง หรือเป็นคนที่ไม่ชอบเสี่ยงแบบสุดๆ นั่นเอง

คุณผู้อ่านหลายต่อหลายท่านคงเคยมีโอกาสได้พบปะกับแม่บ้านชาวญี่ปุ่นกันมาบ้าง ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักจะพบว่า แม่บ้านญี่ปุ่นจะมีนิสัยค่อนข้างเขินอายง่าย ไม่ชอบพูดจากับคนแปลกหน้า และเป็นคนอนุรักษนิยมแบบสุดโต่ง หรือเป็นคนที่ไม่ชอบเสี่ยงแบบสุดๆ นั่นเอง

แล้วเหตุผลประการใดล่ะ? ที่ทำให้แม่บ้านญี่ปุ่นเหล่านี้หันไปลงทุนในตลาดการเทรดอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Trading – Forex) ที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งมีเหตุผล ดังนี้

1.เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มตกต่ำลงมาตั้งแต่ปี 2528

ปี 2528 เกิดสนธิสัญญาพลาซ่า (Plaza Accord) ซึ่งสนธิสัญญาฉบับนี้เซ็นโดยบรรดาสมาชิกกลุ่ม G5 หรือ 5 ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ อันประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และญี่ปุ่น

วัตถุประสงค์ของสนธิสัญญานี้ก็คือ ให้ทุกประเทศสมาชิกทำการแทรกแซงค่าเงินเพื่อให้ค่าเงินมาร์กของเยอรมนี และค่าเงินเยนของญี่ปุ่นมีค่าสูงขึ้น เมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์ เนื่องจากก่อนหน้านี้ค่าเงินของทั้งสองประเทศนี้แทบจะไม่เคลื่อนไหวเลย และทำให้เยอรมนีและญี่ปุ่นได้เปรียบดุลการค้าจำนวนมหาศาลจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เป็นธรรม

หลายปีต่อมาหลังการเซ็นสัญญา ค่าเงินญี่ปุ่นจากประมาณ 300 เยน/ดอลลาร์ ก็แข็งค่าขึ้นจนแตะระดับ 76 เยน/ดอลลาร์ หรือพูดง่ายๆ ว่า ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้น 4 เท่าในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี ด้วยเหตุดังกล่าวก็ทำให้ญี่ปุ่นต้องออกไปขยายการลงทุนในต่างประเทศ เพื่อไปใช้ทรัพยากรและค่าแรงที่ถูกกว่าในต่างประเทศ จึงเกิดเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลหลั่งไหลออกจากญี่ปุ่นไปสู่ต่างประเทศ

ประเทศไทยก็อยู่ในลำดับต้นๆ ของประเทศที่ญี่ปุ่นต้องการเข้ามาลงทุน ซึ่งในช่วงนั้นตรงกับรัฐบาลของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ จึงทำให้ตลาดหุ้นและราคาบ้านพุ่งสูงขึ้นอย่างมโหฬาร

2.Abenomics นโยบายที่อาจหาญของญี่ปุ่น

หลังจากที่ญี่ปุ่นได้ทุ่มเทเม็ดเงินจำนวนมหาศาลไปลงทุนในต่างประเทศ ในประเทศเองก็ต้องพบกับปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง สังเกตได้จากดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวจากระดับสูงกว่า 40,000 จุด เคยลดต่ำลงจนต่ำกว่า 10,000 จุด ญี่ปุ่นจึงตกอยู่ในวังวนแห่งเศรษฐกิจตกต่ำอยู่นานหลายทศวรรษ จนมาถึงปี 2555 เมื่อ ชินโสะ อาเบะ เข้ารับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น

อาเบะ ได้เสนอนโยบายในการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่มีชื่อเรียกกันว่า “Abenomics” โดยนโยบายดังกล่าวได้กล่าวถึงลูกศร 3 ดอก ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้นั่นคือ หนึ่ง แผนงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สอง มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน และ สาม การปฏิรูปโครงสร้าง และนั่นนำมาซึ่งการคงอัตราดอกเบี้ยภายในประเทศให้ต่ำที่สุด และการทำให้ค่าเงินเยนมีค่าต่ำที่สุด

3.เมื่อแม่บ้านญี่ปุ่นดิ้นรนแสวงหาผลตอบแทนที่ดีกว่า

ครอบครัวญี่ปุ่นโดยส่วนใหญ่แล้ว สามีจะเป็นผู้หาเงินเข้าบ้าน ในขณะที่แม่บ้านจะเลี้ยงดูลูก ทำงานบ้าน และประกอบอาหารให้แก่ครอบครัว สามียังต้องมีหน้าที่นำเงินเดือนที่หามาได้มามอบให้แก่ภรรยาของตนทุกสิ้นเดือน

ดังนั้น ในครอบครัวของคนญี่ปุ่น ผู้ที่กุมเงินและมีอำนาจในการตัดสินใจในการลงทุนก็คือ “แม่บ้านญี่ปุ่น” นั่นเอง ซึ่งพวกเธอต้องแสวงหาวิธีการลงทุนที่จะทำให้เงินออมโตขึ้น...โตขึ้น

อย่างไรก็ตาม ด้วยนโยบายของอาเบะ ก็ได้ทำให้อัตราดอกเบี้ยฝากประจำในธนาคารของญี่ปุ่นลดลงต่ำมาก คือประมาณ 0.02% ต่อปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำถึงเพียงนี้ จึงทำให้แม่บ้านญี่ปุ่นพยายามดิ้นรนแสวงหาแหล่งลงทุนแหล่งใหม่ ซึ่งสามารถที่จะให้ผลตอบแทนสูงกว่าเดิม

พวกเธอพบว่าการฝากเงินประจำในประเทศออสเตรเลียให้ผลตอบแทนสูงถึง 8% ต่อปี ในประเทศตุรกีให้ผลตอบแทนที่สูงมากนั่นคือ 17% ต่อปี ซึ่งทำให้แม่บ้านญี่ปุ่นพยายามที่จะโอนเงินไปฝากในต่างประเทศเพื่อผลตอบแทนที่ดีกว่า

4.อาชีพ “เทรดอัตราแลกเปลี่ยน” จากแม่บ้าน ไปเป็นนางฟ้า

นโยบายอาเบะที่หนักแน่นและต่อเนื่องก็ยังได้ทำให้ค่าเงินเยนตกต่ำลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย หากเราพอจำกันได้ ไม่กี่ปีที่ผ่านมาเวลาเราไปเที่ยวญี่ปุ่น เรายังต้องแลกเงินเยนในอัตราประมาณ 100 เยนต่อ 40 บาท ทุกวันนี้เราแลกได้ในอัตราประมาณแค่ 100 เยนต่อ 30 บาทเท่านั้นเอง เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ค่าเงินเยนได้ลดค่าลงไปอย่างมาก

แม่บ้านญี่ปุ่นก็รู้ดีว่า...ค่าเงินเยนจะต้องอ่อนลงไปอีกอย่างแน่นอน...ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น เธอจึงพยายามหาวิธีในการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนจากเงินลงทุนของครอบครัวให้สูงที่สุด

หนึ่งในวิธีการลงทุนที่นิยมมากก็คือ การลงทุนในอัตราแลกเปลี่ยน หรือการเทรดอัตราแลกเปลี่ยน บนความได้เปรียบที่พอจะรู้ว่า ค่าเงินเยนจะต้องอ่อนตัวลงอย่างแน่นอนในอนาคต

ด้วยกระแสการลงทุนดังกล่าวในญี่ปุ่นก็ได้ทำให้แม่บ้านญี่ปุ่นจำนวนมากประสบความสำเร็จ จนบางรายประสบความสำเร็จจนกลายเป็นเศรษฐี ในบางบทความที่ผมได้ศึกษาถึงกับใช้คำว่า “Forex Divas” ซึ่งแปลตามความได้ว่า “นางฟ้าแห่งการเทรดอัตราแลกเปลี่ยน” เพื่อยกย่องพวกเธอ

ทุกวันนี้แม่บ้านญี่ปุ่นจำนวนมากที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้ ยังคงต้องตื่นแต่เช้าเพื่อทำอาหารให้สามีและลูก ทำงานบ้านให้เสร็จ แล้วก็เทรดอัตราแลกเปลี่ยนในยามว่าง

จากนั้นช่วงเย็นก็ต้องตระเตรียมอาหาร เพียงแต่สิ่งที่อาจเปลี่ยนไปก็คือ ชีวิตของเธอน่าจะมีสีสันมากขึ้น เพราะเธอได้ค้นพบการลงทุนใหม่ๆ ขึ้นมาบ้างแล้ว จากทางเลือกในการลงทุนที่เธอไม่เคยคิดว่า “ในชีวิตนี้จะได้มีโอกาสอย่างนี้”

คุณผู้อ่านล่ะครับ... เริ่มคิดที่จะหาทางลงทุนบ้างแล้วหรือยัง?

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้