
หวั่นภัยแล้งปีหน้าส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำ
กปน.หวั่นภัยแล้งปีหน้าอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำ วอนประชาชนช่วยกันประหยัด
กปน.หวั่นภัยแล้งปีหน้าอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำ วอนประชาชนช่วยกันประหยัด
นายเชาวรินทร์ กิ่งแก้ว รองผู้ว่าการประปานครหลวง(กปน.) ในฐานะประธานกรรมการศูนย์อำนวยการเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติการณ์น้ำและคุณภาพน้ำ เปิดเผยว่า คาดว่าในปี 2558 ภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปา ที่ผ่านมากรมชลประทานได้ให้ความสำคัญในการจัดสรรน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค เป็นอันดับแรก กปน. จึงได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติการณ์น้ำและคุณภาพน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยเเล้งที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในกรณีฉุกเฉิน โดยศูนย์ฯจะเป็นหน่วยรับข้อมูลปริมาณและคุณภาพน้ำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมชลประทาน เพื่อที่จะสามารถแก้ไขหรือแจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบได้ในทันที
“การคาดการณ์ตามภาวะของปริมาณน้ำและคุณภาพน้ำในเวลานี้ยังไม่มีอะไรบ่งบอกแน่ชัดว่าจะเกิดภัยแล้งขึ้นเมื่อไหร่ โดยในปริมาณน้ำที่จะใช้ในรอบ 6 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน มีปริมาณน้อยกว่าปีที่แล้วค่อนข้างมาก วิกฤตที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 คาดการณ์ว่าอาจจะเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคม จึงอยากให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด และหากเกิดวิกฤตขึ้นจริง กปน.จะมีการจัดตั้งจุดจ่ายน้ำเพื่อช่วยเหลือประชาชนในภาวะภัยแล้ง โดยจะมีทั้งหมด 51 จุด ซึ่งจะแจ้งให้ทราบอีกทีว่าจะตั้งขึ้นที่ใดบ้าง”นายเชาวรินทร์ กล่าว
นายเชาวรินทร์ กล่าวอีกว่า กปน.ได้เฝ้าระวังและติดตามข้อมูลทั้งด้านปริมาณน้ำในแต่ละเขื่อน และอุทกวิทยา เพื่อใช้ในการจัดการน้ำ หากเกิดวิกฤตขึ้น กปน.อาจต้องลดกำลังการผลิตน้ำและลดการจ่ายน้ำในช่วงเวลากลางคืน ในช่วงนั้นผู้ใช้น้ำจึงควรสำรองน้ำไว้ใช้ล่วงหน้าประมาณ 1 วัน สำหรับน้ำดื่มควรสำรองไว้ประมาณ 60 ลิตร และสำหรับภาคอุตสาหกรรม จะมีการประสานแจ้งเตือนล่วงหน้า เพื่อให้ปรับสภาพน้ำก่อนนำไปใช้งาน ทางกปน.จึงขอความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่าเพื่อให้ไม่เกิดวิกฤตน้ำ และไม่ต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนน้ำที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
นายสุวัฒนา จิตตลดากร กรรมการการประปานครหลวง กล่าวว่า สถานการณ์วิกฤติน้ำมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้นในปี 2558 มีโอกาสที่จะเกิดภาวะภัยแล้งทั้งในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่กลองพร้อมกัน ทางศูนย์จึงต้องมีแผนรับมือที่ชัดเจน เพื่อเตรียมความพรัอมที่จะจัดการน้ำในภาวะวิกฤต และต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้น้ำได้รับทราบถึงการรับมือในภาวะวิกฤตอย่างเป็นเรียลไทม์
นายเจริญ ภัสนะ ประธานกรรมการการประปานครหลวงแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์ฯควรมีการจัดรูปแบบการบริหาร เพื่อแบ่งหน้าที่ในการจัดการปัญหาให้ครบ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการน้ำ ปัญหาที่ประชาชนได้รับผลกระทบ คาดว่าน่าจะแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์น้ำแล้งได้ดีกว่าหลายปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์น้ำและคุณภาพน้ำ ศูนย์ฯหลักจะตั้งอยู่ที่อาคารอำนวยการ โรงงานผลิตน้ำบางเขน กปน.สำนักงานใหญ่ ส่วนศูนย์ฯสำรอง 1 ตั้งอยู่ที่อาคารอำนวยการ โรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ ถนนกาญจนาภิเษก จังหวัดนนทบุรี ศูนย์ฯสำรอง 2 ตั้งอยู่ที่อาคารระบบส่งและสูบจ่ายน้ำ โรงงานผลิตน้ำสามเสน 2 ถนนพระราม 6







