
ตัวแทนจาก20กระทรวงเข้าประจำศูนย์ร้องทุกข์
ตัวแทนจาก 20 กระทรวง เข้าประจำการที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ตามนโยบาย นายกฯ เพื่อให้แก้ปัญหารวดเร็ว
ตัวแทนจาก 20 กระทรวง เข้าประจำการที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ตามนโยบาย นายกฯ เพื่อให้แก้ปัญหารวดเร็ว
เมื่อวันที่ 27 ต.ค. เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุม 101 สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายกมล สุขสมบูรณ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี) พร้อมด้วยนายจำเริญ ยุติธรรมสกุล รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และน.ส.อรนุช ศรีนนท์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการประชาชน ร่วมชี้แจงนโยบายการทำงานของศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ร่วมหารือกับตัวแทนจาก 20 กระทรวง ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน
นายกมล กล่าวชี้แจงว่า โครงสร้างการทำงานและขั้นตอนในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ จากประชาชนได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่แต่ละกระทรวงมาประจำอยู่ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาลที่ฝั่งก.พ. เพื่อให้การแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ลดขั้นตอนในแบบ one stop services สำหรับกระบวนการรับเรื่องราวร้องทุกข์ ที่จุดบริการประชาชน ขั้นตอนแรกให้เจ้าหน้าที่คัดกรองและตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบเรื่องราวร้องทุกข์เบื้องต้น ขั้นตอนที่สองให้ยื่นเรื่องราวร้องทุกข์ ที่จุดบริการประการประชาชน 1111 เจ้าหน้าที่วิเคราะห์เรื่องราวร้องทุกข์ว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องราวร้องทุกข์ของกระทรวงใด จากนั้นลงทะเบียนรับเรื่องราวร้องทุกข์และสำเนาหนังสือเรื่องราวร้องทุกข์ และขั้นตอนสุดท้ายนำผู้ร้องทุกข์พบเจ้าหน้าที่กระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหา
ขณะที่นายจำเริญ กล่าวว่า เรื่องไหนที่แก้ได้จะแก้ในทันที โดยให้แต่ละกระทรวงนั้นไปจัดการ และต้องการบุคคลที่มีความรู้ในกระทรวงของตนเองมากพอสมควรมานั่งรับเรื่องร้องเรียน โดยในวันนี้เป็นการพูดคุยในแต่ละหน่วยงานในการมานั่งปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้นายจำเริญเผยว่า ศูนย์บริการฯจะซ่อมแซมเสร็จภายในวันที่ 15 ธ.ค. 57
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการประชุมหารือเสร็จสิ้น นายกมลนายกมล สุขสมบูรณ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายจำเริญ ยุติธรรมสกุล รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ ได้พาผู้แทนกระทรวงทั้ง 20 กระทรวง เดินทางไปดูคอลเซ็นเตอร์ 1111 ที่สำหรับรับโทรศัพท์เรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน และได้เดินทางไปที่ศูนย์บริการฯ ชั่วคราว สำนักงาน ก.พ. ตรงข้ามทำเนียบ โดยบริเวณศูนย์บริการฯ มีการจัดเตรียมที่นั่งให้เจ้าหน้าที่ทั้ง 20 กระทรวง ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน
จากนั้น15.30 น. ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายแก่ผู้แทนกระทรวง 20 กระทรวง ว่า แม้จะมีเจ้าหน้าที่มาประจำที่ทำเนียบรัฐบาล แต่ศูนย์ดำรงค์ธรรมแต่ละจังหวัดต้องพร้อมรับเรื่องจากส่วนกลาง ไปดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว พร้อมขอให้ส่งตัวแทนมาสังเกตการณ์รับเรื่อง ในส่วนกลางเพื่อให้การทำงานเป็นรูปแบบเดียวกันไปปรับใช้ โดยมีผู้แทนแต่ละกระทรวงสลับสับเปลี่ยนกันมา เพื่อให้ประชาชนรู้สึกถึงความใส่ใจในความทุกข์ของประชาชน และการประสานงานของทำเนียบรัฐบาลกับทุกส่วนราชการ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน จะเป็นผลงานสำคัญของรัฐบาลในช่วงหนึ่งปีจากนี้ไป เพราะไม่เคยมีรัฐบาลชุดใดที่นำผู้แทนมาร่วมประสานงานอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกันต้องการให้ประชาชนเกิดความพอใจเมื่อมายื่นเรื่องร้องทุกข์ต่อส่วนราชการ ได้รับการดูแล และตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งนี้ตนเองเตรียมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ดำรงธรรมในจังหวัดใกล้เคียงเร็วๆ นี้ ส่วนโครงการให้มีอาสาสมัครมาร่วมทำงานกับศูนย์บริการประชาชนขณะนี้ได้เริ่มแล้ว โดยมีอาสาสมัครจากสถาบันการศึกษาต่างๆมาสมัคร ซึ่งอยากให้อาสาสมัครเข้ามาทำงานเต็มที่ อย่างไรก็ตามเรื่องการติดตามการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ก็เตรียมจะมอบหมายให้ส่วนราชการเข้าไปดำเนินการ โดยภายหลังการประชุม
ม.ล.ปนัดดา กล่าวอีกว่า ปัญหาที่ถูกร้องเรียนผ่านศูนย์บริการฯ แบ่งเป็นเรื่องหลักๆ ได้แก่ 1.ปัญหาที่แก้ไขได้ในช่วงเวลาสั้นคือปัญหาทั่วไปที่มีกฎระเบียบรองรับอ้างอิงได้ 2.ปัญหาที่มีความยุ่งยากซับซ้อนทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศซึ่งต้องให้ความสำคัญกับศูนย์ดำรงธรรมในการเชื่อมโยงข้อมูลในการแก้ไขปัญหา 3.ปัญหาที่มีความสลับซ้ำซ้อนซึ่งต้องใช้เวลาม.ล.ปนัดดา กล่าวถึงการที่ประชาชนจากต่างจังหวัดเดินทางมาร้องเรียนกับศูนย์บริการฯ ของสปน.มากขึ้นซึ่งอาจทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาซ้ำซ้อนกับศูนย์ดำรงธรรม ว่า ตนไม่อยากให้เดินทางเข้ามาเพราะต้องการให้ศูนย์ดำรงธรรมทั่วประชาชนนำต้นแบบของศูนย์บริการฯ ไปปรับใช้มากกว่า ส่วนหลักเกณฑ์ในการประเมินผลจะใช้เวลา 1 เดือนในการประเมิน โดยมีการชี้วัดในรูปแบบการวัดความพึงพอใจ
ด้าน พล.อ ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นการบูรณาการให้การทำงานมีความรวดเร็วและประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่สปน.อาจไม่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาโดยตรง ดังนั้นการให้เจ้าหน้าที่แต่ละกระทรวงมาประจำนั้น เป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด เพื่อลดขั้นตอนในการทำงาน และง่ายต่อการติดตามงาน







