posttoday
ชำแหละที่มา...36กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ

ชำแหละที่มา...36กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ

23 ตุลาคม 2557

กรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ถือเป็นแม่น้ำสายสุดท้ายใน 5 สายที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) วางกลไกมาร่วมปฏิรูปประเทศ ท่ามกลางการจับตาของสังคมว่า 36 คน ที่จะมารับหน้าที่สำคัญอย่างการร่างกฎหมายสูงสุดของประเทศนี้จะเป็นใคร

กรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ถือเป็นแม่น้ำสายสุดท้ายใน 5 สายที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) วางกลไกมาร่วมปฏิรูปประเทศ ท่ามกลางการจับตาของสังคมว่า 36 คน ที่จะมารับหน้าที่สำคัญอย่างการร่างกฎหมายสูงสุดของประเทศนี้จะเป็นใคร

รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 กำหนดที่มาที่ไปของ กมธ.ทั้ง 36 คนไว้ชัดเจน เริ่มตั้งแต่ตำแหน่งประธาน กมธ. ซึ่ง คสช.เป็นผู้คัดเลือกโดยตรง เวลานี้ชัดเจนแล้วว่า บวรศักดิ์ อุวรรณโณ กุนซือใหญ่ของ คสช. ที่คร่ำหวอดในแวดวง และมีส่วนในการทำกฎหมายสำคัญมาหลายสมัย จะเข้ามารับหน้าที่สำคัญตรงนี้

สำหรับ กมธ. 35 คน ประกอบด้วยสัดส่วนจากตัวแทน คสช. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างละ 5 คน และจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) 20 คน ซึ่งเวลานี้ยังอยู่ในช่วงฝุ่นตลบ มีทั้งผู้ที่ถูกทาบทาม และผู้แสดงความจำนงจากหลายส่วน

ทั้งนี้ สัดส่วน ครม.และ คสช.ยังอาจคาบเกี่ยวกับอยู่ในรายชื่อว่าจะให้ใครเข้ามานั่งทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยจะใช้โอกาสประชุมร่วมกันของ ครม.และ คสช.นัดที่สอง ซึ่งกำหนดไว้เดิมวันที่ 4 พ.ย. มาหารือและเคาะรายชื่อจากสัดส่วนทั้ง ครม.และ คสช.

ล่าสุดมีชื่อแคนดิเดตหลายคนที่คาดว่าจะถูกเสนอชื่อในสัดส่วนของ คสช.และ ครม.แล้ว อาทิ สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มธ. พรชัย ตระกูลวรานนท์ รองอธิการบดี มธ. บรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) สมบูรณ์ สุขสำราญ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มานิตย์ จุมปา อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ และเจษฎ์ โทณะวณิก คณบดีคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

นอกจากนี้ยังมีชื่อของ ประสพสุข บุญเดช อดีตประธานวุฒิสภา อัชพร จารุจินดา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ชูเกียรติ รัตนชัยชาญ สมาชิก สนช. สมคิด เลิศไพฑูรย์ สมาชิก สนช. และปรีชา วัชราภัย สมาชิก สนช.

อย่างไรก็ตาม ประสพสุขระบุว่ายังไม่ได้รับการติดต่อทาบทามมารับหน้าที่นี้ แต่ส่วนตัวคงต้องปฏิเสธเพราะติดภารกิจไม่มีเวลา คล้ายกับปรีชาซึ่งระบุว่าหากมีการติดต่อมาจริงคงต้องปฏิเสธ เพราะปัจจุบันแค่งาน สนช. ซึ่งรับหน้าที่เป็น กมธ.ถึง 5 คณะ ส่วนชูเกียรติระบุว่ายังไม่ได้รับการติดต่อให้มารับตำแหน่ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จึงไม่อยากแสดงความคิดเห็นอะไรมาก แต่ส่วนตัวเห็นว่าหลักการการร่างรัฐธรรมนูญจะต้องฟังความเห็นจาก สปช. เป็นตัวตั้ง กมธ.จะเป็นผู้เรียบเรียงในรายละเอียด

ด้านสัดส่วนจาก สนช.เวลานี้ได้ประกาศเปิดให้สมาชิก สนช. ที่ประสงค์จะทำหน้าที่ลงรายชื่อเพื่อที่จะพิจารณาคัดเลือกให้เหลือ 5 คน ในวันที่ 30 ต.ค.นี้ โดยเบื้องต้นปรากฏชื่อทั้ง กล้านรงค์ จันทิก วัลลภ ตังคณานุรักษ์ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ฯลฯ

สำหรับสัดส่วน สปช. ซึ่งมีจำนวนมากที่สุดถึง 20 คนนั้น เทียนฉาย กีระนันทน์ ว่าที่ประธาน สปช. เปิดเผยภายหลังประชุมวิป สปช.ชั่วคราวว่า ที่ประชุมมีมติกำหนดสัดส่วนให้เป็น สปช. 15 คน และมาจากบุคคลนอก 5 คน

ในส่วนแรกคนในให้ สปช. 11 ด้าน และ 4 ภาค ไปประชุมเพื่อพิจารณาเสนอชื่อบุคคลเข้ามาเป็น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งแต่ละสาขาสามารถเสนอชื่อได้มากกว่า 1 คน และส่วนคนนอกให้วิป สปช. เป็นผู้พิจารณารายชื่อบุคคลที่เหมาะสม จากนั้นในวันที่ 28 ต.ค. จะมีการประชุม สปช. เพื่อลงมติรับรองรายชื่อทั้งสองส่วน

“คนนอกทั้งห้าคนจะต้องมีคุณสมบัติไม่ซ้ำซ้อนกับตัวแทน สปช. ทั้งสิบห้าคน ซึ่งคนที่เข้ามาอาจไม่จำเป็นต้องเป็นนักกฎหมาย หรือผู้ที่เคยยกร่างรัฐธรรมนูญมาก่อน แต่อาจใช้ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายมาช่วย โดยไม่ต้องเป็น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญก็ได้ และยืนยันว่าบุคคลที่จะเข้ามาคงไม่ได้เป็นคนกลุ่มสีหรือขั้วการเมือง เพราะผมเชื่อว่าขณะนี้ไม่มีแล้ว มีแต่กลุ่มที่มีความเห็นหลากหลายเข้ามาร่วมทำงานครั้งนี้” เทียนฉาย ระบุ

ทั้งนี้ กรอบระยะเวลาในการจัดทำรัฐธรรมนูญเริ่มตั้งแต่ 15 วัน หลังประชุม สปช. นัดแรกจะต้องมีการตั้งประธานและ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญรวม 36 คน จากนั้น สปช.จะต้องจัดทำข้อเสนอแนะต่อ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ภายใน 60 วัน จากนั้น กมธ.จะต้องยกร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 120 วันนับจากวันที่ได้รับข้อเสนอ

หลังจากยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วต้องเสนอไปสองด้าน หนึ่ง ให้ประธาน สปช. เพื่อประชุม สปช.พิจารณาให้ความเห็นภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญ หาก สปช.มีการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมต้องทำภายใน 30 วันนับจากวันประชุม อีกด้านหนึ่งส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ คสช.และ ครม.เปิดช่องให้นำคำขอแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายใน 30 วัน

กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญมีกรอบพิจารณาแก้ไข 60 วัน นับแต่ยื่นคำขอเพิ่มเติม จากนั้นส่งกลับไปยัง สปช. ซึ่งจะลงมติเห็นชอบหรือไม่ภายใน 15 วัน หากเห็นชอบให้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายภายใน 30 วัน หากไม่เห็นชอบให้ร่างรัฐธรรมนูญตกไป และ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง ก็ให้ตั้งชุดใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI