
ตีโจทย์ให้แตก
หากการปฏิรูปการเมืองเที่ยวนี้ไม่ประสบความสำเร็จจะเป็นการสร้างความขัดแย้งรอบใหม่ขึ้นอีกครั้งดังนั้น กระบวนการกำหนดกรอบการยกร่างทั้งประเด็นการปฏิรูป 11 ด้าน และการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะชี้วัดว่าสังคมไทยจะหลุดพ้นจากความขัดแย้งหรือไม่
หากการปฏิรูปการเมืองเที่ยวนี้ไม่ประสบความสำเร็จจะเป็นการสร้างความขัดแย้งรอบใหม่ขึ้นอีกครั้งดังนั้น กระบวนการกำหนดกรอบการยกร่างทั้งประเด็นการปฏิรูป 11 ด้าน และการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะชี้วัดว่าสังคมไทยจะหลุดพ้นจากความขัดแย้งหรือไม่
เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่าสังคมไทยมีความคาดหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งใหญ่ ดังนั้นผู้ที่มีบทบาทในกระบวนการเหล่านี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้การปฏิรูปการเมืองประสบความสำเร็จ
ผลพวงจากการชะลอวาระการพิจารณาการถอดถอนอดีตประธานรัฐสภาและอดีตประธานวุฒิสภาของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เกิดคำถามอย่างมีนัยว่า กลไกการขับเคลื่อนประเทศเริ่มมีปัญหา
ผลพวงจากเรื่องนี้ทำให้เกิดความเคลือบแคลงว่าอาจจะมีการซูเอี๋ยทางการเมืองเพื่อการสืบทอดอำนาจหรือมีเหตุปัจจัยอื่นที่ไม่ชอบมาพากลหรือไม่
ดังนั้น เพื่อให้เจตนารมณ์ของประชาชนบรรลุเป้าหมาย นั่นคือนำประเทศออกจากความขัดแย้ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จจะต้องไม่ละเลยเจตนารมณ์ดังกล่าว แต่ต้องใช้เครื่องมือที่มีอยู่เดินหน้าตั้งไข่ประเด็นการปฏิรูปการเมืองให้เกิดขึ้นให้ได้ภายในระยะเวลา 1 ปี
ไม่เช่นนั้นนอกจากจะสร้างปัญหาใหม่แล้วยังจะมีเรื่องให้ตามล้างตามเช็ดอีกมาก เป็นต้นว่า หากรัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ ปัญหาอื่นๆ ที่รอปะทุก็พร้อมจะประเดประดังถาโถมใส่รัฐบาล
หากกระบวนการปฏิรูปไม่โปร่งใส มีการตั้งธงพิมพ์เขียวที่ไม่สอดคล้องความต้องการของสังคมส่วนใหญ่ โอกาสที่ความขัดแย้งซึ่งหลบซ่อนตัวอยู่จะประทุขึ้นอีกก็เป็นไปได้สูง
เราจึงเห็นว่า เพื่อไม่ให้การเมืองไทยต้องวนอยู่ในอ่างและหาทางออกไม่เจอ คณะ คสช.จะต้องเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของประชาชนแต่ละภาคส่วนให้ทั่วถึงและต่อเนื่อง เพราะความขัดแย้งทางการเมืองของบ้านเรามีมาอย่างยาวนาน และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ไม่มีสูตรสำเร็จในการแก้ปัญหา
หากประสงค์จะให้สังคมไทยเดินหน้าต่อไปได้ และพอจะมองเห็นอนาคตที่ดีร่วมกัน พื้นฐานสำคัญคือจะทำอย่างไรให้คนส่วนใหญ่ยอมรับกติกาใหม่ที่จะนำมาใช้เป็นเครื่องมือออกจากกับดักในอดีต
หากเลือกใช้แต่วิธีการปิดกั้นและชี้นำสถานเดียว คสช.ก็จะเป็นเพียงบุคคลคณะหนึ่งเช่นเดียวกับหลายคณะในอดีตที่อ้างความชอบธรรมมาตัดสินปัญหา แต่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา







