
พิมพ์เขียว 7 ข้อ ปฏิรูปการศึกษาไทย
การปฏิรูปการศึกษาเป็นประเด็นที่รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญ และเป็นหนึ่งเฟรมเวิร์กหลักในการปฏิรูป
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
การปฏิรูปการศึกษาเป็นประเด็นที่รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญ และเป็นหนึ่งเฟรมเวิร์กหลักในการปฏิรูป ซึ่งจัดทำโดย “คณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ” โดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
ข้อเสนอในการปฏิรูปการศึกษาของคณะทำงานที่คลอดออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ ให้ความเห็นว่า หน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ยังทำงานไม่สอดคล้องกับภารกิจและไม่เป็นเอกภาพ รวมถึงการกระจายโอกาสทางการศึกษายังไม่เป็นธรรมและทั่วถึง ทำให้ไม่สอดคล้องกับทิศทางความต้องการของตลาดแรงงาน
ทั้งนี้ คณะทำงานจัดทำข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาไว้ 7 เรื่องคือ 1.ปรับระบบโครงสร้างและการบริหารจัดการของ ศธ. โดยเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนเข้าไปมีส่วนกำหนดนโยบาย อาทิ โอนถ่ายสถานศึกษาไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดูแลในลักษณะของการจัดการศึกษาร่วมกัน แยกการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ให้เป็นอิสระ และมีชื่อว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาตลอดชีวิต เพื่อให้กำหนดนโยบายบริหารได้ด้วยตนเอง
นอกจากนี้ ยังเสนอให้เปลี่ยนสำนักพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา (สคบศ.) ให้เป็นองค์กรมหาชน เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการอบรมบุคลากรทางการศึกษา แยกการศึกษาระดับมัธยมศึกษาออกมาจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นคณะกรรมการศึกษามัธยมศึกษา เพื่อให้มีรูปแบบการบริหารจัดการที่เหมาะสมในระดับมัธยมศึกษา ส่วนด้านงบประมาณต้องเปลี่ยนการกำหนดงบในพื้นที่ที่สอดคล้องกับจำนวนนักเรียน บุคลากร และหลักสูตร รวมถึงการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบที่ล้าสมัยด้วย
2.ปฏิรูปหลักสูตรการเรียนการสอน ด้วยการให้ สพฐ.กำหนดหลักสูตรและสาระการเรียนรู้ระดับสากลและระดับชาติในแต่ละชั้นปี เน้นการศึกษานอกห้องเรียนให้มาก
3.การปฏิรูปด้านสถานศึกษา ให้มหาวิทยาลัยทำหน้าที่พี่เลี้ยงโรงเรียนเพื่อส่งเสริมศักยภาพ ขณะที่ชุมชนต้องเข้ามีส่วนร่วมการจัดการให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชนและแก้ปัญหาโรงเรียนกวดวิชาด้วยการจำกัดและเข้มงวดการออกใบอนุญาตโรงเรียนสอนพิเศษ
4.ปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เปิดโอกาสบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในหลากหลายสาขาวิชาชีพเข้ามาเป็นครู ลดภาระงานของครูที่นอกเหนือจากการสอน พร้อมกับทบทวนวิธีการประเมินวิทยฐานะโดยสะท้อนถึงผลลัพธ์ที่นักเรียน และให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนากำกับดูแลและประเมินครู
5.จัดทำระบบติดตามผู้สำเร็จการศึกษาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อสร้างฐานข้อมูลสำหรับวางแผนการพัฒนา ส่งเสริม และกำหนดปริมาณผู้สำเร็จการศึกษาที่เหมาะสม รัฐบาลและหน่วยที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งปรับลดสัดส่วนของการศึกษาระหว่างสายสามัญกับสายอาชีพให้เป็นไปตามเป้าหมาย
6.โอกาสทางการศึกษา เน้นกระจายโอกาสทางการศึกษาที่มีมาตรฐานกับทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง ได้แก่ กลุ่มผู้พิการ กลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษ ซึ่งจะต้องจัดการศึกษาให้เหมาะสมเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน กลุ่มของชนชาติต่างๆ และเรื่องของการจัดระบบการศึกษาให้เด็กต่างด้าว อีกทั้งรัฐบาลจะต้องอุดหนุนโดยเฉพาะโรงเรียนเล็กในชนบท รวมทั้งต้องมีทุนค่าใช้จ่าย ด้านอื่นๆ ที่ไม่ใช่ค่าเล่าเรียนกับคนยากจนด้วย
และ 7.ด้านการวิจัยและพัฒนา รัฐต้องให้งบประมาณเพื่อส่งเสริมระบบการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นฐานแห่งการพัฒนาเศรษฐกิจ







