
คอมมานโดคุม"ณัฐวุฒิ" ขึ้นศาล
คอมมานโด คุม"ณัฐวุฒิ" ขึ้นศาลนัดสืบพยานโจทย์ คดีดักฟังโทรศัพท์และนำไปเปิดบนเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง "จตุพร"ซัดดีเอสไอ 2 มาตรฐาน
คอมมานโด คุม"ณัฐวุฒิ" ขึ้นศาลนัดสืบพยานโจทย์ คดีดักฟังโทรศัพท์และนำไปเปิดบนเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง "จตุพร"ซัดดีเอสไอ 2 มาตรฐาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 4 มิถุนายน เฮลิคอปเตอร์จากกองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ได้ควบคุมตัว นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.ผู้ต้องหาตามหมายจับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาจอดลงที่สนามฟุตบอล บก.ป.กองบังคับการปราบปราม โดยมีกำลังตำรวจคอมมานโด นำตัวนายณัฐวุฒิ เดินทางต่อไปยังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อร่วมฟังการสืบพยานโจทก์ คดีที่นายณัฐวุฒิ ตกเป็นจำเลยร่วมกับนายจักรภพ เพ็ญแข และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ในความผิดฐานรวมกันดัก รับไว้ใช้ประโยชน์ หรือเปิดเผยข้อความข่าวสาร ร่วมกันดักรับฟังใช้ประโยชน์ หรือเปิดเผยข้อความที่มีการติดต่อทางโทรศัพท์
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างที่เฮลิคอปเตอร์ ลงจอดที่สนามฟุตบอลดังกล่าว ได้มีรถวิทยุสายตรวจ บก.ป.มาจอดรอรับตัวนายณัฐวุฒิ ที่บริเวณข้างสนาม ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตุว่า นายณัฐวุฒิ มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ได้เคร่งเครียดหรือมีอาการวิตกกังวลแต่อย่างใด ส่วนระหว่างการเดินทางไปศาลอาญา ตลอดทางมีกำลังคอมมานโด คอยดูแลความเรียบร้อยตลอดเส้นทาง รวมทั้งมีกำลังคอมมานโด อีก 1 กองร้อย ดูแลความปลอดภัยที่บริเวณศาลอาญา อีกด้วย
อย่างไรก็ตามคดีนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2550 นายณัฐวุฒิ นายจักรภพ เพ็ญแข และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ตกเป็นจำเลยคดีร่วมกันนำข้อความ ถ้อยคำสนทนาที่มีการติดต่อกันทางโทรศัพท์ อันเป็นการสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่ง พล.ต.ต.พีระพันธุ์ เปรมภูติ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ติดต่อสนทนากับ นายวิรัช ชินวินิชกุล อดีตเลขานุการศาลฎีกา นายไพโรจน์ นวานุช ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ประจำสำนักประธานศาลฎีกา ไปเปิดบนเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง
ขณะที่ นายจตุพร กล่าวระหว่างเดินทางมาถึงศาลอาญา ถึงการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ว่ามีความเป็น 2 มาตรฐาน ซึ่งขณะนี้ นายจตุพร และนายณัฐวุฒิ อยู่ภายในห้องพิจารณาคดีแล้ว ส่วน นายจักรภพ เพ็ญแข จำเลยที่ 1 หลบหนีในระหว่างการพิจารณาคดี ศาลจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดี เฉพาะนายจักรภพ ออกไปก่อน







