
การเมืองการอภิปรายของสส.ที่ผ่านไปและผ่านไป
...ไชยันต์ ไชยพร
คนบ่นกันมากหลังได้ฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจไป แต่บางคนก็คิดว่า มันไม่ได้ต่างจากที่ผ่านมาเท่าไรนัก แต่สำหรับ สส.บางคน การอภิปรายในสภาของเขาดูจะไม่ต่างจากการปราศรัยปลุกระดมในการชุมนุมประท้วงบนท้องถนนหรือการแสดงโชว์อะไรบางอย่าง
ที่คนบ่นกันมาก อาจเป็นได้ว่า พวกเขามี
“ความคาดหวังที่สูงขึ้น” ต่อบรรดาผู้ทรงเกียรติสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หวังให้ สส.อภิปรายนำเสนอข้อเท็จจริง วิพากษ์อย่างมีเหตุผล มีทิศทางอุดมการณ์ทางการเมืองที่จะนำไปสู่การแก้ไขวิกฤตชาติที่ดำรงอยู่ ทั้งการพัฒนาให้บ้านเมืองก้าวไปข้างหน้า ความคาดหวังทำให้ “การอภิปรายอย่างที่เคยเป็นมา” เป็นสิ่งที่รับไม่ได้อีกต่อไปถ้าเป็นเพราะสาเหตุดังกล่าว ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับพัฒนาการทางการเมืองของไทย เพราะนั่นหมายความว่า มีคนที่พัฒนาทัศนะการรับรู้ทางการเมืองไปไกลกว่าของ สส.บางคน และก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อถึงคราวเลือกตั้งครั้งต่อไป เขาเหล่านี้จะใช้สิทธิในการเลือกตั้งอย่างมีคุณภาพ แม้ว่าจะเป็นส่วนน้อย แต่เชื่อว่า น่าจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ในการเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไป แต่กระนั้นก็ไม่มีทางจะเป็นคนส่วนใหญ่ของสังคมได้อยู่ดี
ในขณะที่มีคนอีกพวกหนึ่งที่แม้ว่าจะรู้อยู่แก่ใจว่า สส.บางคนอภิปรายไม่ตรงประเด็น ไม่พยายามอยู่ในกรอบของข้อเท็จจริง แต่มีลีลาที่สามารถสร้าง
“ความมันสะใจ” ในการอภิปราย พวกเขาก็จะชอบ สส.ที่อภิปรายในแนวนี้มากกว่าสส.ที่อภิปรายตรงประเด็น อยู่ในกรอบข้อเท็จจริง แต่ไม่มันสะใจ พวกนี้เข้าข่ายอย่างที่จอร์วานนี ซาร์ตอรี (Giovanni Sartori) ศาสตราจารย์ทางรัฐศาสตร์เห็นว่าเป็นพวกที่ไม่สามารถทนดูและฟังการพูดหรืออภิปรายที่มีเนื้อหาสาระหนักๆ ได้นานๆ เพราะจะรู้สึกเบื่อหน่าย อยากเปลี่ยนไปดูรายการอื่น ซึ่งแตกต่างจากคนอีกพวกหนึ่งที่สามารถมีสมาธิสนใจดูและฟังการอภิปรายที่มีสาระเนื้อหาหนักๆ ได้นานๆรายการโทรทัศน์ (รวมทั้งวิทยุ) ที่มีเนื้อหาสาระจริงๆ จังๆ นี้ ซาร์ตอรีเรียกว่า
“โทรทัศน์ของชนชั้นนำ” (Elite Television) ส่วนรายการที่ต้องสอดแทรกความมันสนุกสนานบันเทิงอยู่ตลอดเวลานั้นคือ “โทรทัศน์หรือรายการมวลชน” (Mass Television)เมื่อถามว่า รายการอย่าง
“การถ่ายทอดการอภิปรายไม่ไว้วางใจของสภาผู้แทนราษฎร” เข้าข่ายรายการโทรทัศน์แบบไหน คำตอบคือ ก็ควรจะเข้าข่ายรายการที่มีสาระเนื้อหาจริงจังหนักๆ เพราะหากเรื่องของการตัดสินชะตากรรมของชาติบ้านเมืองโดยผู้แทนราษฎรไม่ใช่เรื่องที่มีสาระเนื้อหาจริงจังหนักๆ แล้ว ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรเหมือนกัน ดังนั้น การถ่ายทอดการอภิปรายของสภาจึงเป็นรายการที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้เฝ้าดูติดตามอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว จะติดตามก็เฉพาะในกรณีที่จะมีการอภิปรายและตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ ที่ส่งผลกระทบเปลี่ยนแปลงต่อสาธารณะ คนอเมริกันหรืออังกฤษโดยส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เฝ้าดูการถ่ายทอดการอภิปรายอย่างต่อเนื่องทุกครั้ง แต่จะดูเฉพาะกรณีสำคัญๆ เท่านั้นแต่สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจของ สส.บ้านเราที่เพิ่งผ่านไปนี้ ดูเหมือนว่า สส.ส่วนหนึ่งทำให้การอภิปรายมุ่งปลุกเร้าอารมณ์ความมันสะใจมากกว่าจะให้ความรู้ แนวคิดวิเคราะห์อันนำไปสู่ความเห็นหรือการตัดสินใจทางการเมืองที่มีคุณภาพ นั่นคือ พยายามทำให้รายการการถ่ายทอดการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็น
“โทรทัศน์ของมวลชน” (Mass Television) ไปเสียอีกนัยหนึ่งคือ สส.เหล่านี้อภิปรายใน
“แนว” ที่มวลชนชอบ มากกว่าที่จะอภิปรายเพื่อยกระดับมวลชนให้มีคุณภาพมากขึ้น นั่นคือ มวลชนเป็นอย่างไร ก็ตอกย้ำให้เป็นอย่างนั้นตลอดไป เพราะถ้ามวลชนฉลาดขึ้น สส.เหล่านี้ก็คงตกงานแน่นอนที่จริง สส.แบบนี้น่าจะมีหัวคิดสักหน่อยว่า รายการประเภทสนุกสนานบันเทิงหรือสาระน้อยละครประเภทตบจูบ/ปล้ำร่วมเพศหลังข่าวนั้นมีอยู่ดาษดื่นแทบทั้งวันทั้งคืนอยู่แล้วตามสถานีที่ไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิกหรือซื้อจานดาวเทียมมาติด ส่วนการถ่ายทอดการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น นานๆ มันจะมีสักที ก็ควรจะอภิปรายเพื่อยกระดับความรู้ความคิดของประชาชน แต่ก็กลับทำให้มันเป็นรายการแบบเมามันในอารมณ์ไปเสีย และจะว่าไปแล้ว ก็รวมทั้งตัวประธานสภาด้วย ที่ชอบตอบโต้วิจารณ์เหน็บแนมกระแหนะกระแหนอย่างไม่สร้างสรรค์ทางการเมือง และมีอคติทางเพศอย่างไม่สะทกสะท้าน แต่นั่นก็ทำให้คนดูจำนวนไม่น้อยหัวเราะหึๆ ได้
เจมส์ เมดิสัน ผู้เป็นหนึ่งในบิดาผู้สร้างชาติ มีบทบาทสำคัญในการร่างรัฐธรรมนูญและเป็นประธานาธิบดีคนที่สี่ของสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวถึงผู้แทนราษฎรที่ดีว่า ผู้แทนคือผู้ที่ต้องมีวิสัยทัศน์ มีปัญญามากกว่าชาวบ้าน ทำหน้าที่กลั่นกรองข้อเรียกร้องของประชาชนให้สอดคล้องกับผลประโยชน์สาธารณะที่แท้จริง ไม่ใช่สักแต่รับข้อเรียกร้องของประชาชน โดยไม่พิจารณาให้ดีเสียก่อน ไม่ใช่สักแต่ให้ได้คะแนนนิยม ต้องมีความกล้าหาญ มีจริยธรรมซื่อสัตย์ต่อบทบาทหน้าที่ในการรักษาผลประโยชน์สาธารณะ กล้าทวนกระแสประชาชนของตนในบางครั้งและต้องเป็นผู้ให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนด้วย
แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา สส.บางคนทำให้สภาอันทรงเกียรติกลายเป็นสภาโจ๊ก คนดูบางคนหัวเราะแต่ก็ต้องรันทดในเวลาต่อมา เพราะแรกๆ ดูคล้ายกับดารานักแสดงมาเล่นบท สส. วาดลวดลายอย่างเมามันสะใจในอารมณ์ แต่ต่อมาก็ต้องหดหู่ใจยามที่นึกได้ว่า มันดันเป็น สส.จริงๆ







