
ตลาดทองซบ
เห็นทีจะเป็นปีไม่ทองสำหรับทองคำจริงๆ ครับ เพราะราคาในตลาดโลกนั้นตกฮวบๆ หลังจากที่หลุดระดับ 1,200 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ไปแล้ว ราคาก็ยังร่วงไม่หยุด ล่าสุดเมื่อวานนี้ในการซื้อขายที่ตลาดสิงคโปร์ ราคาทองคำร่วงลงไปอีก 0.7% ไปแตะที่ระดับ 1,183.24 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ซึ่งเป็นราคาต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.ปีที่แล้วทีเดียว โดยในขณะนั้นราคาอยู่ที่ 1,188.64 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์
เห็นทีจะเป็นปีไม่ทองสำหรับทองคำจริงๆ ครับ เพราะราคาในตลาดโลกนั้นตกฮวบๆ หลังจากที่หลุดระดับ 1,200 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ไปแล้ว ราคาก็ยังร่วงไม่หยุด ล่าสุดเมื่อวานนี้ในการซื้อขายที่ตลาดสิงคโปร์ ราคาทองคำร่วงลงไปอีก 0.7% ไปแตะที่ระดับ 1,183.24 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ซึ่งเป็นราคาต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.ปีที่แล้วทีเดียว โดยในขณะนั้นราคาอยู่ที่ 1,188.64 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์
เรียกได้ว่าสภาวะเศรษฐกิจโลกนั้นไม่เอื้อต่อทองคำอย่างแท้จริงในปีนี้ เพราะมีปัจจัยลบสำคัญๆ ที่ทำให้นักลงทุนเมินราคาทองคำ
ประการแรก ธนาคารกลางสหรัฐใกล้ที่จะยุติโครงการคิวอีอยู่รอมร่อ ซึ่งคาดว่ามาตรการพิมพ์แบงก์หว่านตลาดเงินดังกล่าวของเฟดจะสิ้นสุดในราวปลายเดือนนี้ ซึ่งแน่นอนว่าการสิ้นสุดของคิวอีจะยิ่งทำให้ปริมาณเงินในตลาดลดลง ความวิตกกังวลต่อเงินเฟ้อก็ยิ่งลดลงครับ ทองคำจึงไม่ใช่ทางเลือกของนักลงทุน
ประการที่สอง ภาวะเงินฝืดกำลังเป็นภัยเสี่ยงทั่วโลกแม้กระทั่งในสหรัฐเอง ระดับเงินเฟ้อก็ไม่น่ากลัวนัก ดังนั้นนักลงทุนจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเข้าลงทุนในตลาดทองคำนัก
ประการที่สาม ยุคนี้กำลังจะกลายเป็นยุคแห่งดอกเบี้ยขาขึ้นทั่วโลก นำโดยสหรัฐ ซึ่งคาดว่าราวๆ กลางปีหน้าอาจจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างแน่นอน และจะทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกปรับดอกเบี้ยขึ้นไปด้วย
ภาวะเช่นนี้ยิ่งจะทำให้ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเงินเฟ้อนั้นลดลงมากขึ้นไปอีก ดังนั้นทองคำจึงไม่ใช่แหล่งลงทุนสำหรับนักลงทุนในระยะนี้อย่างแน่นอนที่สุดครับ
ทั้งนี้ เหตุผลหลักๆ ที่จะทำให้นักลงทุนกลับเข้าไปในตลาดทองคำก็คือสภาวะความวิตกกังวลที่จะเกิดเงินเฟ้อขึ้น และปริมาณเงินในตลาดนั้นมีมากจนล้น นักลงทุนถึงจะเลือกเข้าไปในตลาดทองคำซึ่งเป็นตลาดที่มีความปลอดภัยกว่า
แต่ทว่าสภาพเศรษฐกิจของโลกในปีนี้และปีหน้าก็คาดว่าจะไม่เอื้อต่อการลงทุนในตลาดทองคำอีกเช่นกัน เนื่องจากการค้าในโลกยังอยู่ในช่วงไม่คล่องตัวนัก และปีหน้ายังจะเป็นปีที่เห็นการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ
นอกเหนือจากที่หลายเขตเศรษฐกิจเผชิญหน้ากับภาวะเงินฝืดอย่างเช่นในยุโรป ขณะที่ตลาดจีนหนึ่งในผู้บริโภคทองคำชาติสำคัญก็ยังอยู่ในช่วงภาวะชะลอตัว
ตลาดทองคำจึงซบเซาอย่างที่เห็น และอาจจะซบเซาไปถึงปีหน้าด้วยซ้ำครับ







