
ราชภัฏสวนสุนันทาลงดาบ38นศ.ใช้น้ำตาเทียนหยดใส่รุ่นน้อง
อธิการบดีมรภ.สวนสุนันทาสั่งฟัน38น.ศ.ใช้น้ำตาเทียนหยดใส่รุ่นน้อง ลั่นขอให้เป็นครั้งสุดท้าย
อธิการบดีมรภ.สวนสุนันทาสั่งฟัน38น.ศ.ใช้น้ำตาเทียนหยดใส่รุ่นน้อง ลั่นขอให้เป็นครั้งสุดท้าย
เมื่อวันที่ 6 ต.ค.รศ.ดร.ฤาเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา (มร.สส.) แถลงผลการสอบสวนกรณีนักศึกษาสาขาเทคโนโลยีการพิมพ์ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ปี 2 จัดกิจกรรมรับน้องใหม่ด้วยการใช้น้ำตาเทียนหยดบริเวณแขนนักศึกษารุ่นน้องปี 1 จนทำให้เกิดบาดแผลผุพองดังที่ปรากฎเป็นข่าวครึกโครม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
โดยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและสอบวินัยทั้งคณบดี อาจารย์ และนักศึกษาจำนวน 43 คน พบว่า มีนักศึกษา 5 คนไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว จึงเหลือนักศึกษาที่ถูกสอบสวนทั้งหมด 38 คน คณะกรรมการเห็นว่านักศึกษากลุ่มดังกล่าวอายุไม่ถึง 20 ปี เป็นบุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ทั้งยังได้รับสารภาพ และผู้ถูกกระทำก็ไม่ได้ติดใจเอาความ ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรม และเป็นการให้โอกาสผู้กล่าวหา จึงเห็นสมควรลดหย่อนโทษ โดยมีมติพิจารณาลงโทษนักศึกษาในความผิดวินัยไม่ร้ายแรงดังนี้ ว่ากล่าวตักเตือนด้วยวาจาและลายลักษณ์อักษร 23 คน ภาคทัณฑ์ 10 คน และตัดคะแนนความประพฤติกรรม 50 คะแนน จำนวน 5 คน
"ผลการสอบสวนพบว่า รุ่นพี่ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายรุ่นน้อง ทั้งไม่ได้มีการเตรียมการล่วงหน้า และไม่ได้อาฆาตรุ่นน้อง แต่เหตุการณ์นี้เกิดจากความผลั้งพลาดและความคึกคะนอง แต่ด้วยความเป็นครูก็ได้ให้อภัย ที่ผ่านมาสังคมมีคำถามมาก ว่าทำไมเราไม่มีการลงโทษเด็กให้รุนแรงหรือไล่ออกเลย ซึ่งผมอยากให้มองย้อนกลับในฐานะที่เป็นพ่อแม่ ถ้าพี่น้องในบ้านทะเลาะกัน พ่อแม่ก็คงไม่ไล่พี่คนโตออกจากบ้าน แต่เราต้องแก้ปัญหา ซึ่งผมรับปากจะดูแลเรื่องนี้ให้ดีที่สุดและจะให้ เหตุการณ์นี้จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ซึ่งต่อจากนี้มหาวิทยาลัยรวมทั้งนักศึกษาทุกคนก็จะมุ่งจัดกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ที่สร้างสรรค์แก่สังคมต่อไป"รศ.ดร.ฤาเดช กล่าว
ทั้งนี้ ในส่วนของการสอบสวนอาจารย์ผู้ดูแลกิจกรรมรับน้องพบว่า ไม่ได้ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นหลังอาจารย์ทำบายศรีสู่ขวัญนักศึกษาเรียบร้อยแล้ว และมีเมื่อเกิดเหตุขึ้นก็ได้สั่งระงับทันที
ด้าน ผศ.ดร.ชนนาถ มีนะนันท์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัยนักศึกษา เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องมาตรการป้องกันนั้น การใช้คำสั่งห้ามการรับน้องคงไม่เพียงพอ แม้จะห้ามไม่ให้รับน้องภายในสถานที่ เด็กก็อาจหนีไปรับน้องที่อื่นได้ เท่าที่สอบถามจะพบว่าเด็กสายช่างจะมีวิธีการรับน้องที่ไม่เหมือนสาขาอื่น ดังนั้นจะมีการวิจัยเชิงลึกและหารือร่วมกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่เปิดสอนสายช่าง เพื่อหารากฐานของปัญหาและแก้ไขปัญหาให้ถูกจุด
อย่างไรก็ตาม หลังจากการแถลงผลการพิจารณาโทษดังกล่าว รศ.ดร.ปรุงศักดิ์ อัตพุฒ คณบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและตัวแทนนักศึกษารุ่นพี่ที่จัดกิจกรรม ได้นำพานธูปเทียนแพ ขอขมามหาวิทยาลัยที่ทำให้มหาวิทยาลัยเสียภาพลักษณ์ และขอขมาสังคมที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น







