
รวบแก๊ง "419 Scam"อ้างเป็นหมอเมืองผู้ดีลวงเหยื่อโอนเงิน
กองปราบ จับแก๊ง "419 Scam" นักต้มตุ๋นระดับโลก สัญชาติไนจีเรีย อ้างเป็นหมอชาวอังกฤษ ประจำยูเอ็น ลวงเหยื่อโอนเงินเสียหายจำนวนมาก
กองปราบ จับแก๊ง "419 Scam" นักต้มตุ๋นระดับโลก สัญชาติไนจีเรีย อ้างเป็นหมอชาวอังกฤษ ประจำยูเอ็น ลวงเหยื่อโอนเงินเสียหายจำนวนมาก
พ.ต.อ.ชัยทัต บุญขำ รักษาราชการแทน ผู้บังคับการกองปราบปราม เปิดเผยว่า ตำรวจกองกำกับการ 2 กองปราบปราม ได้จับกุม นายออนเยคาชี นาทาเนียล อมาดิ (Mr.Onyekachi Nathaniel Amadi) อายุ 37 ปี สัญชาติไนจีเรีย สมาชิกแก๊ง 419 Scam ซึ่งเป็นแก๊งต้มตุ๋นระดับโลก พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และบัตรประจำตัวพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในชื่อ นายจอห์น เฟดดี้ (Mr.John Feddy) ทั้งนี้เป็นการจับกุมตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1762/2557 ลงวันที่ 30 กันยายน 2557 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน โดยจับกุมได้ที่หมู่บ้านพฤกษา 86 หมู่ 2 ต.ศีรษะจรเข้น้อย อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้แอบอ้างตัวว่าชื่อ นายเทอรี่ เชลดัน (Mr.Terre Sheldon) สัญชาติอังกฤษ มีอาชีพเป็นศัลยแพทย์ ประจำองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เข้ามาติดต่อกับ น.ส.วรัญญา วลัยศรี อายุ 44 ปี ผู้เสียหาย ผ่านทางเว็บไซต์จัดหาคู่แห่งหนึ่ง โดยจะเข้ามาสนทนาและติดต่อกันเรื่อยมากว่า 1 เดือน เมื่อเกิดความสนิทสนมกันมากขึ้น ก็อ้างว่าจะเดินทางมาหาผู้เสียหายในวันที่ 16 กันยายน โดยส่งเอกสารจองตั๋วเครื่องบิน และจองโรงแรมที่พักในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี มาให้ดู เพื่อให้เหยื่อตายใจ ต่อมาก็จะระบุว่าจะส่งเครื่องมือแพทย์มาฝากไว้ แต่ติดขัดที่ขั้นตอนการขนส่ง ต้องเสียค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยขอความช่วยเหลือจากเหยื่อให้ออกเงินในส่วนดังกล่าว
นอกจากนี้ ทางผู้ต้องหายังให้ผู้ร่วมขบวนการอีกหลายคนทั้งชายและหญิง สลับกันติดต่อหาเหยื่อ โดยอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ขนส่งสินค้า ประเทศฟิลิปปินส์ เรียกร้องให้หาเงิน 2,800 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณกว่า 96,000 บาท มาเป็นค่าธรรมเนียมจ่ายให้กับผู้ต้องหา เพื่อนำของออกมา เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปให้ ก็จะอ้างอีกว่าของที่จะนำส่งนั้นติดอยู่ที่สนามบินในประเทศฟิลิปปินส์ มีการสแกนกระเป๋าแล้วพบเงินอยู่ภายใน จากนั้นจึงหลอกลวงผู้เสียหายอีกว่า มีการนำเงินออกนอกประเทศฟิลิปปินส์โดยผิดกฎหมาย ต้องเสียค่าปรับให้ศุลากรของประเทศดังกล่าวเพิ่มเติมอีก 25,000 ดอลล่าร์สหรัฐ พร้อมกับรบเร้าอีกว่า ได้ใช้ชื่อผู้รับเป็นชื่อของผู้เสียหาย อาจทำให้มีปัญหาไปถึงผู้เสียหายเองด้วย
ต่อมาเมื่อทางผู้เสียหายโอนเงินไปให้อีก ก็ได้เห็นภาพถ่ายใบเสร็จที่อ้างว่าจ่ายเป็นค่าปรับจากศุลกากรประเทศฟิลิปปินส์ แต่คาดว่าเป็นเอกสารปลอมที่จัดทำขึ้นมาใช้ในการหลอกลวงให้แนบเนียนเท่านั้น หลังจากนั้นทางผู้ต้องหา ก็จะอ้างปัญหาติดขัดอีกว่าจะต้องเสียภาษีอีก 80,000 ดอลล่าร์สหรัฐ ขอให้ช่วยออกในส่วนนี้ก่อนแล้วจะใช้คืนให้ภายหลัง ซึ่งผู้เสียหายแจ้งว่า ไม่มีเงินพอ ก็ถูกคะยั้นคะยอจนต้องช่วยไปครึ่งหนึ่งจำนวน 40,000 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1.2 ล้านบาท มีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขาสุขุมวิท 77 ในชื่อบัญชีของคนไทย
อย่างไรก็ตามเมื่อผู้ต้องหาเห็นว่ายังคงหลอกเอาเงินจากผู้เสียหายรายนี้ได้อย่างต่อเนื่อง จึงพยายามจะขอให้โอนเงินมาให้อีกโดยจะอ้างปัญหาต่างๆ นานา กระทั่งผู้เสียหายเห็นผิดสังเกตุ และได้เริ่มปรึกษากับเพื่อนและญาติ จนมีการตรวจสอบบุคคลในภาพกับฝ่ายผู้ต้องหาจนรู้ว่าไม่ใช่ตัวจริง แต่เป็นการหลอกลวงจนต้องสูญเงินไปเป็นจำนวนมากแล้ว จึงเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนจะขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา และติดตามจับกุมไว้ได้ดังกล่าว
สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงผู้เสียหาย แต่มีหน้าที่เพียงไปกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม ภายหลังมีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ซึ่งเป็นชื่อของคนไทยเท่านั้น ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้เร่งสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมกระทำความผิดที่เหลือแล้ว โดยก่อนหน้านี้ได้จับกุมตัว นายอาฮาเมฟูลา ชิบุยเค คาลิ (Mr.Ahamefula Chibuike Kali) อายุ 33 ปี สัญชาติไนจีเรีย ซึ่งพบว่ามีส่วนพัวพันกับแก๊งดังกล่าว แต่พยานหลักฐานที่พบยังคงดำเนินคดีได้เพียงข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด และได้นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ ดำเนินคดี
สำหรับแก๊ง 419 Scam นับเป็นแก๊งคนร้ายผิวดำจากประเทศไนจีเรีย ซึ่งมีเครือข่ายอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก โดยนับเป็นแก๊งอาชญากรรม ที่ทางเจ้าหน้าที่หน่วยงานสอบสวนกลาง สหรัฐอเมริกา (เอฟบีไอ) ติดตามสืบสวนจับกุมมานาน เนื่องจากพบวงเงินที่ได้จากากรหลอกลวงผู้เสียหายทั่วโลกไปแล้วกว่า พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ โดยในส่วนของผู้เสียหายรายนี้ จากการตรวจสอบไอพีแอดเดรสเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีการติดต่อพูดคุยผ่านเว็บไซต์ยาฮูแชท นั้น พบว่ามีการใช้งานที่ประเทศมาเลเซีย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการดังกล่าวแล้ว.







