posttoday
เอเชียได้กฤษ์เข้มปฏิรูปดูด"เอฟดีไอ"หนุนเศรษฐกิจ

เอเชียได้กฤษ์เข้มปฏิรูปดูด"เอฟดีไอ"หนุนเศรษฐกิจ

01 ตุลาคม 2557

หลังเป็นภูมิภาคดาวรุ่งที่เศรษฐกิจพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่องหลายปี อีกทั้งยังดิ้นรนจัดการตัวเองจนรอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกมาหลายระลอก

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

หลังเป็นภูมิภาคดาวรุ่งที่เศรษฐกิจพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่องหลายปี อีกทั้งยังดิ้นรนจัดการตัวเองจนรอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกมาหลายระลอก ในที่สุด ภูมิภาคเอเชียแห่งนี้ดูเหมือนจะเดินทางมาถึงทางแยกอีกครั้ง ทางแยกที่ต้องตัดสินใจว่าจะผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัวไปในทิศทางได้และเติบโตได้อย่างไร

ทั้งนี้ ต้องยอมรับเสียก่อนว่าหลายสิบปีที่ผ่านมา เงินทุนหลักของเอเชีย หนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักที่สำคัญของภาคเศรษฐกิจในภูมิภาคแห่งนี้มาจากการระดมทุนผ่านตลาด และการยื่นเรื่องขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินและธนาคารต่างๆ

พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือการกู้ยืมสร้างหนี้เพื่อนำไปต่อยอด เสริมสภาพคล่องหรือขยับขยายกิจการให้เติบโตต่อไปข้างหน้าได้ก็คงไม่ผิดนัก

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จากหลายสำนักแสดงความเห็นตรงกันว่า วิธีการแบมือขอเงินจากตลาดหรือสถาบันการเงินแบบเดิมๆ ของเอเชีย เป็นเรื่องที่ค่อนข้างล้าสมัยและไม่อาจจะใช้ได้กับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันอีกต่อไป และเอเชียเองจำเป็นต้องหาแนวทางจัดสรรแหล่งทุนแห่งใหม่เพื่อให้สามารถเดินต่อไปข้างหน้า หรือโตได้อย่างยั่งยืนแบบไม่มีสะดุด ซึ่งหนึ่งในแนวทางที่สำคัญและจำเป็นต้องทำอย่างยิ่งก็คือการปฏิรูปนโยบายและมาตรการเพื่อเปิดทางให้ทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น

เฟรเดอริก นิวแมนน์ นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำและหัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจเอเชียแห่งธนาคารเอชเอสบีซี อธิบายว่า ที่ผ่านมาแม้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะช่วยประคับประคองเศรษฐกิจพญาอินทรีไม่ให้ล้มจนสร้างหายนะต่อเศรษฐกิจโลก แต่ก็ทำให้เกิดผลแง่ลบต่อเอเชีย เพราะภาคธุรกิจในเอเชียเกิดความเคยชินและเคยตัวที่จะมุ่งแต่แสวงหากำไรโดยไม่สนใจเสริมศักยภาพการแข่งขัน หรือพัฒนาความสามารถในการผลิตสินค้าหรือบริการของตนเองแต่อย่างใด

ในที่สุดก็ทำให้ภาคธุรกิจและภาครัฐเมินเฉย หรือตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อการเติบโตในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ก็เป็นที่น่าสังเกตว่า ต่อให้หลายชาติในเอเชียจะตระหนักถึงบทบาทสำคัญของเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (เอฟดีไอ) ที่มีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในประเทศ แต่แทบทุกชาติในเอเชียกลับมีกฎระเบียบมากมายจนกลายเป็นข้อจำกัดและอุปสรรคที่ทำให้ทุนต่างชาติทั่วโลกลังเลรีรอที่จะเข้ามาลงทุน

ข้อมูลจากเวิลด์แบงก์ ระบุว่า สัดส่วนความเป็นเจ้าของธุรกิจของชาวต่างชาติในเอเชียมีอัตราเฉลี่ยที่ 77% ของสินทรัพย์ทั้งหมดในภูมิภาค ซึ่งถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับ 92% ในละตินอเมริกาและพื้นที่แถบใต้ทะเลทรายซาฮาราในแอฟริกา

ขณะที่เมื่อพิจารณาเป็นรายประเทศ หลายประเทศกลับอยู่ในอัตราที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยข้างต้น เช่น ไทยอยู่ที่ 52% ฟิลิปปินส์ 60% และมาเลเซีย 68% โดยมีเพียงบางประเทศเท่านั้น คือสิงคโปร์และเขตปกครองตนเองฮ่องกงที่สามารถจัดอยู่ในทำเนียบประเทศที่เอื้อเฟื้อต่อทุนต่างชาติมากที่สุดในโลก

นอกจากนี้ บางประเทศแม้จะเปิดให้เอฟดีไอเข้ามาลงทุนได้อย่างเสรี เช่น กรณีที่จีนเปิดภาคการผลิต โดยเฉพาะส่วนผลิตภัณฑ์แปรรูปเพื่อส่งออก แต่สำหรับภาคบริการจีนกลับยังคงปิดสนิท ไม่ยอมให้แตะต้อง เช่นเดียวกับประเทศซาอุดิอาระเบีย และอาจยังมีสถานะต่อเอฟดีไอเลวร้ายกว่าปากีสถานและเคนยา

ด้านผลการวิจัยจากการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) ยังพบว่าการเปิดเสรีให้เอฟดีไอเข้าไปลงทุนในภาคบริการของเอเชียมีอัตราที่เข้าถึงได้น้อยลงเร็วกว่าอัตราการเปิดเสรีในภาคการผลิต

เรียกได้ว่าอุปสรรคในการเข้ามาลงทุนในเอเชียของเงินทุนต่างชาติมีความยุ่งยากซับซ้อนพอสมควร ซึ่งไม่สอดคล้องกับแนวทางในปัจจุบันที่การทำธุรกิจท่ามกลางการแข่งขันดุเดือดต้องเด็ดขาดและฉับไว

ทั้งนี้ ถามว่าเอฟดีไอเหล่านี้มีข้อดีอย่างไร จำเป็นต่อการเติบโตต่อเศรษฐกิจของเอเชียมากมายเพียงไหนกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ รวมถึงนิวแมนน์ ประสานเสียงหนักแน่นว่าเอฟดีไอเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อการขยายตัวของภูมิภาคเอเชียอย่างชัดเจน โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์ที่จำเป็นต้องหาทางหลีกหนีความเคยชินจากคิวอีและเพิ่มผลผลิต

สำหรับคุณประโยชน์แรกสุดของเอฟดีไอ ก็คือการเปิดให้ตลาดในเอเชียเกิดการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเปิดให้เอฟดีไอเข้าสู่ตลาดท้องถิ่น โดยที่ผ่านมาเอฟดีไอส่วนใหญ่มักจะเข้าถึงแต่อุตสาหกรรมโรงงานที่ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกเป็นหลัก ซึ่งเป็นประโยชน์แค่ในส่วนของการพัฒนาเทคโนโลยีและการบริหารจัดการเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เอเชียเติบโตก้าวไปอีกขั้นจำเป็นต้องเปิดให้เอฟดีไอเข้าถึงตลาดท้องถิ่น ซึ่งส่วนมากมักจะได้รับการกางปีกปกป้องจากรัฐบาลของประเทศนั้นๆ ด้วยการวางกฎระเบียบเงื่อนไขอย่างเข้มงวด โดยตัวอย่างตลาดท้องถิ่นประเภทนี้ก็เช่น อุตสาหกรรมบริการ อย่างการสื่อสารโทรคมนาคม ค้าปลีก ระบบประปา ไฟฟ้า และภาคการเงินการธนาคาร จนเป็นเหตุให้การผลิตในส่วนนี้ด้อยประสิทธิภาพ

ประโยชน์ประการต่อมาของเอฟดีไอ ก็คือการเป็นแหล่งทุนที่สม่ำเสมอต่อเนื่องและเชื่อถือได้ ซึ่งหมายความว่าแนวโน้มที่ค่าเงินเหรียญสหรัฐจะปรับตัวแข็งค่าพร้อมๆ กับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้การกู้ยืมหรือการระดมทุนผ่านตลาดมีความเสี่ยงจากภาวะผันผวนค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับเอฟดีไอซึ่งไม่ได้อ้างอิงอยู่กับตลาด

หลักฐานยืนยันก็คือสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งวิกฤตการเงิน วิกฤตหนี้ยูโรโซน หรือวิกฤตยกเลิกคิวอี ที่ส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนและการเคลื่อนย้ายเข้าออกของทุนในตลาดเอเชีย แตกต่างจากเอฟดีไอที่ยังคงไหลเข้ามาเอเชียอย่างสม่ำเสมอ เฉพาะในปี 2013 เอฟดีไอมีสัดส่วนคิดเป็น 40% ของกองทุนต่างชาติที่เข้ามาทั้งหมด

จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่บรรดานักวิเคราะห์จะบ่งชี้ว่า เพื่อรักษาสภาวะให้มีเงินทุนไหลเข้ามาอย่างสม่ำเสมอและมีเสถียรภาพ บทบาทของเอฟดีไอจึงมีความสำคัญมาก

ขณะเดียวกัน เพื่อดึงดูดให้เอฟดีไอเข้ามาภายในภูมิภาคเอเชีย นอกจากจะต้องปฏิรูปตั้งแต่นโยบายหรือมาตรการให้สอดคล้องกับการตอบโจทย์ของตลาดแล้ว เอเชียยังต้องเดินหน้าพัฒนาตนเองเพื่อเสริมให้การลงทุนเอฟดีไอในเอเชียได้ประโยชน์ การบังคับใช้กฎหมายภาษีต้องเข้มงวดโปร่งใส ส่งสัญญาณกระตุ้นที่ชัดเจนล่วงหน้า และบังคับใชกฎหมายได้จริง

กระนั้นใช่ว่าเอฟดีไอที่เข้ามาทั้งหมดจะส่งผลดีเสมอไป เช่นกรณีที่มีเป้าหมายหาช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อฉกฉวยประโยชน์ ขัดขวางการขยายตัวของธุรกิจท้องถิ่น หรือสะเทือนกฎหมายสิ่งแวดล้อมและแรงงาน แต่ทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้สามารถแก้ไขจัดการได้ หากภาครัฐบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อเทียบกับผลเสียข้างต้น การเติบโตอย่างยั่งยืนที่เอฟดีไอจะเข้ามาหนุนการเติบโตก็ถือว่าเป็นความเสี่ยงที่ยังสามารถบริหารจัดการได้มากกว่า และถึงเวลาแล้วทีเอเชียจะหันกลับมาจัดการตนเองเพื่อเปิดรับทุนต่างชาติอย่างชาญฉลาดก่อนที่สถานการณ์เศรษฐกิจโลกจะเลวร้ายจนไม่เอื้อต่อการปฏิรูป และบีบให้เอเชียต้องปวดหัวกับวิกฤตอีกระลอก

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน