
จักรยานกลางกรุง
“อย่าเอาเสือหมอบมาปั่นในกรุงเทพฯ” สหายน่องเหล็กชาวกรุงทัดทาน ขณะที่ผมเผยถึงความตั้งใจ
“อย่าเอาเสือหมอบมาปั่นในกรุงเทพฯ” สหายน่องเหล็กชาวกรุงทัดทาน ขณะที่ผมเผยถึงความตั้งใจที่จะนำจักรยานเสือหมอบมาใช้ในกรุงเทพฯ เมื่อครั้งยังไม่สันทัดพื้นที่เมืองใหญ่แห่งนี้ จะมีก็แต่ประสบการณ์ควบเสือภูเขาเข้าป่าและเนินดอยของภาคเหนือที่เป็นบ้านเกิด
ไม่ใช่เพราะเหตุอื่นใด หากแต่เป็นเพราะพื้นถนนของเมืองกรุงที่ไม่ได้ราบเรียบในทุกเส้นทาง โดยเฉพาะ “ฝาครอบท่อระบายน้ำ” ที่เหล่าสหายนักปั่นชาวกรุงโอดครวญว่าไม่เหมาะกับล้อขนาดเล็กของเสือหมอบ ซึ่งแม้จะเปลี่ยนเป็นเสือภูเขาก็ใช่จะรอดพ้นปัญหาพื้นผิวถนนที่ไม่เหมาะกับการปั่นจักรยาน ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องเดิมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
“ถนนไม่เรียบ เช่น ปั่นไปซื้อน้ำผลไม้ปั่นวันนี้ ไม่มีหรอกจะได้กินอร่อย กระฉอกออกหมด” เสียงหัวเราะเปื้อนยิ้มของ นนลนีย์ อึ้งวิวัฒน์กุล เจ้าของแคมเปญ Bangkok Bicycle บอกเล่าถึงปัญหาซ้ำซากที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ถนนเมืองกรุงไม่เหมาะสำหรับปั่นจักรยานในชีวิตประจำวัน ออกกำลังกาย หรือท่องเที่ยว นอกจากนั้นยังมีเรื่องของความปลอดภัยของผู้ใช้จักรยานในมิติของกฎหมายและการจราจรที่จะไม่มีกฎหมายคุ้มครองชัดเจน
“มันยังไปไม่ถึงไหน กทม.ต้องเป็นเจ้าภาพสำคัญที่แก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ ไม่ใช่รณรงค์ให้คนปั่นอย่างเดียว อย่าง ‘Car Free Day’ จัดเหมือนตลาดนัดมากกว่า แต่เรื่องของระบบโครงสร้างทางกายภาพมันยังเป็นปัญหา ไม่เหมาะกับการปั่น”
ไม่ต่างจาก สุธรรม ธรรมรงค์วิทย์ บรรณาธิการนิตยสาร Science Illustrated Thailand และรักษาการบรรณาธิการนิตยสาร Cycling Plus Thailand ที่ชี้ถึงกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาจักรยานในเมืองกรุง ว่า แม้จักรยานจะเป็นพาหนะทางเลือก แต่หากจะผลักดันให้ใช้ร่วมกับพาหนะอื่นๆ บนท้องถนน จะต้องแก้ปัญหาแบบบูรณาการจึงจะประสบความสำเร็จ
“จักรยานจะต้องถูกจัดการไปพร้อมกับระบบจราจร รถสาธารณะ รถยนต์ พื้นผิวถนน ซึ่งหมายรวมถึงกฎหมายต่างๆ ที่จะรับรองความปลอดภัย รวมถึงการสร้างทางเท้าที่เอื้อต่อคนเดินและคนใช้จักรยาน ระบบกายภาพยังไม่พร้อม ดังนั้นการจะผลักดันเป็นมิติที่จะช่วยลดมลพิษ รักษาสิ่งแวดล้อม รักษาสุขภาพของคนกรุงจึงยังอีกไกล”
จุดสำคัญที่สำนักงานกรุงเทพมหานคร (กทม.) จะต้องเริ่มแก้ไขคือโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะผิวถนน การตีเส้นขาวเพื่อสร้างทางจักรยานจะต้องดูความเหมาะสม ไม่ใช่ตีเส้นบนทางจราจรหลักของรถยนต์ รวมถึงไม่ตีเส้นทับพื้นที่ทางเท้าที่ใช้สัญจรหรือพื้นที่เชิงพาณิชย์ (หาบเร่แผงลอย) เพราะจะยิ่งสร้างภาพเชิงลบต่อผู้ขับขี่จักรยาน นอกจากนั้นจะต้องศึกษาเส้นทางที่สามารถใช้เป็นทางจักรยานได้จริง วางโครงข่ายทางจักรยานให้เชื่อมถึงกัน
“ทุกวันนี้คนใช้จักรยานไม่เฉพาะนักปั่นที่แต่งตัวเก๋ๆ แต่รวมถึงคนใช้จักรยานอย่างแม่บ้านหรือเจ้าหน้าที่ รปภ. เขาต้องอาศัยทักษะส่วนตัวสูงมาก เพราะอย่าง รปภ.ที่บ้านผม เขาต้องเรียนรู้เลยว่าจะข้ามไฟแดงสักไฟแดงหนึ่งต้องทำอย่างไร จะยกหรือจะจูงเดิน เป็นเพราะไม่มีเครือข่ายเส้นทางที่เชื่อมถึงกัน เราถึงต้องระวังและเรียนรู้กันแบบนี้ อย่างทางจักรยานในซอยบ้านผม อยู่ดีๆ ก็ตีเส้นขาวตรงกลางถนน ใครจะไปขี่ ขี่ไปแป๊บเดียวเส้นขาวหายแล้ว”
“เมื่อสร้างระบบพื้นฐานที่รองรับจักรยาน เรื่องทัศนคติของคนจึงจะเป็นสิ่งที่ตามมา หรือสร้างพร้อมกันก็ได้ เพราะตอนนี้คนบางกลุ่มยังมองจักรยานไม่ใช่ยานพาหนะที่จะใช้ร่วมกับยานพาหนะอื่นๆ บนท้องถนน มันเป็นปัญหาที่ต้องสร้างความเข้าใจ แต่อย่างที่บอก โครงสร้างพื้นฐานมันต้องพร้อมก่อนที่จะบอกให้คนมาปั่น” บรรณาธิการนิตยสารจักรยานชั้นนำกล่าวสรุป
ณ ทางเท้าเลียบน้ำเจ้าพระยา ถัดลงมาจากสะพานพุทธยาวถึงท่าน้ำวัดอรุณ ไอแดดในเย็นวันหยุดสุดสัปดาห์ดึงดูดร่างอันเหนื่อยล้าของผมมายืนตรงจุดนี้ เส้นทางจักรยานบนทางเท้าเบื้องหน้านำพาผมไปสัมผัสกับชีวิตริมฝั่งน้ำ
ผ่านบ้านช่อง วัด โบสถ์...คนตกปลา เอ้า! เบื้องหน้าคือคลองผันน้ำ แล้วจะปั่นไปวัดอรุณยังไง?







