
อุ๋ยเบรกขายยาง1แสนตัน
“หม่อมอุ๋ย” หวั่นราคายางหัวทิ่ม สั่งชะลอขายยางในสต๊อก 1 แสนตัน
“หม่อมอุ๋ย” หวั่นราคายางหัวทิ่ม สั่งชะลอขายยางในสต๊อก 1 แสนตัน
แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ได้หารือกับนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ โดยรองนายกรัฐมนตรีได้ขอให้กระทรวงเกษตรฯ ชะลอการขายยางในสต๊อกโครงการเพิ่มศักยภาพสถาบันเกษตรกร เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพาราในส่วนที่เหลืออีก 1 แสนตันออกไปก่อน เพื่อป้องกันราคายางพาราตกต่ำ และจะได้หามาตรการมาดูแล ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ยืนยันว่าจะไม่มีการขายยางในสต๊อกดังกล่าวออกไป
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ยางพาราในสต๊อกของรัฐที่มีอยู่ทั้งสิ้น 2.1 แสนตัน และได้ขายออกไปก่อนหน้านี้แล้ว 1 แสนตันนั้น พบว่ามีความเสียหายมาก ทำให้องค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) ที่ทำสัญญาขายยางให้กับบริษัท ยีฟางเหลียน จำนวน 1 แสนตัน จึงยังไม่สามารถส่งมอบยางได้ ทำให้นายปีติพงศ์ได้มีหนังสือด่วนที่สุดเมื่อวันศุกร์ที่ 19 ก.ย. 2557 สั่งการให้กรมวิชาการเกษตรสำรวจคุณภาพยางในโกดังของ อ.ส.ย.ทั่วประเทศ
“ข้อมูลเบื้องต้นพบว่ายางเสียหายมากกว่าครึ่ง เพราะขั้นตอนการแปรรูปมีปัญหา อาจต้องมีการตัดทิ้งและขึ้นรูปใหม่ ซึ่ง รมว.เกษตรฯ สั่งให้รายงานผลการตรวจสอบโดยด่วนที่สุด นอกจากนั้นอาจให้ดีเอสไอเข้ามาช่วยตรวจสอบสต๊อกยางร่วมกับกรมวิชาการเกษตร เพื่อตรวจสอบว่ายางในสต๊อกมีจำนวนครบถ้วนหรือไม่ใน 36 โกดัง” แหล่งข่าวเปิดเผย
ทั้งนี้ หากสต๊อกยางมีจำนวนไม่ครบและคุณภาพเสียหายกว่าครึ่งจนเป็นเหตุให้รัฐเสียหาย อ.ส.ย.จะต้องเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบทั้งหมด เพราะเป็นหน่วยงานเดียวที่ดูแลทั้งการรับซื้อ จัดหาโกดัง และกระบวนการเจรจาขายยาง
ก่อนหน้านี้ บริษัท ยีฟางเหลียน ซื้อยาง 1 แสนตัน เป็นเงิน 5,940 ล้านบาท
ด้าน นายเพิก เลิศวังพง ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (ชสยท.) กล่าวว่า จะมีการนัดประชุมตัวแทนชาวสวนยางทั่วประเทศในวันที่ 29 ก.ย.นี้ เพื่อกำหนดท่าทีการเคลื่อนไหวเนื่องจากการการทำงานของกระทรวงเกษตรฯไม่โปร่งใส โดยจะเห็นว่าการประชุมเรื่องพรบ.การยางแห่งประเทศไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานกงอทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) เป็นผู้จัด กลับไม่เชิญ ชสยท.เข้าประชุมทั้งที่เป็นเครือข่ายชาวสวนยางขนาดใหญ่และมีสมาชิกชัดเจน แต่เลือกเชิญเฉพาะสมาคมยางที่มีความเห็นตรงกับรัฐบาลเท่านั้น นอกจากนั้นจะขอมติที่ประชุมเพื่อกำหนดท่าทีว่าหากสถานการณ์ราคายางไม่ดีขึ้นจะมีการเคลื่อนไหวอย่างไร
สำหรับราคายางพารา ณ ตลาดกลางยางพารา หาดใหญ่วันที่ 26 ก.ย. พบว่า ราคายางแผ่นดิบอยู่ที่ 45.98 บาทต่อกิโลกรัม ยางแผ่นรมควันชั้นสามอยู่ที่ 48.79 บาทต่อกก. และราคายางเอฟโอบี 50.75 บาทต่อกก.







