
พาณิชย์คุมราคาข้าว ไม่ต่ำ7,900บาท/ตัน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันดูแลราคาข้าวให้ได้ไม่ต่ำกว่า 7,900 บาทต่อตัน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันดูแลราคาข้าวให้ได้ไม่ต่ำกว่า 7,900 บาทต่อตัน โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการหารือร่วมกับ 5 องค์กรชาวนา เพื่อกำหนดกรอบแนวทางการแก้ไขราคาข้าวให้เป็นรูปธรรม
รมว.พาณิชย์ ยันราคาข้าวต้องไม่ต่ำกว่า 7,900 บาท/ตัน เล็งหารือ 5 องค์กรชาวนา
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ พร้อมด้วยนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.ชัยนาท และสุพรรณบุรี พบเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เพื่อรับฟังปัญหาของเกษตรกร และชี้แจงแนวทางการดูแลราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะสินค้าข้าว
พล.อ.ฉัตรชัย เปิดเผยว่า เกษตรกรต้องการให้รัฐบาลยกระดับราคาข้าวให้ไม่ต่ำกว่า 7,900 บาท/ตัน โดยเฉพาะข้าวในฤดูกาลผลิตหน้าที่จะเริ่มเพาะปลูกในเดือน ม.ค. 2558 ยืนยันว่ารัฐบาลจะพยายามอย่างเต็มที่และจะยกระดับราคาข้าวให้สูงขึ้น ภายใต้เงื่อนไขต้องไม่บิดเบือนกลไกตลาด และจะแทรกแซงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
เนื่องจาก พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐบมนตรี ได้ให้ความสำคัญการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรเป็นอันดับแรก ซึ่งจะมีการผลการดำเนินการทุกๆ15 วัน
นอกจากนี้ ในสัปดาห์หน้าจะหารือร่วมกับตัวแทนชาวนา 5 องค์กร เพื่อรับฟังปัญหาก่อนร่วมกำหนดแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป ซึ่งกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ จะบูรณาการการทำงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหาและดูแลสินค้าเกษตรให้เป็นธรรม
สำหรับปัญหาสต๊อกข้าวที่ชาวนาห่วงว่ามีปริมาณมากถึง 18 ล้านตัน จะเป็นปัจจัยที่กดดันให้ราคาข้าวตกต่ำนั้น รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่เร่งระบายข้าวและจะเน้นการระบายผ่านการส่งออกมากขึ้น ซึ่งข้าวไทยยังเป็นที่ต้องการของต่างประเทศ
ขณะที่นายปีติพงศ์ กล่าวว่า จะเร่งช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการลดต้นทุนการผลิต ด้วยการให้ความรู้การใช้สารเคมีที่ถูกต้องและดูแลระบบชลประทานให้มีน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูก พร้อมกับส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีด้านการเกษตรให้กับเกษตรกร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพข้าวไทย
อย่างไรก็ตาม เกษตรกรบางรายยังไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะดูแลราคาข้าวให้ไม่ต่ำกว่าตันละ 7,900 บาท เพราะยังไม่เห็นนโยบายที่เป็นรูปธรรม ขณะที่มองว่าราคาข้าวที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 8,0001 หมื่นบาท/ตัน จากปัจจุบันราคาข้าวตกต่ำเหลือเพียงตันละ 6,3007,300 บาทเท่านั้น หากเทียบกับต้นทุนการเพาะปลูกแล้วไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายโดยสิ่งที่เกษตรกต้องการให้ภาครัฐชาวยเหลือเร่งด่วนคือ ดูแลปัจจัยการผลิตให้ถูกลง ทั้งปุ๋ย ค่าเช่าที่ เมล็ดพันธุ์ ค่ายาปราบศัตรูพืช เพราะถึงแม้ว่ารัฐบาลจะดูแลให้ราคาปัจจัยการผลิตปรับลดลงแล้วแต่ผลประโยชน์ไม่ได้ตกมาที่เกษตรกรอย่างแท้จริง







