
ชงแก้วิกฤตภาษาไทยเป็นวาระชาติ
ราชบัณทิตยสถานจ่อชงวิกฤตภาษาไทยเป็นนโยบายชาติ ห่วงภาษาถิ่นถูกลดทอนคุณค่าอีก100ปีอาจสูญหาย
ราชบัณทิตยสถานจ่อชงวิกฤตภาษาไทยเป็นนโยบายชาติ ห่วงภาษาถิ่นถูกลดทอนคุณค่าอีก100ปีอาจสูญหาย
เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ คณะกรรมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ตามนโยบายภาาาแห่งชาติจัดประชุมรับฟังความคิดเห้นและประชาสัมพันธ์โครงการนโยบายภาษาแห่งชาติ ในหัวข้อ "สาระสำคัญของแผนยุทธศาสตร์นโยบายภาษาแห่งชาติ" และ "สาระสำคัญของแผนยุทธศาสตร์นโยบายภาษาท้องถิ่นทั้งภาษาตระกูลไทและภาษาตระกูลอื่นๆ"
นางจิราพร บุนนาค ประธานคณะกรรมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ตามนโยบายภาษาแห่งชาติราชบัณฑิตยสถาน กล่าวว่า จุดด้อยของสังคมไทยคือความไม่รู้ ค่านิยมที่มุ่งแต่ศึกษา แต่ไม่มีปัญญาในการเข้าใจความจริง ส่งผลให้สังคมเกิดความขัดแย้ง ขณะเดียวกันก็มีจุดเด่น คือ การเป็นสังคมพหุนิยม มีความหลากหลายทางวัฒนะรรม ภาษา และภูมิปัญญา อาทิ วรรณกรรมที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาไปยังชนรุ่นหลัง กล่าวคือความหลากหลายของภูมิปัญหา ส่งผลให้ผู้คนมีทางเลือกมากขึ้น หรือเรียกได้ว่า "ปัญญาทางเลือก"
"น่าเสียดาย เพราะที่ผ่านมาไทยมุ่งแต่สร้างความเป็นเอกภาพ คือต้องเป็นไทยแบบเดียว กลายเป็นการลดทอนความหลากหลาย ไม่ยอมรับความจริงที่เป็นอยู่" นางจิราพร กล่าว
นางสุวิไล เปรมศรีรัตน์ ประธานคณะอนุกรรมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ตามนโยบายภาษาแห่งชาติ : นโยบายภาษาท้องถิ่นทั้งภาษาตระกูลไทและภาษาตระกูลอื่นๆ กล่าวว่า วิกฤติของสังคมไทย คือ ความถดถอยของภาษา อันสืบเนื่องมาจากกระแสโลกาภิวัฒน์และระบบสารสนเทศที่ก้าวหน้า มุ่งเน้นใช้ "ภาษากลาง" เป็นภาษาหลัก ประกอบกับภาษาต่างประเทศ แต่ละเลยภาษาถิ่นของตนเอง ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งทางวัฒนธรรม เมื่อภาษาท้องถิ่นอันเป็นภาษาแม่ ถูกลดทอนคุณค่า ผลที่ตามมาคือ ภาษาถิ่นจำนวน 15 ภาษา กำลังจะสูญไปในชั่วอายุคน นอกจากนั้นยังมีการคาดการณ์ว่า ใน 100 ปี นับแต่นี้ ภาษาถิ่นจะสูญไปเกือบหมด คงเหลือแต่ภาษาที่ใช้ในการปกครอง วิกฤตเหล่านี้ส่งผลให้เกิดการผลักดันนโยบายที่นำมาร่วมสนทนาในวันนี้ ให้เป็นวาระชาติที่ต้องเร่งแก้ไข







