
เสือไฟตัวแรก
ถึงตอนนี้นักเลงกล้องดักถ่ายอย่างผมหายอยากกับเสือขนาดใหญ่ไปมากแล้ว
ถึงตอนนี้นักเลงกล้องดักถ่ายอย่างผมหายอยากกับเสือขนาดใหญ่ไปมากแล้ว เพราะพยายามจนได้รูปครบทั้งเสือโคร่ง เสือดาว เสือดำ
แต่กลายเป็นว่าพวกเสือขนาดย่อมๆ ลงมา ยังเป็นสิ่งซุกซนน่าค้นหา บางตัวทำผมต้องครวญเพลงพี่เจ “ก็ยังคาใจ ข้างในลึกลึก”
อย่างเสือไฟ (Asian Golden Cat) ล่อผมซะหัวปั่นกว่าใคร
เหตุเกิดในอุทยานฯ เขาใหญ่ ผมตั้งกล้องดักถ่ายชุดใหญ่ Nikon D90 พ่วงแฟลชถึง 4 ตัว ไว้บนด่านแห่งหนึ่ง ใกล้กับหนองน้ำเล็กๆ แล้วก็ผูกกล้องดักถ่ายสำเร็จรูปที่มีอยู่ตัวหนึ่งไว้บนด่านอีกเส้น ห่างกันสักประมาณ 10 เมตร
เมื่อถึงกำหนดกู้กล้อง ก็พบว่ากล้องชุดใหญ่ได้ผลงานระดับสุดยอดของชะมดแผงหางปล้อง (Large Indian Civet) ขณะที่กล้องสำเร็จรูปซึ่งให้ไฟล์คุณภาพต่ำ ถ่ายติดสัตว์ขนสีแดงๆ ขณะเดินหันก้นให้กล้องเต็มๆ ไม่เห็นหัวหู
แต่ปลายหางที่งอนขึ้นเช่นนั้น มองปราดเดียวผมก็ตะลึงตาค้าง โอ้โห เสือไฟ!
ผมไม่เคยมีเบาะแสมาก่อนว่ามีเสือไฟในพื้นที่นั้น ที่ระดับความสูงกว่า 1,000 เมตร แต่เสน่ห์หรือประโยชน์ของกล้องดักถ่ายที่มอบให้กับวงการศึกษาธรรมชาติก็คือมันเป็นหลักฐานที่ปฏิเสธไม่ได้ ต่อให้คุณไม่เคยได้เห็นตัวจริงเสียงจริงของมันก็ตามที
แม้ภาพเสือไฟของผมมันแย่จนแทบมองไม่รู้ว่าตัวอะไร (ดูจากภาพประกอบอันน่าปวดใจละกัน 555) แต่ศักดิ์ศรีบารมีของเสือไฟทำเอาชะมดแผงหางปล้อง สัตว์ร่วมถิ่นเดียวกัน กลายเป็นตัวประกอบน่ารำคาญในพริบตา
ผมเสียดาย 2 อย่าง อย่างแรก ทั้งที่กล้อง 2 ตัว วางใกล้ๆ กันแค่ 10 เมตร ทำไมมันไม่ไปเข้ากล้อง D90 ที่จัดแสงสวยๆ ดันมาเข้ากล้องสำเร็จรูปภาพมัวๆ
อีกอย่างถ้าผมวางกล้องสำเร็จรูปตัวนี้ในลักษณะตั้งฉากกับด่าน ผมก็อาจได้รูปเสือไฟในท่าเดินหันข้าง เห็นครบทุกสัดส่วน ยังไงก็ดีกว่ามีแต่ก้นให้ดูต่างหน้าอย่างนี้
จากนั้นต่อมา ผมตื๊อวางกล้องทิ้งไว้ในพื้นที่เดียวกันอีกหลายต่อหลายหน ก็ไม่เคยมีวี่แววของเสือไฟอีกเลย โธ่!







