
รมว.แรงงานย้ำขรก.สุจริต ประเมินงานทุก3เดือน
พล.อ.สุรศักดิ์ เข้ากระทรวงแรงงานวันแรก ย้ำข้าราชการปฏิบัติตามเป้าหมายรัฐบาล 3 เรื่องหลัก ทำงานโปร่งใส ร่วมปฏิรูปและให้สามัคคีกัน พร้อมประเมินผลงานทุก3 เดือน
พล.อ.สุรศักดิ์ เข้ากระทรวงแรงงานวันแรก ย้ำข้าราชการปฏิบัติตามเป้าหมายรัฐบาล 3 เรื่องหลัก ทำงานโปร่งใส ร่วมปฏิรูปและให้สามัคคีกัน พร้อมประเมินผลงานทุก3 เดือน
พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.แรงงาน เข้าทำงานที่กระทรวงเป็นวันแรกเมื่อวันที่ 12 ก.ย. เวลา 14.00 น. โดยทันทีที่มาถึง พล.อ.สุรศักดิ์ ได้ทำพิธีสักการะพระพุทธชินราช ศาลพระภูมิชัยมงคลและศาลาท้าวมหาพรหมเทวฤทธิ์ สิ่งศักสิทธิ์ประจำกระทรวง จากนั้นประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง
พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้คงไม่ได้ให้นโยบายอะไรเป็นพิเศษ ให้ยึดตามนโยบายรัฐบาลที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงต่อสภานิติบัญญัติไปในช่วงเช้า ซึ่งหลายเรื่องเกี่ยวกับกระทรวงแรงงาน และแนวทางการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ให้มองที่เป้าหมายเป็นตัวตั้ง เรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงอื่นๆให้ทำงานวางแผนร่วมกันโดยไม่มีเส้นแบ่งกระทรวง งานไหนน้ำหนักอยู่ที่ใคร คนนั้นก็ต้องทำ โดยมีหน่วยงานอื่นช่วยสนับสนุน ซึ่งในส่วนของกระทรวงแรงงานเองมีหลายเรื่องต้องเกี่ยวพันกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งกระทรวงมหาดไทย เช่น เรื่องค้ามนุษย์ แรงงานบังคับและโรฮิงยา เป็นต้น
"ปัญหาเร่งด่วนด้านแรงงานต้องแก้ไปพร้อมๆกันหลายเรื่องตามแต่ละกรม เช่น เรื่องค้านุษย์ แรงงานต่างด้าว แรงงานบังคับก็เป็นความเร่งด่วนของกรมการจัดหางาน เรื่องสวัสดิการลูกจ้างก็มีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นต้น ถ้ามีอุปสรรคก็มาช่วยกันแก้ ถ้าปัญหาอยู่ที่กฎหมายก็เสนอแก้กฎหมาย ประเมินผลงานกันทุก 3 เดือน ถ้างานไปได้เร็วก็ปรับแผนทำเร็วขึ้น ถ้างานช้า ก็ช่วยกันขจัดอุปสรรค" พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าว
พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า วันนี้ต้องใช้ศักยภาพของข้าราชการทำงานให้เต็มความสามารถ รัฐบาลนี้มีเป้าหมายการทำงาน 3 เรื่อง ซึ่งแตกต่างจากรัฐบาลอื่นๆที่ผ่านมา คือ 1.การบริหารราชการแผ่นดินด้วยความโปร่งใส เป็นโอกาสที่จะได้พิสูจน์ว่าข้าราชการทำงานด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์ สุจริตได้จริงๆและเป็นที่พึ่งประชาชนได้จริง
2.รัฐบาลต้องทำงานไปด้วย ปฏิรูปประเทศไปด้วย ฉะนั้นข้าราชการกระทรวงแรงงานก็ต้องช่วยคิดการปฏิรูปด้านแรงงานไปด้วย อะไรที่เป็นอุปสรรคในการทำงาน ก็ให้เสนอมา เพราะในส่วนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตนยังเป็นหัวหน้าสำนักงานปรองดองและการปฏิรูปอยู่ โดยมีปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่มาเป็นรองหัวหน้าสำนักงาน
"งานส่วนใหญ่ผมคงให้น้ำหนักที่กระทรวงแรงงาน เพราะงานด้านปรองดองผมมีหน้าที่ให้กรอบแนวคิด เราทำส่งสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)ไปแล้ว และออกแบบการรับฟังความคิดเห็นในและนอกสภาปฏิรูปแห่งชาติให้ไปด้วยกัน เพราะถ้าคน 250 คนพูดกันไปในสภา ประชาชนทั้งประเทศก็คงอึดอัด เราก็ออกแบบให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมรับฟังความคิดเห็นในส่วนกลาง และให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) รับฟังความคิดเห็นทุกจังหวัด เอามารวมกันแล้วส่งเข้า สปช. ทำคู่ขนานกัน งานมันจะเข้าระบบและไม่ยุ่งยาก ซึ่งผมมีหน้าที่ให้แนวคิด ไม่ได้ลงไปปฏิบัติ น้ำหนักงานก็อยู่ที่นี่ (กระทรวงแรงงาน) มากกว่า" พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าว
3.การสร้างความสามัคคีสมานฉันท์ของคนในชาติ หลายปีที่ผ่านมามีความขัดแย้งด้านความเชื่อทางการเมือง การยุยงปลุกปั่น จนพัฒนาไปสู้ความเกลียดชังและพร้อมใช้ความรุนแรง ในข้าราชการก็เป็นเช่นนี้ ดังนั้นวันนี้ต้องกลับมารักสามัคคีกัน
"วันนี้มีนโยบายมาแล้ว ข้าราชการก็ต้องไปทำแอคชั่นแพลน มีแผนปฏิบัติที่ใช้ได้จริง ทำแล้วต้องมีผลสัมฤทธิ์ในช่วงปีเศษๆและยั่งยืนด้วย เพราะจะเป็นการวางกรอบให้รัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งมารับงานต่อไปได้"พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ ในส่วนของการแต่งตั้งปลัดกระทรวงคนใหม่แทนคนเก่าที่กำลังจะเกษียณเร็วๆนี้นั้น ยังไม่สามารถตอบได้เพราะเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี รวมทั้งเรื่องการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ยังต้องศึกษารายละเอียดให้รอบคอบก่อน







