posttoday
หั่นภาษีคนรวยสะเทือนตลาดหุ้น

หั่นภาษีคนรวยสะเทือนตลาดหุ้น

12 กันยายน 2557

นโยบายการปฏิรูปภาษีของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังสร้างแรงกระเพื่อมไปทุกหย่อมหญ้า

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

นโยบายการปฏิรูปภาษีของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังสร้างแรงกระเพื่อมไปทุกหย่อมหญ้า แม้ว่าการปฏิรูปจะมีความจำเป็น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีหลายคนได้รับผลกระทบ

โดยร่างนโยบายการปฏิรูปภาษีของรัฐบาล เขียนไว้ว่า “”ปรับปรุงวิธีการจัดเก็บภาษี ให้จัดเก็บอย่างครบถ้วน โดยปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้ไว้ในระดับปัจจุบัน ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล แต่ปรับปรุงโครงสร้างภาษีด้านการค้าขายและขยายฐานการจัดเก็บภาษีประเภทใหม่ ซึ่งจะเก็บจากทรัพย์สิน เช่น ภาษีมรดก ภาษีจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยให้มีผลกระทบกับผู้มีรายได้น้อยที่สุด รวมทั้งการปรับปรุงลดหย่อนภาษีเงินได้ให้เกิดประโยชน์กับผู้มีรายได้น้อย และยกเลิกการยกเว้นภาษีที่เอื้อประโยชน์เฉพาะผู้ที่มีฐานะการเงินดี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น” แต่ครอบคลุมสาระสำคัญของการปฏิรูปภาษีเกือบทั้งหมด

สำหรับการปรับปรุงภาษีการค้า มีการเขียนซ่อนรูป ไม่ได้เขียนตรงๆ ว่าจะมีการปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือแวต จาก 7% เป็น 10% หลังจากจบปีงบประมาณ 2558 เนื่องจากการขึ้นแวตกระทบกับประชาชนในวงกว้าง กระทบเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงชะลอตัว แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะประเทศต้องการรายได้มาใช้เพื่อการลงทุนพัฒนาประเทศอีกจำนวนมาก

แต่ทว่าการเก็บภาษีใหม่ได้มีการระบุไว้ชัดเจนว่าจะมีการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และภาษีมรดก ซึ่งภาษีทั้งสองตัวนี้นอกจากจะเพิ่มรายได้ให้กับประเทศแล้ว ยังเป็นภาษีที่ช่วยสร้างความเป็นธรรมในสังคม และความเหลื่อมล้ำของคนในประเทศมากขึ้น

นอกจากนี้ การปรับปรุงการลดหย่อนภาษีให้เกิดประโยชน์กับผู้มีรายได้น้อยมากขึ้น ก็เป็นเรื่องที่กรมสรรพากรชงให้รัฐบาลพิจารณาโดยเพิ่มค่าลดหย่อนในส่วนค่าใช้จ่ายจาก6 หมื่นบาท เป็น 1.2 แสนบาท เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยจ่ายภาษีลดลง

ในทางตรงข้ามยังให้ยกเลิกการลดหย่อนภาษีให้กับผู้มีฐานะดี ซึ่งหนีไม่พ้นการหักลดหย่อนภาษีจากการซื้อกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) ที่ปัจจุบันสามารถนำค่าซื้อหน่วยลงทุน LTF มาหักลดหย่อนได้ถึงปีละ 3 แสนบาท ที่รัฐบาลมองว่าประโยชน์ตกกับคนรวย ไม่คุ้มกับเงินภาษีที่ประเทศต้องเสียไป

สำหรับเรื่องการหักลดหย่อน LTF มีความเห็นที่แตกต่างกันมาโดยตลอด ผู้ที่อยู่ในตลาดหุ้นก็เห็นว่ามีความจำเป็น เพราะมาตรการภาษีทำให้มีคนนำเงินมาลงทุนในตลาดหุ้นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กองทุนหุ้นของไทยมีสัดส่วนในตลาดเพิ่ม ช่วยลดความผันผวนของตลาดหุ้นไทยที่มีขนาดเล็กและมีนักลงทุนต่างประเทศจำนวนมาก หากมีเหตุให้นักลงทุนต้องขายหุ้นออกจากตลาดไทย ตลาดหุ้นจะเกิดความผันผวนค่อนข้างมาก

ขณะที่อีกด้านหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยก็มองว่าการให้ลดหย่อนภาษี LTF ถึงปีละ 3 แสนบาท ถือว่ามากไป ควรมีการลดหรือยกเลิกไป

เป็นความเห็นแตกต่างที่ไม่มีข้อยุติ แม้ว่ากรมสรรพากรจะเคยคิดปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และแนวคิดลดการสูญเสียรายได้จากการหักลดหย่อนภาษี ด้วยการคงอัตราลดหย่อนต่างๆ ไว้ แล้วหันไปใช้วิธีกำหนดเพดานให้การหักลดหย่อนภาษีรวมไม่ให้เกิน 1 ล้านบาท แต่ก็ไม่ได้รับการเห็นชอบจากรัฐบาลที่ผ่านมา

มาถึงวันนี้ รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนให้ยกเลิกมาตรการหักลดหย่อน LTF ทำให้ความหวังของผู้ที่เกี่ยวข้องกับตลาดหุ้นที่จะให้รัฐบาลต่ออายุมาตรการ LTF ที่จะหมดลงในปี 2559 ดับสนิท เพราะสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เตรียมรับลูกชงไม่ให้มีการต่ออายุ LTF เพื่อให้รัฐบาลพิจารณา เป็นการสร้างความชัดเจนกับผู้เสียภาษี และผู้ที่เกี่ยวข้อง

หากพิเคราะห์การยกเลิก LTF มองในแง่ของรัฐบาลก็ถือว่าไม่ผิด ที่ว่าคนที่ได้ประโยชน์เป็นคนรวย เพราะคนที่จะซื้อ LTF ปีละ 3 แสนบาท ต้องเป็นคนมีรายได้สูงมากในระดับต้นๆ

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังมองว่า มีการนำ LTF มาหักลดหย่อนภาษีได้ แต่การลงทุนในตราสารหนี้ พันธบัตร กลับไม่ได้รับสิทธิประโยชน์นี้ ถือว่าไม่เป็นธรรม เพราะดอกเบี้ยที่ได้จากการซื้อพันธบัตร และการฝากเงินนั้น นอกจากไม่ได้รับลดหย่อนภาษีแล้วยังต้องเสียภาษีอีก 15% ถือเป็นความเหลื่อมล้ำ และที่ผ่านมาผู้มีรายได้น้อยที่ฝากเงินกินผลตอบแทนก็เคยเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกภาษีดอกเบี้ย หากไม่ยกเลิกก็ควรเป็นภาษีจากผู้ที่ซื้อขายหุ้น กลายเป็นประเด็นถกเถียงที่ขยายวงกว้างมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็ควรใจกว้างฟังข้อมูลจากฝ่ายตลาดทุน เพราะจากข้อมูลพบว่ามีผู้ลงทุนในกองทุน LTF ถึง 2.5 แสนล้านบาท หากรัฐบาลยกเลิก LTF ก็ย่อมส่งผลกระทบกับตลาดหุ้นของไทยที่กำลังขยายตัว และเป็นช่องทางหนึ่งของการระดมทุนของผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จะได้รับกระทบไม่น้อย

นอกจากนี้ ที่มองว่าคนรวยได้ประโยชน์จาก LTF เพียงกลุ่มเดียว อาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะปัจจุบันคนที่มีรายได้ปานกลางก็มีความพยายามลงทุนใน LTF เพื่อนำไปหักลดหย่อนภาษีเช่นกัน การยกเลิกจึงทำให้คนชนชั้นกลาง โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนเสียผลประโยชน์ด้วยเช่นกัน

ดังนั้น การปฏิรูปภาษีโดยการหั่นทิ้งภาษีคนรวยอย่าง LTF ถึงจะไม่ละเอียดอ่อนเท่ากับการปรับเพิ่มแวต การเก็บภาษีมรดก หรือการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่หากยกเลิกก็มีผลกระทบไม่น้อย รัฐบาลจึงต้องคิดให้รอบด้าน ชั่งน้ำหนักให้ดี

ล่าสุด ผู้เกี่ยวข้องด้านตลาดทุนเตรียมเสนอให้รัฐบาลทบทวน อาจจะมีการปรับเวลาการถือครอง LTF ให้มากกว่า 5 ปี หรือว่าจะลดการหักลดหย่อนลดลงก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลควรรับฟัง

แม้แต่การหยิบยกข้อเสนอเก่าของกรมสรรพากรที่ให้หักลดหย่อนภาษี LTF และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) อย่างละ 3 แสนบาท/ปีเหมือนเดิม แต่กำหนดเพดานการหักลดหย่อนโดยรวม ที่ครอบคลุมการหักลดหย่อนประเภทต่างๆ ตั้งแต่ LTF ดอกเบี้ยบ้าน การซื้อประกันชีวิต การบริจาคต่างๆ ไม่ให้เกินจำนวนหนึ่ง แล้วแต่รัฐบาลเห็นชอบและคิดว่าเหมาะสม ไม่เอื้อประโยชน์ต่อคนรวยมากเกินไป และยังเป็นประโยชน์ต่อผู้เสียภาษีที่มีรายได้น้อย หรือรายได้ปานกลาง ให้มีช่องทางในการเลือกลงทุนและหักลดหย่อนได้ ซึ่งรัฐบาลอาจจะทบทวนในรายละเอียดของการยกเลิก LTF ใหม่อีกครั้ง เพื่อเป็นการคืนความสุขให้กับตลาดทุนไทยและผู้เสียภาษีทุกคนที่ต้องการใช้ช่องทาง LTF ลดหย่อนภาษี เพื่อให้มีเงินไปจับจ่ายหรือลงทุนเป็นผลดีกับเศรษฐกิจในภาพรวมเพิ่มขึ้น

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน