
ชำแหละโยกย้ายทหารนายพลทะลักกองทัพ
การแต่งตั้งโยกย้ายทหารระดับนายพลยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
การแต่งตั้งโยกย้ายทหารระดับนายพลยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ได้ประกาศออกมานั้น ได้สร้างสถิติโยกย้ายมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 1,092 นาย และมีนายพลใหม่ทุกเหล่าทัพมากที่สุดถึง 474 นาย
ทั้งนี้ นายทหารคนสำคัญที่ได้รับการโยกย้ายแต่งตั้งครั้งนี้ประกอบด้วย ในส่วนของ กระทรวงกลาโหม พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล หรือ เสธ.บี้ เสนาธิการทหาร บก.กองทัพไทย ข้ามมาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม มาทำงานกับ บิ๊กป้อมพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม
ขณะที่ บก.กองทัพไทย ทาง พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร หรือบิ๊กตี๋ เตรียมทหาร 12 เพื่อน ของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ขึ้นเป็น ผบ.สส. แทน พล.อ.ธนะศักดิ์ โดยมี พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผบ.หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ขึ้นมาเป็นเสนาธิการทหาร และคาดหมายว่าจะเป็น ผบ.สส.คนต่อไป เมื่อ พล.อ.วรพงษ์ เกษียณในเดือน ก.ย.ปีหน้า
สำหรับนายทหารที่อกหัก 2 คน ถูกย้ายไปอยู่ บก.กองทัพไทย คือ บิ๊กต๊อกพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผช.ผบ.ทบ. ที่แห้วจากแคนดิเดต ผบ.ทบ. ถูกแตะโด่งข้ามไปเป็น รอง ผบ.สส. แต่ก็ได้อัตราจอมพลและยังได้เป็น รมว.ยุติธรรม ส่วน บิ๊กอู๊ดพล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ 4 ถูกย้ายกลับขึ้นมาเป็น พล.อ. รองเสนาธิการทหาร หลังจากผลงานไม่เข้าตาบิ๊กตู่
กองทัพบก นั้น พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร หรือบิ๊กโด่ง รอง ผบ.ทบ. ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ตามคาด แถมควบ รมช.กลาโหม ด้วย โดยมี พล.ท.ธีรชัย นาควานิช หรือบิ๊กหมู แม่ทัพภาคที่ 1 และ พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา หรือบิ๊กติ๊ก แม่ทัพภาคที่ 3 น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นเป็น พล.อ. ตำแหน่ง ผช.ผบ.ทบ. ด้วยกัน โดยโยกย้ายปลายปีหน้า ทั้งสองคนนี้จะชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. ต่อจาก พล.อ.อุดมเดช ที่จะเกษียณในเดือน ก.ย. 2558
นอกจากนี้ พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ หรือบิ๊กโชย รอง เสธ.ทบ. ข้ามมาเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ทำให้แม่ทัพภาคที่ 1 ได้กลับมาสู่ทหารวงศ์เทวัญบ้าง หลังจากที่บูรพาพยัคฆ์และทหารเสือราชินีเป็นต่อกันมาหลายคนโดยมี บิ๊กเข้พล.ต.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ขึ้นมาเป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 จ่อคิวเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 และ พล.ต.ธวัช สุกปลั่ง เป็นแม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.สาธิต พิธรัตน์ เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 และ พล.ต.ปราการ ชลยุทธ มาเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ โดยมี พล.ท.กิตติ อินทสร ลงเป็นแม่ทัพน้อยที่ 4 ประเดิมหน่วยใหม่ ตำแหน่งใหม่
ในขณะที่ เสธ.ไก่อู พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ทบ. ได้เป็น พล.ต.เสียที หลังจากที่รอมานาน ในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ ทบ. พร้อมกับ พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค ทีมโฆษก คสช.
พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.พล.1รอ. ได้ขยับเข้าไลน์เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 จ่อคิวโต โดยมี เสธ.โอ พ.อ.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ ขึ้นเป็น ผบ.พล.1 รอ.คนใหม่ ถือเป็นสายวงศ์เทวัญทั้งคู่ และที่สำคัญคือ พล.ต.ไพโรจน์ ทองมาเอง ผบ.พล.ร.9 เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 โดยให้ พล.ต.ณัฐ อินทร์เจริญ เด็ก พล.อ.ประวิตร จาก ผบ.มทบ.14 ขึ้นแทน ส่วน พล.ต.นิรันดร สมุทรสาคร เป็น ผบ.มทบ.14 พล.ต.สิงห์ทอง หมีทอง มาเป็น ผบ.มทบ.11
กองทัพเรือ พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผช.ผบ.ทร. ขึ้นเป็น ผบ.ทร. สร้างประวัติศาสตร์การเป็น ผบ.ทร.ของเตรียมทหารรุ่น 13 ต่อเนื่องกันเป็นคนที่ 3 ตั้งแต่ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ มาจน พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ที่น่าจับตามอง คือ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ขึ้นมาเป็น ผช.ผบ.ทร. มีโอกาสขึ้นเป็น ผบ.ทร.คนต่อไป เพราะ พล.ร.อ.ไกรสร จะเกษียณปี 2558
พล.ร.ต.ธนะกาญจน์ ใคร่ครวญ เป็น ผบ.หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินคนใหม่ พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ ไม่ได้ตำแหน่งหลัก แต่เป็น พล.ร.ท. ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทร.เท่านั้น ส่วน พล.ร.ต.ธานี ผุดผาด ผบ.หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ (ผบ.นสร.) หรือ ผบ.หน่วยซีล ก็ขยับกลับเข้ากรุง เข้าไลน์ได้เป็น พล.ร.ท. เจ้ากรมข่าวทหาร โดยมี พล.ร.ต.ยุจ พิจิตรชุมพล มาเป็น ผบ.หน่วยซีลคนใหม่
ปิดท้ายที่ กองทัพอากาศ นั้น พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผ่านกระแสต้านที่จบนอก จบโรงเรียนนายร้อยเยอรมนี ขึ้นมาเป็น ผบ.ทอ. โดยมีการดึง พล.อ.ท.จอม รุ่งสว่าง จากรอง เสธ.ทอ. ที่จบจากโรงเรียนนายเรืออากาศญี่ปุ่น มาเป็น พล.อ.อ. เป็นเสนาธิการทหารอากาศ และ พล.อ.อ.สุทธิพันธุ์ กฤษณะคุปต์ มาเป็น ผช.ผบ.ทอ. และ พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ เป็น ผช.ผบ.ทอ. โดยทั้ง 3 คนจะชิงเก้าอี้ ผบ.ทอ.กันในอนาคต โดย พล.อ.อ.ตรีทศ มีอายุราชการถึงปี 2559
ทั้งหมดเป็นการจัดระเบียบกองทัพให้อยู่ในแถวเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ ในการปกครองประเทศ







